วาระแห่งชาติของฝ่ายนิติบัญญัติชั่วโมงนี้คงไม่มีเรื่องไหนสำคัญและน่าสนใจไปกว่าการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ภายหลังฝ่ายค้านได้แสดงความจำนงขอซักฟอกรัฐมนตรีรวม 6 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

อ่านข่าว...  ศึกซักฟอกอลเวง
 

 

 

          ข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเหตุผลในการประกอบการเสนอญัตตินั้นนับว่าจัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งฝ่ายค้านได้ระบุในญัตติว่า "เป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม ละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างกว้างขวาง”
   

          “เป็นผู้นำประเทศที่กร่างเถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม เมื่อได้อำนาจมาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็สร้างกลไกในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจของตนเองปล่อยให้มีการทุจริตเต็มบ้านเต็มเมือง ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตนเอง บริวารและพวกพ้องเข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม"
   

 

          ขนาดเนื้อหาในญัตติที่ว่ามานี้ยังร้อนแรงขนาดนี้ ไม่อยากนึกเลยว่าถึงวันอภิปรายจริงแล้วจะร้อนแรงขนาดไหน แต่ก่อนจะไปถึงวันนั้นจะต้องมากำหนดร่วมกันก่อนว่าจะอภิปรายกันวันไหนและอภิปรายกันกี่วัน ฝ่ายค้านตั้งธงมาแล้วว่าขอเริ่มต้นตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์ จนไปถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ และลงมติ 28 กุมภาพันธ์ แต่รัฐบาลให้ได้แค่ 3 วัน คือ 25-27 กุมภาพันธ์ และลงมติ 28 กุมภาพันธ์ ตอนนี้การอภิปรายจริงยังไม่เริ่มก็ดูพลังฝีปากของรัฐบาลและฝ่ายค้านนอกสภาระหว่างนี้กันไปก่อนเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก็แล้วกัน




          อย่าลืมว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีแต่เพียงสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น เพราะวุฒิสภาก็ยังทำงานกันอย่างแข็งขันด้วยแม้ว่าจะถูกค่อนขอดว่าไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนก็ตาม   ล่าสุด พีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา พร้อมทีมงานได้เปิดตัว “ทีมรักเมืองไทย” เพื่อสนับสนุนและจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อสังคมพร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและให้กำลังใจผู้ประสบสาธารณภัยด้านต่างๆ


          โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 4 รูปแบบคือ กิจกรรมรักเมืองไทย กิจกรรมสัมพันธ์ กิจกรรมตามสถานการณ์ และกิจกรรมอุบัติภัย โดยกิจกรรมแรกได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว คือการเข้าหารือกับนายหยาง ซิน อัครราชทูตที่ปรึกษาอุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ระบาด
  

          ด้าน ‘พรเพชร วิชิตชลชัย’ ประธานวุฒิสภาและรองประธานรัฐสภา ก็ได้ให้การรับรอง นายอิสวาน ยาคอบ รองประธานรัฐสภาฮังการีและประธานสมาคมความร่วมมือเกษตรกรแห่งชาติฮังการี พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-9 กุมภาพันธ์ 2563 ในฐานะแขกของรัฐสภาไทย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยกับฮังการี ซึ่งความสัมพันธ์ในระดับรัฐสภาของทั้งสองประเทศนั้นอยู่ในระดับดี โดยรัฐสภาไทยได้จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ฮังการี เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาในระดับทวิภาคี