กลายเป็นคนเปิดประเด็นใหญ่จาก “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต ส.ส.พัทลุง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดหลักฐานช่วงการโหวตร่างพ.ร.บ.รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท พบการเสียบบัตรแทนกันจาก 2 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย “ฉลอง เทอดวีระพงศ์” และ “นาที รัชกิจประการ”

 

 

          กลายเป็นประเด็นนำไปเปรียบเทียบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 12 มีนาคม 2557 กรณี “นริศร ทองธิราช” ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย เสียบบัตรแทนกันช่วงพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ…หรือ “ร่างพ.ร.บ. 2 ล้านล้าน” ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษิณ ชินวัตร เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2556 จนที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ”


          “คม ชัด ลึก” ได้พูดคุยกับ “นิพิฏฐ์” คล้อยหลังไม่กี่ชั่วโมงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องส.ส.ฝ่ายค้าน และส.ส.รัฐบาล เข้าชื่อผ่านประธานสภา ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า “ร่างงบปี 2563” ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน


          เริ่มที่ “นิพิฏฐ์” บอกถึงความรู้ในฐานะผู้เปิดประเด็นไปจนถึงศาลรับคำร้อง ไม่ได้รู้สึกอะไรพิเศษเพราะเคยมีกรณีตัวอย่างเรื่องแบบนี้ ถึงเป็นข้อเท็จจริงไม่เหมือนกันแต่ใกล้เคียงกัน เราเป็นนักกฎหมายข้อเท็จจริงแบบนี้ศาลก็ต้องรับ ไม่ได้แปลกใจที่ศาลรับ แต่หากศาลไม่รับจะน่าแปลกใจมากกว่า ส่วนรายชื่อที่ศาลให้เรียกมาชี้แจงภายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ กลับไม่มีชื่อคุณนาที ขอพูดตรงๆ ว่า ส.ส.ฝ่ายค้านและส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ทำการบ้าน เพราะการตรวจสอบไม่เข้มข้นและหย่อนยาน โดยคำร้องของส.ส.รัฐบาลนำข้อมูลที่ผมแถลงข่าวไปเรียบเรียงใหม่แล้วยื่นประธานสภา ก่อนฝ่ายค้าน จึงไปร่างแล้วเซ็นกันในวิปรัฐบาล แต่ในช่วงที่ผมแถลงประเด็นคุณนาที เขายังไม่มีข้อมูล มีเพียงข้อมูลที่แถลงเรื่องคุณฉลอง (เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย) ก็เลยตกชื่อคุณนาทีไป

 



          “ส่วนของส.ส.ฝ่ายค้านก็คล้ายกันคือตัดแปะไม่ได้ตรวจสอบอะไรเลย เอาข่าวจากที่ผมแถลงจากหนังสือพิมพ์มาเรียบเรียง ก็มีการแย่งเวลากันทำให้ตกชื่อคุณนาที ผมเข้าใจว่าฝ่ายค้านรู้ว่าตกชื่อคุณนาที ก็ยื่นไปใหม่โดยเป็นคำร้องของคุณเสรีพิศุทธ์ (เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย) แต่คำร้องของคุณเสรีพิศุทธ์ก็ไม่เข้าหลักเกณฑ์ มีการเซ็นชื่อซ้อนกัน เมื่อชื่อไม่ครบคำร้องนั้นก็ตกไป ซึ่งการลงชื่ออีกนั้นทำได้ แต่ต้องมีข้อเท็จจริงใหม่ ต้องพูดถึงคุณนาทีเลย”


          “นิพิฏฐ์” อธิบายถึงระบบการไต่สวนของศาลสามารถหาข้อเท็จจริงได้กว้างขวางมาก ถ้าตัวเองไปยื่นชื่อเพิ่มเติมก็ทำได้แต่จะกลายเป็นว่าผมเป็นคู่กรณีมากเกินไป ดังนั้นดีที่สุดอยู่ที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องเตรียมข้อมูลไปให้ครบตั้งแต่ข้อมูลคุณฉลองและคุณนาที เพื่อให้ศาลวินิจฉัยได้ ส่วนที่บางพรรคอาจมองว่าการตรวจสอบครั้งนี้เป็นความแค้นทางการเมืองในการเลือกตั้งที่พัทลุง เมื่อ 24 มีนาคม 2562 “นิพิฏฐ์” ยืนยันไม่มีความแค้นอะไรเพราะถ้าแค้นส่วนตัวคงมีบางเรื่องทำไปนานแล้ว


          “ยกตัวอย่างประเทศสารขัณฑ์แห่งหนึ่งมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งจะสมัครเลือกตั้งส.ส. แต่บังเอิญวันหนึ่งข้าราชการคนนี้เมาแล้วขับรถไปชนเด็กอายุประมาณ 6-7 ขวบ เด็กบาดเจ็บแต่เขาก็ไปกราบอ้อนวอนแม่ของเด็กว่าเขากำลังจะลาออกจากข้าราชการมาสมัครส.ส. ข้าราชการคนนี้ก็โทรศัพท์ไปหาเพื่อนซึ่งเป็นผู้ใต้บัญชาให้มารับเป็นคนขับให้หน่อย สุดท้ายตกลงเงินค่าเสียหายให้แม่ของเด็ก 6 แสนบาท จบกันไป แต่ผมมีคลิป มีภาพ มีทะเบียนรถเรียบร้อย แต่ผมจะบอกว่าถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวผมทำแล้ว แต่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นการตรวจสอบ”


          “นิพิฏฐ์” ยอมรับตัวเองมีจุดอ่อนจากความรักใน 2 อาชีพทนายความและนักการเมือง จะเห็นว่าที่ผ่านมาปกป้องนักการเมืองตลอด จะมีศักยภาพมากบ้างน้อยบ้างไม่เป็นไรขอให้ทำงาน แต่ถ้าเป็นนักการเมืองที่ไว้วางใจไปแล้วไม่ทำงานไม่ว่าเป็นฝ่ายไหนจะร้องทั้งหมด เพราะถือว่าเป็นสำนึกความรับผิดชอบของแต่ละคน เชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีแบบนี้อีก (หัวเราะ)


          ในฐานะนักกฎหมาย หากพิจารณาถึงปรากฏข้อเท็จจริงของคุณฉลอง จะมีผลต่อสถานะส.ส.อย่างไร “นิพิฏฐ์” บอกว่า การกดบัตรแทนกันมีความผิดอยู่ 2 ลักษณะเมื่อนำบัตรของคนอื่นไปกด หรือเรายินยอมให้บัตรของเราไปกด เรียกง่ายๆ การกดบัตรแทนกันมีความผิดเกิดขึ้น 2 ลักษณะ 1.ความสมบูรณ์ของกฎหมายที่ตราขึ้น หน่วยงานที่วินิจฉัยได้คือศาลรัฐธรรมนูญ 2.ความผิดทางอาญาของเจ้าของบัตรรวมถึงคนที่กดบัตรแทนให้ จะไปช่องทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งขณะนี้มีผู้ไปร้องป.ป.ช.แล้ว ดังนั้นถ้าเจ้าของบัตรบอกว่าเสียบบัตรไว้แต่ไม่รู้เห็นเป็นใจด้วย แต่มีคนอื่นมากดแทนให้เจ้าของบัตรก็ไม่มีความผิด


          “เปรียบเทียบผมเป็นส.ส.ในสภา ไปเข้าห้องน้ำ 5 นาที แต่คนนั่งข้างๆ ไปกดคะแนนให้ผม เจ้าของบัตรถือว่าไม่ผิดเพราะไม่มีเจตนา แต่คนกดแทนให้มีความผิด ดังนั้นกรณีคุณฉลองจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่อยู่ที่คุณฉลองรู้เห็นเป็นใจให้คนอื่นเอาบัตรไปกดแทนหรือไม่ แต่ถ้าในกรณีคุณฉลองหากใช้สามัญสำนึกของคนทั่วไป มันยากที่คุณฉลองจะปฏิเสธ เพราะมันข้ามคืนเจ้าหน้าที่สภาก็ต้องยืนยันว่าเวลาใครเสียบบัตรลืมไว้ต้องดึงออกแล้วไปเก็บไว้ในกล่อง วันรุ่งขึ้นหากมีการประชุมส.ส.คนนั้นก็ไปขอเบิกบัตรกับเจ้าหน้าที่”


          ถามถึงการตรวจสอบความรับผิดชอบของส.ส. แต่อีกด้านเป็นงบประมาณของประเทศ จะมีทางออกอย่างไร “นิพิฏฐ์” ย้ำว่าข้อเท็จจริงการเสียบบัตรแทนครั้งนี้แตกต่างกับในอดีต เพราะครั้งนี้คุณฉลองก็ยอมรับว่าเขาไม่ได้กด แต่มีส.ส.คนอื่นไปกดให้แทน ถ้าคุณฉลองไปชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญ เขาบอกเสียว่าไม่ได้กดตั้งแต่มาตรา 10 ถึงมาตรา 20 ในกรณีแบบนี้ทำให้มาตรา 10 ถึงมาตรา 20 ไม่สมบูรณ์ ส่วนจะเป็นโมฆะหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ศาลก็อาจมีทางออกโดยทำให้สมบูรณ์ 2 ลักษณะ 1.ศาลอาจจะหักคะแนนคุณฉลอง 1 คะแนนแต่ละมาตรา 2.ให้โหวตใหม่ในมาตราที่ไม่สมบูรณ์ก็ได้ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จึงยังคาดการณ์ไม่ได้


          คาดหวังอะไรจากการเปิดประเด็นและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ “นิพิฏฐ์” ถ้าจะพูดความรู้สึกคนกลางๆ ก่อนคิดว่าคงไม่โอเคถ้าส.ส.จะกดบัตรแทนกัน ส่วนการคาดหวังผลจะไปถึงไหนก็ไม่รู้จะไปถึงไหน แต่เรื่องนี้ต้องยุติอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อคดีขึ้นศาลไปแล้ว แต่เชื่อว่าจากนี้ ส.ส.จะตระหนักในการทำหน้าที่มากขึ้น แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะยังมีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้อีก หากมีข้อมูลจะตรวจสอบต่อไป แต่ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะต้องมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนถึงจะมาแถลงไม่งั้นจะถูกฟ้องได้ ส่วนในจังหวัดอื่นก็ไปไม่ถึงข้อมูล แต่เมื่อตัวเองอยู่ในพื้นที่จึงมีข้อมูลตรงนี้


          “ที่ยากต่อไปคือข้อมูลบางเรื่องอยู่ในความครอบครองของส่วนราชการ เช่น คุณนาทีผ่านด่านตม.เวลาเท่าไหร่มันไม่ง่ายนะ แต่บังเอิญผมเป็นผู้แทนมานานก็พอมีข้อมูลพวกนี้อยู่บ้าง และต้องมีความรู้ในการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ด้วย”


          สุดท้ายถามถึงพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ส่งแรงกระเพื่อมความเป็นพรรคร่วมด้วยกันแค่ไหน “นิพิฏฐ์” เชื่อว่าในระดับผู้ใหญ่ของทั้ง 2 พรรคคงเข้าใจว่าสิ่งที่ทำนั้นตัวเองได้จำกัดวงการต่อสู้ไว้เป็นเรื่องของผม เป็นเรื่องคุณฉลอง และเป็นเรื่องของคุณนาที ผมตรวจสอบ 2 คนนี้เพราะเป็นส.ส.พัทลุง ไม่ใช่เรื่องพรรคมาประจันหน้ากัน อยากให้ทุกคนเข้าใจการทำหน้าที่


          “เอาเป็นว่าถ้าสมมุติผมเป็นส.ส. แต่คุณฉลองไม่ได้เป็นส.ส.แล้วผมทำแบบนี้ คุณฉลองจะตรวจสอบผมหรือไม่ เขาก็ตรวจสอบผมนั่นแหละ แล้วผมก็ไม่ว่าถ้าผมทำผิด คุณฉลองก็ควรแฟร์กับผม”


          “นิพิฏฐ์” ยังเปิดเผยถึงประเด็นสำคัญว่า ได้คุยกับผู้ใหญ่เรื่องการเสียบบัตรแทนกัน ผมบอกไปว่าถ้าเป็นอุปสรรคในการร่วมรัฐบาลแล้วมีปัญหาว่าไปทะเลาะกับภูมิใจไทยหรือเปล่า ผมบอกว่าผมจะลาออกไปจากรองหัวหน้าภาคใต้และกรรมการบริหารพรรคให้เลย เหลือเพียงสมาชิกอย่างเดียว เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับพรรคและไม่เกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรค แต่เป็นเรื่องระหว่างผมกับคุณฉลอง ผมแสดงเจตนารมณ์จะลาออกให้อย่านำเรื่องนี้ไปผูกแล้วมีปัญหากับรัฐบาล


          “แต่หัวหน้าพรรค จุรินทร์ (ลักษณวิศิษฏ์) ท่านอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) หรือท่านบัญญัติ (บรรทัดฐาน) แต่ทุกคนบอกว่ายังไม่ต้องทำขนาดนั้น เขาเข้าใจอย่าเพิ่งลาออก”