royal coronation
22 มกราคม 2563
เจาะประเด็นร้อน

สมาคมรถบรรทุกโวย ห้ามวิ่งวันคี่ แก้ผิดจุด

15 มกราคม 2563 - 21:12 น.
หนังสือพิมพ์ฝุ่นละออง PM25,รถควันดำ,ห้ามรถบรรทุกวิ่งวันคี่
Shares :
เปิดอ่าน 534 ครั้ง

"บิ๊กป้อม" ย้ำแก้ฝุ่นพิษเมืองกรุงต้องมีมาตรการดูแลรถควันดำ สมาคมรถบรรทุกโวยบีบ 10 ล้อห้ามวิ่งวันคี่ จี้รัฐเยียวยาหากมีผลกระทบธุรกิจ

 

               “บิ๊กป้อม” ย้ำแก้ฝุ่นพิษเมืองกรุงต้องมีมาตรการดูแลรถควันดำ สมาคมรถบรรทุกโวยบีบ 10 ล้อห้ามวิ่งวันคี่ จี้รัฐเยียวยาหากมีผลกระทบธุรกิจ “อัศวิน” เตือน 16 ม.ค.ฝุ่นละอองพุ่งเหตุอากาศปิดมากสุดรอบเดือน ด้านกทม.นำร่อง 3 เส้นทางฟีดเดอร์ชวนคนกรุงลดใช้รถยนต์ สตช.ตั้งศูนย์ติดตามมลพิษเข้มตรวจควันดำ

 

               กรณีคณะกรรมการควบคุมมลพิษได้ประชุมครั้งที่ 1/2563 วานนี้ (14 ม.ค.) โดยมีมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยจะกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปห้ามเดินรถในเส้นทางถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกในวันคี่โดยเด็ดขาด แต่อนุญาตให้เดินรถเข้ามาในวันคู่ช่วงเวลา 10.00-15.00 น. ยกเว้นรถบรรทุกอาหารสดเท่านั้น  โดยใช้บังคับจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ และจะส่งเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าให้มีผลใช้บังคับทันทีนั้น

 

               ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯว่า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากควันดำของรถยนต์ จึงต้องมีมาตรการดูแลรถที่จะเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. จัดเตรียมเสนอมาตรการเข้าสู่ที่ประชุมครม.ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อดักฝุ่นจะต้องพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มในส่วนใดบ้าง


               ขณะที่นายชุมพล สายเชื้อ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) กล่าวว่า มาตรการห้ามรถบรรทุกวิ่งวันคี่มีผลกระทบตามมาแน่นอน ถ้าผู้ประกอบการไม่ได้วิ่งงานและส่งงานไม่ทันโดนค่าปรับซึ่งตรงนี้ถามว่าใครจะมาเยียวยาให้ และภาครัฐมีมาตรการเยียวยาตรงนี้หรือไม่

 

 

              ทั้งนี้ภาคขนส่งอยากถามภาครัฐว่าทำไมต้องเป็นกลุ่มรถสิบล้อประเภทเดียวทั้งที่บนท้องถนนรถยนต์ทุกประเภทต่างมีส่วนก่อให้เกิดมลพิษทั้งสิ้น แล้วมาห้ามรถบรรทุกประเภทเดียวถือว่าเป็นธรรมหรือไม่ เป็นการเลือกปฏิบัติใช่หรือไม่ ทั้งที่เรื่องนี้ทุกคนต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบและแก้ไขร่วมกันด้วย นอกจากนี้ไม่เห็นมีมาตรการแก้ไขที่ต้นตอก่อมลพิษอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ภาคก่อสร้าง ซึ่งต้องทำคู่ขนานกันไปถึงจะสัมฤทธิ์ผลแก้ปัญหาได้ 

 

               “เมื่อจะห้ามสิบล้อกลุ่มเดียววิ่งวันคี่พวกเราเสียสละได้แต่ขอภาครัฐเยียวยาพวกเราด้วย” นายชุมพลกล่าว

 

               ด้านนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องนี้กระทบผู้ประกอบการขนส่งแต่จะทำอย่างไรได้ก็ต้องปฏิบัติแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นแค่เดือนกุมภาพันธ์ก็ตามแต่เราได้รับผลกระทบ

 

               ทั้งนี้เรายินดีปฏิบัติตามแต่ไม่รับรองผลกระทบที่ตามมา เพราะนอกจากอาจจะไม่สามารถส่งสินค้าตามเวลาได้แล้ว อาจจะกระทบการจราจรอีกทางหนึ่งด้วยซ้ำ ซึ่งภาครัฐไม่เคยเรียกสมาคมขนส่งเข้าไปประชุมขอความเห็นเลย พวกเราจะได้อธิบายว่ามีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง พอเกิดมลภาวะก็โทษแต่รถบรรทุก

 

               วันเดียวกันที่กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือพีเอ็ม 2.5 เวลา 07.00 น. วันที่ 15 มกราคม ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ตรวจวัดได้ 27-53 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)

 

               พบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 3 พื้นที่ คือ 1.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม. 2.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. และ 3.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม. 

 

 

               ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “กรมควบคุมมลพิษ(คพ.)เตือนว่า 16 มกราคมนี้ ค่าฝุ่นอาจพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศปิดมากที่สุดในรอบเดือนนี้ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่การจราจรหนาแน่น ซึ่งจะมีการสะสมของฝุ่นและมลพิษสูงต้องระวังเป็นพิเศษ ปัญหาฝุ่นยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องไปจนถึงช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนมกราคม

 

               ขอให้พี่น้องประชาชนดูแลสุขภาพและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากออกนอกอาคารก็อย่าลืมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น เพราะสำคัญมากๆ และร่วมกันลดสาเหตุการเกิดฝุ่น เช่น ไม่เผา ตรวจสภาพเครื่องยนต์ ฯลฯ ส่วน กทม.ไม่นิ่งนอนใจ ยังคงกำชับการปฏิบัติมาตรการป้องกันและบรรเทาปัญหาฝุ่นอย่างต่อเนื่อง"

 

               ส่วนนายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวว่า กทม.มีมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายระบบขนส่งครอบคลุมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมพัฒนาจุดเชื่อมต่อล้อ ราง เรือ จัดทำและปรับปรุงเส้นทางจักรยานในย่านกลางเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น

 

               และล่าสุดได้ทดลองเดินรถชัตเติลบัส เพื่อเป็นขนส่งระบบรอง (Feeder) ป้อนคนเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลักนำร่องใน 3 เส้นทาง คือ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) เขตตลิ่งชัน–สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บางหว้า จากศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง-สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามเป้า และชุมชนเคหะร่มเกล้า-สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ลาดกระบัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากปัญหาการจราจร และช่วยลดมลพิษจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กด้วย

 

               ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ได้ประชุมคณะทำงานศึกษาและพัฒนาระบบการบริหารงานด้านจราจรในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยกำชับให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 โดยบังคับใช้กฎหมายหลัก 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และพ.ร.บ.จราจรทางบก

 

               โดยเน้นการตรวจจับควันดำรถบรรทุกอย่างเข้มข้นช่วงเวลา 10.00-14.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาจราจรช่วงชั่วโมงเร่งด่วน นอกจากนี้ช่วงเย็นวันนี้ (15 ม.ค.) เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 ของตำรวจ ที่กองบังคับการตำรวจจราจร เพื่อติดตามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจจะเพิ่มความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ