royal coronation
คมชัดลึกออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

สังคมก้มหน้า..กับ 5 พฤติกรรมเสี่ยง ลัก วิ่ง ชิง ปล้น

16 ธันวาคม 2562 - 11:55 น.
สายตรวจระวังภัย,5 พฤติกรรมเสี่ยง,สังคมก้มหน้า
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 1,120 ครั้ง

สังคมก้มหน้า..กับ 5 พฤติกรรมเสี่ยง ลัก วิ่ง ชิง ปล้น คอลัมน์...  สายตรวจระวังภัย   โดย...   ทีมข่าวอาชญากรรม


 

 


          คดีอาชญากรรม “ลัก วิ่ง ชิ่ง ปล้น” เป็นอีกเรื่องที่มีการเตือนภัยให้ระมัดระวังอยู่เป็นประจำ จากสถิติในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันดูเหมือนการก่อเหตุและคดีความเกิดเพิ่มขึ้น อาจด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ “โจรชุม” เหมือนยุง ถ้าโชคดีก็แค่เสียทรัพย์ แต่หากโชคร้ายก็หมายถึงชีวิต ยิ่งแล้วพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะในสังคมเมืองกลายเป็น “สังคมก้มหน้า” ทุกช่วงขณะจดจ่ออยู่กับหน้าจอมือถือท่องโซเชียลมีเดีย ละเลยจนเป็นความประมาท ให้โจรผู้ร้ายใช้โอกาสเหล่านี้มาก่อคดีเกี่ยวกับทรัพย์ 

 

 

 

 

          เหตุการณ์ฉกชิงวิ่งราวทรัพย์เกิดขึ้นซ้ำๆ กันเป็นประจำแทบจะทุกพื้นที่ ผู้เสียหายหลายรายแจ้งความร้องทุกต่อตำรวจก็ล้วนแล้วแต่ประสบเหตุซ้ำแบบเดิม และคนร้ายใช้พฤติกรรมเดิมๆ ได้อย่างง่ายดาย เพียงเพราะประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อใช้ชีวิตตั้งอยู่บนความประมาท


          เหยื่ออาชญากรรมจากการถูกโจรฉกชิงวิ่งราวพวกนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นปัญหาเล็กๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วตำรวจต่างบอกว่าไม่เล็กเลย แถมขยายวงกว้าง มีหลายกลุ่มแก๊ง สร้างความเดือดร้อนหลายพื้นที่ นั่นหมายถึงความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนในสังคม ถ้ายังมีเรื่องพวกนี้อยู่ ประชาชนก็คงไม่ได้อยู่เย็นเป็นสุข และอาจลามไปถึงประสิทธิภาพการป้องกันปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 


          สอดคล้องกับสถิติ คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ทั่วประเทศ (รับแจ้ง/คดี) ในปี 2561 จำนวน 45,701 คดี และในปี 2562 ตั้งแต่เดือน มกราคม-กันยายน มีจำนวน 34,375 คดี

 

 

 


          ด้วยเหตุนี้ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จึงต้องออกมา เตือน 5 พฤติกรรมเสี่ยงถูกวิ่งราวทรัพย์! ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “กองปราบปราม” ประกอบด้วย 1.ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ขณะกำลังรอรถโดยสาร เพราะคนร้ายอาจขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาและกระชากเอาโทรศัพท์จากมือเหยื่อ 2.เดินเล่นโทรศัพท์ริมถนนไม่สนใจสิ่งรอบตัว เพราะคนร้ายอาจเดินมาจากด้านหลังแล้วกระชากเอาโทรศัพท์จากมือเหยื่อ ก่อนวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรอไว้ 3.สะพายเป้ด้วยไหล่ข้างเดียวขณะเดินอยู่บนทางเท้า เพราะคนร้ายอาจขับรถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนทางเท้า โดยเข้ามาจากทางด้านหลัง และกระชากเอากระเป๋าเป้หลุดออกจากไหล่ของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย 4.สะพายกระเป๋าด้วยไหล่ฝั่งที่ติดถนน ขณะเดินอยู่บนทางเท้า เพราะคนร้ายอาจขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา สามารถกระชากเอากระเป๋าสะพายได้ 5.วางโทรศัพท์มือถือหรือกระเป๋าสตางค์ไว้บนโต๊ะขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารตามร้านริมถนน เพราะคนร้ายอาจเดินมาหยิบสิ่งของมีค่าบนโต๊ะก่อนวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรถไว้


 

 

 


          สำหรับวิธีป้องกันเพื่อลดโอกาสการถูกก่อเหตุตำรวจได้แนะนำไว้ว่า ไม่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ขณะเดิน หรือยืนอยู่บนทางเท้า ส่วนกรณีสะพายเป้ ให้สะพายด้วยไหล่ทั้งสองข้าง เพื่อให้ยากต่อการวิ่งราว ขณะที่กระเป๋าสะพายข้างควรสะพายเฉียง หรือไม่สะพายให้กระเป๋าไว้ฝั่งที่ติดถนน และการนั่งรับประทานอาหารริมถนน ไม่วางสิ่งของมีค่าไว้บนโต๊ะอาหาร


          สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นภัยใกล้ตัวสำหรับคนที่ใช้ชีวิตประจำวันแบบ “ไม่ระมัดระวัง” ละเลยที่จะปกป้องทรัพย์สินของตัวเองระหว่างเดินอยู่ตามท้องถนน ซึ่งอาจตกเป็น “เหยื่อ” โดยไม่รู้ตัว..!!

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ