royal coronation
24 มกราคม 2563
เจาะประเด็นร้อน

ยุบ อนค.  รัฐบาลฉลุย

15 ธันวาคม 2562 - 00:05 น.
ยุบ อนค,รัฐบาลฉลุย
Shares :
เปิดอ่าน 3,642 ครั้ง

ถ้าพรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ดุลทางการเมืองจะเปลี่ยนไปทันที ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลจะหมดไป ทิ้งห่างเสียงของขั้วฝ่ายค้านอย่างเด็ดขาด

          พรรคอนาคตใหม่ ( อนค. )กำลังอยู่ในภาวะคับขันกับการเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรคอย่างยิ่ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )ได้มีมติให้ส่งเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่กู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 191 .20 ล้านบาทไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนต่อ พรป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค

 

        ซึ่งขั้นตอนต่อไป ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาว่า จะรับคำร้องของกกต.ไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ หากมีมติให้รับคำร้องไว้พิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญจะแจ้งไปยังพรรคอนาคตใหม่ ให้ส่งหลักฐานชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน หรือ 15 วัน ในชั้นนี้ผู้ถูกร้องอาจขอขยายระยะเวลาออกไปได้ เช่น ขอขยายเวลา 30 วัน หากศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ขยายเวลา ก็จะมีระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐานแก้ต่างคดี 45 วัน

  ทั้งนี้หลังฝ่ายพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นผู้ถูกร้องส่งพยานหลักฐานแก้ต่างคดีแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะแจ้งให้ฝ่ายกกต. ส่งหลักฐานหักล้างคำแก้ต่างของฝ่ายผู้ถูกร้อง ภายในเวลา 15 วัน 

    และเมื่อได้พยานหลักฐานจากคู่กรณี 2 ฝ่ายครบถ้วนแล้ว ศาลจะพิจารณากลั่นกรองว่า คดีมีพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์เพียงพอแล้วหรือไม่ หากเห็นว่าเพียงพอแล้ว ศาลจะประชุมเพื่อออกคำวินิจฉัยคดีได้เลย ดังเช่นกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ

     แต่หากศาลเห็นว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอจำเป็นต้องแสวงหาหลักฐานเพิ่มเติม จะมีคำสั่งให้เปิดศาลเพื่อไต่สวนพยานอย่างเปิดเผย ดังเช่น กรณีขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากการถือครองหุ้นสื่อบริษัทวีลัคมีเดียจำกัด ศาลจะกำหนดวันไต่สวนพยานเพื่อซักถามในประเด็นต่างๆให้ได้ความกระจ่าง จากนั้นจะนัดพิจารณาวินิจฉัยคดี

   และถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ  พรรคการเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 และมี ส.ส. อยู่ในสังกัดถึง 80 คน  จะมีผลเปลี่ยนแปลงต่อขั้วทางการเมืองอย่างมากเลยทีเดียว พรรคอนาคตใหม่ แม้ว่าจะเป็นพรรคใหญ่อันดับ 2 ในซีกของฝ่ายค้าน แต่มีบทบาทมากที่สุด และเป็น“ขวากหนาม” สำคัญของ“รัฐบาลประยุทธ์” ในการขับเคลื่อน“รัฐนาวา”

     อีกทั้งรัฐบาลก็ประสบปัญหา “เสียงปริ่มน้ำ ” มาตั้งแต่ช่วงตั้งรัฐบาลแล้ว  เป็นรัฐบาลที่มีพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย  ซึ่งเป็นผลจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ที่มีความตั้งใจไม่ให้มีพรรคขนาดใหญ่เด็ดขาดในสภา  จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพมากน้อยแค่ไหนในการประคับประคองพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลต่างๆ ให้ดำเนินไปตามปกติ

  และการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่มีใครคาดคิดว่าพรรคอนาคตใหม่จะได้ที่นั่งมากขนาดนี้  จึงเบียดให้จำนวนที่นั่งพรรคฝ่ายค้านสูสีกับพรรคร่วมรัฐบาล ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐเองก็ไม่ได้มีที่นั่งถล่มทลายกินขาดพรรคอื่น   จึงทำให้เกิดกรณีรัฐบาลแพ้โหวตฝ่ายค้านในสภา โชคยังดีที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ มิเช่นนั้นรัฐบาลก็จบเห่

  ดังนั้นถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ “ดุลอำนาจ”ทางการเมือง จะเปลี่ยนไปทันที จะทำให้รัฐบาลหมดปัญหา"เสียงปริ่มน้ำ"ไปได้

    เพราะแม้ว่านายธนาธร จะเคยประกาศว่า หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จะมีส.ส. ประมาณ 60 คน ย้ายตามเขาไปอยู่กับพรรคใหม่ แต่ ส.ส. อีกประมาณ 20คน ไม่ได้ตามไปด้วย และมีข่าวว่า ส.ส. เหล่านี้ ส่วนใหญ่เตรียมที่จะย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล จึงเป็นการเพิ่มเสียงฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกันกลับทำให้เสียงฝ่ายค้านหดหาย ทำให้เสียงขั้วฝ่ายรัฐบาลทิ้งห่างขั้วฝ่ายค้าน“เด็ดขาด” ไม่สูสีกันอีกต่อไป 

      ยิ่งกว่านั้นในส่วนของนายธนาธร และแกนนำคนสำคัญของพรรคอนาคตใหม่ เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล  น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบก็จะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง จะไปมีตำแหน่งสำคัญอย่างกรรมการบริหารพรรค หรือ มีส่วนร่วมในการตั้งพรรคใหม่ไม่ได้  การเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่สามารถออกหน้าได้เหมือนปัจจุบันอีกต่อไป ต้องคอยอยู่เบื้องหลังพรรคใหม่ ซึ่งพรรคใหม่ที่ว่านี้ อาจเป็นพรรคที่เพื่อน  คนสนิท เครือข่าย หรือคนที่นายธนาธร ไว้วางใจจดจัดตั้งพรรคขึ้น หรือเป็นพรรคที่มีการจดทะเบียนไว้แล้วก็ได้  

   แต่การเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังนอกสภา ‘ ธนาธร-ปิยบุตร’  ซึ่งเพิ่งลงเล่นการเมืองและมีพรรษาทางการเมืองเป็นแค่ ส.ส.สมัยแรก จะมี “บารมี” มากพอที่จะสั่งคนในพรรค ซ้ายหัน-ขวาหัน ไม่ให้ “นอกคอก”ได้มากน้อยแค่ไหน และแม้จะดันคนใหม่ๆ ขึ้นมามีบทบาทในพรรคใหม่แทน อย่างที่มีข่าวว่า จะให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เนื่องจากมีภาพลักษณ์ดี  แต่คนในพรรคจะเชื่อฟัง“พิธา” แค่ไหน  อาจจะฟังหัวหน้าพรรคแค่ตอนต้น สักพักก็คงว่าไปตามใจตัวเอง ของแบบนี้มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนัก

  

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ