royal coronation
21 มกราคม 2563
เจาะประเด็นร้อน

ศูนย์เฉพาะกิจช่วยสถานการณ์ภัยแล้ง

10 ธันวาคม 2562 - 09:25 น.
ศูนย์เฉพาะกิจช่วยสถานการณ์ภัยแล้ง,อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน
Shares :
เปิดอ่าน 448 ครั้ง

ศูนย์เฉพาะกิจช่วยสถานการณ์ภัยแล้ง คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน [email protected]

 

 

 

          มีเรื่องด่วนที่จะแจ้งให้ทราบเพราะวันก่อนครม.ประกาศตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยแล้งปีหน้า พ.ศ.2563 ไม่อยากจะบอกให้ตกใจว่าภัยแล้ง พ.ศ.2563 จะหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ครอบคลุม 22 จังหวัด และเวลานี้มีปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยลงมากๆ และครม.ประกาศว่าภัยแล้งนี้ยาวครึ่งปีคือ 6 เดือน จนถึงเมษายน 2563 เดือนที่ร้อนที่สุดของปี

 

 

          ศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยแล้งจะรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ กำหนดแนวทางปฏิบัติงานเชิงบูรณาการในการแก้ปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชนรับแจ้งเรื่องขอความช่วยเหลือจากประชาชนด้านน้ำบาดาลผ่านระบบโทรศัพท์หมายเลข 0-2666-7000 กด 1 หรือโทรศัพท์มือถือ 09-5949-7000 ตั้งแต่ 08.30-22.00 น. ทุกวันจนกว่าจะสิ้นสุดสถานการณ์ภัยแล้ง
  
          ผ่านระบบขอความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งออนไลน์ทาง 1310.dgr.go.th ตลอดจนจัดทำรายงานสถานการณ์ ผลการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหา การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง
  

          มีข้อมูลที่น่าสนใจจะแจ้งให้ทราบว่า 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล เขื่อนใหญ่ที่สุดมีนํ้าใช้การได้เพียง 15 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนใหญ่อันดับสอง เหลือน้ำใช้การได้ 24 เปอร์เซ็นต์ ป่าสัก 32 เปอร์เซ็นต์ และแควน้อย 46 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ปริมาณน้ำใช้การของ 4 เขื่อนหลักจะต้องมีรวมกันมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม) ปัจจุบันมีเพียง 4,986 ล้าน ลบ.ม.
  
          ยิ่งไปกว่านั้นเขื่อนอื่นล้วนอยู่ในสภาพวิกฤติไม่แพ้กัน อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ ใช้น้ำใต้ระดับกักเก็บไปแล้ว 40.26 ล้านลบ.ม. เขื่อนจุฬาภรณ์ เหลือน้ำใช้ได้ร้อยละ 8 เขื่อนลำพระเพลิง ร้อยละ 16 เขื่อนลำนางรอง ร้อยละ 17
 


  
  
          กรณีนี้อยากจะขอให้รณรงค์ช่วยกันใช้น้ำอย่างอย่างประหยัดเพื่อเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า คนไทยต้องรู้ทุกฤดูกาล ทั้งน้ำท่วม-ภัยแล้ง และเชื่อว่าจะฝ่าฟันวิกฤติได้แน่
อ๊อด เทอร์โบ



 เที่ยวไปกำไรชีวิต
          มีจดหมายจากคนชอบเที่ยวคุณ “บำรุงพล ราชคราม” ซึ่งให้ความรู้เบาๆ ดีมากเพราะเพิ่งทราบเหมือนกันว่ากษัตริย์หรืออัศวินทหารผู้กล้าที่ขี่ม้าตามอนุสาวรีย์ที่มีมากมายนั้นมีความหมายอย่างไร?

          โลกเราทุกวันนี้มีเรื่องเครียดๆ หนักสมอง เราลองมาหาเรื่องประเทืองปัญญามาบ้างก็ดีเพราะใครๆ ก็บอกว่าเที่ยวไปกำไรชีวิตเป็นเรื่องจริง
อ๊อด เทอร์โบ



 ความหมายของอนุสาวรีย์
 ทำไมม้ายืนไม่เหมือนกัน

          ผมเพิ่งกลับมาจากยุโรปครับ ไปมาหลายประเทศ ยิ่งในช่วงนี้สวยมากที่บอกมานี้ไม่ใช่ประเด็นใหญ่นะครับเพราะผมเพิ่งทราบจากผู้ใหญ่ที่ร่วมคณะไปด้วย เรื่องความหมายต่างๆ ที่มีรูปปั้นกษัตริย์หรือขุนพลอัศวินขี่ม้าในอิริยาบถที่ต่างกันซึ่งมีความหมายน่าสนใจ
  
          จึงนำมาแจ้งให้ทราบพอเป็นความรู้ถึงความหมายการยกขาของม้าของกษัตริย์และม้านักรบในอนุสาวรีย์ว่า ม้ายืนปกติขาติดพื้นทั้งสี่ขา หมายความว่า คนบนหลังม้าตายโดยธรรมชาติ ไม่ได้เกี่ยวกับสงคราม ม้ายกขาข้างเดียว แปลว่า คนบนหลังม้าได้รับบาดเจ็บในสงครามและเสียชีวิตจากการบาดเจ็บนั้น และม้ายกขาสองข้าง หมายถึง บุคคลบนหลังม้าเสียชีวิตในสงคราม

          ผมเพิ่งทราบและอยากจะเรียนมาให้ทราบเบื้องต้นไว้ก่อนและเรียนว่าอากาศที่ยุโรปเย็นนะครับไปเที่ยวต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ ร่างกายจะได้อบอุ่น ผิวไม่แห้งและจะได้ไม่เป็นหวัด
บำรุงพล ราชคราม



 บัณฑิตตกงาน
 ใครว่าเศรษฐกิจขาขึ้น

          ผมอยากจะให้ช่วยเป็นสื่อกลางแจ้งให้ทราบซึ่งจะได้เตรียมแรงกระทบเพราะบัณฑิตจะตกงานมากมายเพราะเศรษฐกิจหดตัวซึ่งสถาบันการเงินแห่งหนึ่งได้วิเคราะห์ไว้น่าสนใจมากครับ

          จากแนวโน้มเศรษฐกิจขาลงทำให้การจ้างงานลดลงโดยเฉพาะในเรื่องอุตสาหกรรม และเราผลิตบัณฑิตที่ทำงานได้แบบไม่ตรงต่อความต้องการของตลาด

          ประมาณว่าจะมีผู้จบใหม่ที่พร้อมหางานในช่วงกลางปีหน้าราว 341,000 คน อาจประสบปัญหาการหางานในภาวะที่ภาคธุรกิจหยุดการจ้างงานใหม่เพื่อควบคุมต้นทุน ซึ่งในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 3 ที่ศึกษามาในสายวิชาชีพหรือเทคโนโลยีใหม่ที่ภาคธุรกิจมีแนวโน้มรับเข้าทำงานมากกว่า

           จึงรีบเขียนจดหมายนี้มาเพราะเราลงทุนด้านการศึกษาสูงมาก แต่จบออกมาแล้วตกงานเตะฝุ่นหลายแสนคน
บุญชัย (เพชรบุรี)


 เรียนคุณ ‘บุญชัย’ เพชรบุรี
          ผมอ่านจดหมายของคุณแล้วรู้สึกว่าจะต้องปรับปรุงระบบการศึกษาหรือปฏิรูปการศึกษาเสียใหม่ เพราะเราทำอะไรแบบไฟไหม้ฟางและเลียนแบบกัน
  
          ดังนั้นจึงจะเห็นว่าในแต่ละปีมีผู้จบการศึกษาหรือบัณฑิตตกงานกันมาก จนพูดกันว่าจบปริญญาตรีแล้วเตะฝุ่นอัดใส่กระสอบขาย ซึ่งต่อไปคนตกงานนี้จะเพิ่มมากขึ้นเหมือนดินพอกหางหมู
  
          รัฐบาลต้องยอมรับความจริงเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำได้แล้ว และอย่าไปเชื่อพวกมองโลกสวยอะไรๆ ดูดีไปหมด เพราะเวลานี้มีโรงงานอุตสาหกรรมทยอยปิดตัวกันเป็นแถว
  
          นี่คือความจริงที่เราต้องยอมรับและต้องกล้าสู้และแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาวไม่ใช่ปล่อยลอยตัวเหนือปัญหาเช่นนี้
อ๊อด เทอร์โบ


 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ