royal coronation
15 ธันวาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

ผนึกหินทีมเศรษฐกิจ

3 ธันวาคม 2562 - 09:12 น.
ปัญหาเศรษฐกิจ
Shares :
เปิดอ่าน 203 ครั้ง

ผนึกหินทีมเศรษฐกิจ บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2562

 

 

 

          มีความเคลื่อนไหวจากภาคเอกชนอันเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นให้รัฐบาลวางมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เหมาะสม เพื่อให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤติโดยเฉพาะในปี 2563 ที่ยังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง โดยหอการค้าไทยได้ยื่นสมุดปกขาวต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ข้อสรุปจากหอการค้าทั้ง 5 ภูมิภาค ใน 5 แนวทาง เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจปี 2563 ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% ได้แก่ การผลักดันราคาสินค้าพืชผลทางการเกษตร ส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐจัดประชุมสัมมนาในจังหวัดเมืองรอง และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอและเหมาะสมต่อความต้องการใช้น้ำของภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ สนับสนุนพ.ร.บ.อากาศสะอาด (ควบคุมและลดมลพิษทางอากาศ) และผลักดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง

 

 

          อีกหนึ่งเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็คือ การลงทุนภาครัฐ กรณีนี้ หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ให้เร็วขึ้น 2-3 ปี บางโครงการที่มีสัญญากับเอกชนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี ควรเจรจาร่นเวลาให้เสร็จภายใน 3 ปี พร้อมพิจารณาให้เงินอุดหนุน 15-20% เพื่อให้บริษัทสามารถจ้างคนงานเพิ่ม หรือเพิ่มค่าจ้างทำงานล่วงเวลาแก่พนักงาน ซึ่งจะช่วยให้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น โครงการต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่า ปัจจัยภายนอกควบคุมไม่ได้ การส่งออกลดลง เงินบาทแข็งค่า ซึ่งรัฐบาลจะแทรกแซงเพราะสหรัฐ กำลังจับตา และอาจจะใช้มาตรการกีดกันทางการค้ากับไทยก็เป็นได้


          ที่ผ่านมานั้นหอการค้าไทยได้นำเสนอแนวทางการรับมือและแก้ปัญหาเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในหลายๆ ข้อเสนอที่นั้น นอกจากแรงผลักดันในระดับนโยบายจากรัฐบาลแล้ว กลไกของรัฐเองก็ต้องตอบสนองคู่ขนานไปกับภาคเอกชน จากข้อเสนอทั้ง 5 ข้อล่าสุดของหอการค้าไทย จะเห็นว่าแต่ละด้านล้วนเป็นเรื่องใหญ่ทั้งสิ้น ต้องอาศัยพลังในการขับเคลื่อนอย่างมากและเป็นระบบ ลำพังแค่เรื่องการบริหารจัดการน้ำเรื่องเดียวก็ถกเถียงกันแทบทุกปี โดยเฉพาะการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ มักจะประกาศห้ามชาวนาในเขตชลประทานทำนาปรัง ยังไม่รวมถึงการจัดสรรน้ำเพื่อกิจกรรมอื่นซึ่งกำลังจะเป็นปัญหาในอนาคต




          ตามข้อเสนอดังกล่าวมานี้น่าจะเป็นทางออกที่และยั่งยืนกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นที่ประโยชน์โพดผลไม่ทั่วถึงประชาชนในระดับฐานราก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับหน้าที่เป็นแม่ทัพทีมเศรษฐกิจเอง ก็จะเป็นตัวกลางประสานผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติจากทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะอยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองใดก็ตาม ในเวลานี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจจะต้องหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กรณีตัวอย่างการทำงานคนละทิศคนละทางในเรื่องการแบน 3 สารเคมีเกษตร สะท้อนให้เห็นว่ารัฐมนตรีแต่ละกระทรวงจากต่างพรรค ยังทำงานกันแบบต่างคนต่างทำ ทางใครทางมัน นับว่าน่าเป็นห่วงยิ่งหากทีมเศรษฐกิจจะอยู่ในลักษณะเช่นเดียวกันนี้

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ