รายการเนชั่นสุดสัปดาห์ กับ 3 บก. ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลาห้าโมงเย็น ทางเนชั่นทีวีช่อง 22 "สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น "วีระศักดิ์ พงษ์อักษร" บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ "บากบั่น บุญเลิศ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์ประเด็น “ระทึก”

ระทึก 

 

 

          “บากบั่น” ตั้งคำถามว่า ไม่กี่วันข้างหน้านี้สถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร


          “สมชาย” ประเมินว่า การเมืองช่วงจากนี้มีเหตุระทึก คือวันที่ 20 พฤศจิกายน ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีถือหุ้นสื่อ “วี-ลัค มีเดีย” ของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่าจะเข้าข่ายห้ามลงสมัครส.ส.ตามกฎหมายหรือไม่ เพราะเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันรับสมัคร ส.ส. แต่ธนาธรบอกว่าโอนหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม จึงไปสมัคร ส.ส.ได้ แต่เอกสารที่กระทรวงพาณิชย์รับแจ้งการโอนหุ้นสื่อของธนาธรคือวันที่ 21 มีนาคม


          ตรงนี้รอดูว่าศาลจะวินิจฉัยว่าวันที่สมัคร ส.ส. ธนาธรยังถือหุ้นหรือไม่


          วันที่ 18 ตุลาคม ธนาธรบอกกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าจำไม่ได้กับเหตุการณ์การโอนหุ้นและเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง

 

 

ระทึก 

 


          กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการตามขั้นตอนมาแล้ว และน่าจะมีคำตัดสินออกมาสองทางคือ


          แนวทางแรก เพิกถอนสิทธิการสมัคร ส.ส. หากตัดสินแบบนี้ ธนาธรจะพ้นสภาพ ส.ส. เพราะขาดคุณสมบัติการสมัคร ส.ส. เนื่องจากยังมีหุ้นสื่อ โดยเลื่อนว่าที่ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคอนาคตใหม่ลำดับถัดไปขึ้นมาแทน แนวทางที่สอง ไม่เพิกถอนสิทธิการสมัคร ส.ส. หากเป็นแบบนี้ ธนาธรเข้าทำหน้าที่ ส.ส.ในรัฐสภาได้


          หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินในแนวทางแรก นอกจากธนาธรมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งแล้วนั้น จะมีกรณีตามมาคือคดีนี้ที่ กกต.สอบสวนแล้ว โดยรอคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันเวลาข้างต้นก่อนเพื่อพิจารณาแจ้งความเอาผิดในคดีอาญาว่าธนาธรแจ้งความเท็จและใช้เอกสารเท็จในการสมัคร ส.ส.

 

 

 

ระทึก 

 


          “วีระศักดิ์” วิเคราะห์ว่า การต่อสู้คดีนี้ของธนาธรคืออ้างว่าโอนหุ้นไปก่อนสมัคร ส.ส. และการที่ไม่ไปขึ้นเงินเช็คจากการขายโอนหุ้นเพราะไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุนี้ ขั้นตอนการต่อสู้ในเรื่องนี้ราวเจ็ดเดือน และไม่กี่วันนี้จะรู้สถานะ ส.ส.ของธนาธร

 

 




          “บากบั่น” ตั้งคำถามว่า สิ่งที่โฆษกพรรคอนาคตใหม่ชี้แจงกิจกรรม "อยู่ไม่เป็น” นั้น จะมีแรงสะท้อนอะไรกับการชี้ชะตาของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในไม่กี่วันข้างหน้านี้หรือไม่


          “สมชาย” กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “อยู่ไม่เป็น” ของพรรคอนาคตใหม่ที่เกิดขึ้นล่าสุดนั้น บางคนตั้งคำถามว่าน่าจะเป็นการกดดันการตัดสินคดีของธนาธรในไม่กี่วันข้างหน้า แต่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ชี้แจงแล้วว่าเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นให้ ส.ส.ของพรรคปราศรัย กิจกรรมนี้คือการรวมตัวของพรรคและผู้สนับสนุนพรรค และอ้างว่า ”อยู่ไม่เป็น” จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคม จะไม่ทนกับปัญหาและสิ่งไม่ถูกต้องในสังคมเพื่อแก้ไข และสร้างสังคมใหม่ให้คนรุ่นต่อไป

 

 

ระทึก 

 

 


          ประเมินว่าหัวใจของกิจกรรมนี้คือ บอกสังคมว่าหากพรรคเกิดอุบัติเหตุใดๆ เพราะอยู่ไม่เป็น และกรณีนี้คงกดดันศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้


          “วีระศักดิ์” ตั้งประเด็นว่า กลางเดือนธันวาคมฝ่ายค้านระบุว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะมีอะไรที่ระทึกทางการเมืองเกิดขึ้นบ้าง


          “บากบั่น” กล่าวว่า ฝ่ายค้านขอข้อมูลจากสังคมเพื่อประมวลการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบเป็นทางการเพื่อแสดงถึงการมีส่วนร่วมจากสังคม


          “สมชาย” ระบุว่า การที่ สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประกาศขอข้อมูลการทุจริตการทำงานของรัฐบาลจากประชาชน กรณีนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะทุกครั้งที่จะมีการอภิปรายก็ทำกันแบบนี้ แต่คราวนี้ฝ่ายค้านทำกรณีนี้อย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลจริงในการอภิปรายจะมาจากข้าราชการที่ไม่พอใจรัฐบาลที่โดนรังแก รวมทั้งผู้ที่โดนข่มเหงและแพ้การประมูลโครงการของรัฐบาล

 

 

 

ระทึก 

 


          เป้าหมายของฝ่ายค้านคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม อภิปรายนายกรัฐมนตรีเพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล, สมคิดเรื่องการดูแลด้านเศรษฐกิจ, ศักดิ์สยามในเรื่องการทำงานของกระทรวงคมนาคม และ พล.อ.อนุพงษ์เรื่องขยายสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอส และอาจจะมีจำนวนรัฐมนตรีที่โดนอภิปรายมากกว่านี้


          สิ่งที่ระทึกคือ การเมืองนั้นมีฝ่ายค้านและรัฐบาล ตอนนี้มีฝ่ายค้านอิสระเพิ่มมา และพรรคที่มี ส.ส. 1 คน จำนวน 5 พรรค โดยมี ส.ส. 8 เสียง ที่เคยร่วมหนุนตั้งรัฐบาลนี้ระบุว่า จะประชุมทุกวันจันทร์ และขอฟังข้อมูลฝ่ายค้านก่อน โดยพร้อมไม่ยกมือไว้วางใจรัฐบาล 8 ส.ส.กับสถานการณ์แบบนี้มีผลมากกับรัฐบาล และอาจเขย่าขวัญ 4 รัฐมนตรีได้


          “วีระศักดิ์” ประเมินว่า 8 ส.ส.ที่ดำเนินการแบบนี้มีผลอย่างยิ่งกับการอภิปรายครั้งนี้


          “บากบั่น” ระบุว่า ทราบว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลกันแล้ว โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้น พล.อ.ประยุทธ์กับสมคิดโดนอภิปรายเรื่องนี้แน่นอน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเมื่อ ส.ส. 8 เสียงประกาศทำแบบนี้มีผลทางการเมืองเป็นอย่างมาก รัฐบาลอาจจะแพ้ฝ่ายค้านได้ หาก 8 ส.ส.งดออกเสียงหรือไม่ไว้วางใจรัฐบาล


          ทราบข้อมูลจากแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า อภิปรายคราวนี้จะใช้ระเบิดนาปาล์มเพื่อให้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแกว่ง ถล่มจุดอ่อนที่สุด และหากมีการปรับบางพรรคออกจากครม.ชุดนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมร่วมรัฐบาลแต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ และเป็นรัฐบาลสร้างชาติ แต่ควรรอดูท่าทีนายกรัฐมนตรีว่าจะตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่

 

 

ระทึก 

 

 


          ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นกับรมว.คมนาคม อนุทินพร้อมออกไปด้วยนั้น แปลว่าอะไร ก่อนหน้านี้อนุทินก็เคยขู่ว่าหากการแบนสามสารพิษไม่เกิดขึ้น ครม. 4 คนพรรคภูมิใจไทยพร้อมถอยจากรัฐบาล


          “สมชาย” ประเมินว่า การแต่งตั้งและปรับครม.คืออำนาจของนายกรัฐมนตรี ภาษาการเมืองนั้น การที่อนุทินระบุแบบนี้แปลว่าขู่นายกรัฐมนตรีต่อสาธารณะ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ที่ผ่านมามีแต่การขู่ว่าอาจไม่ลงมติให้รัฐมนตรีที่โดนอภิปรายและขู่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล


          อนุทินคงจะมองว่าพรรคภูมิใจไทยตั้งอยู่บนความอยู่รอด/ไม่รอดของรัฐบาล ขอถามว่า หากอนุทินระบุว่าเชื่อใจ รมว.คมนาคมแบบนี้ อนุทิน และ 4 รัฐมนตรีที่โดนอภิปรายจะไม่ฟังข้อมูลของฝ่ายค้านบ้างหรือ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะไม่ฟังสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายเลยหรือ แม้รัฐมนตรีตอบฝ่ายค้านไม่ได้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะลงมติอุ้มรัฐมนตรีต่อแบบไม่รับฟังคนอื่นและจะไม่พิจารณาเหตุผลเลยหรือ ทำงานการเมืองแล้วไม่เอาประโยชน์ชาติ เอาแต่พรรคพวก ควรกลับบ้านนอนดีกว่า


          ตรงนี้ยังชื่นชม 8 ส.ส.ที่ระบุล่าสุดว่า ขอฟังสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายก่อนลงมติ


          “บากบั่น” ตั้งประเด็นว่า สถานการณ์หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นเช่นใด


          “สมชาย” กล่าวว่า ฝ่ายค้านอภิปราย 4 รัฐมนตรีแบบรายบุคคล ต้องลงมติ 4 ครั้ง นายกรัฐมนตรีคือ 1 ใน 36 รัฐมนตรี และ ส.ส.ต้องลงมติไว้วางใจ/ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแบบรายบุคคล หากคะแนนของนายกรัฐมนตรีแพ้ฝ่ายค้านในสภา ยุบสภาทันที หากรัฐมนตรีคนใดมีคะแนนแพ้ฝ่ายค้านก็ต้องหลุดจากตำแหน่ง หรือรัฐมนตรีคนใดมีคะแนนไว้วางใจน้อยกว่าเพื่อน สังคมจะกดดันรัฐมนตรีคนนั้น


          “วีระศักดิ์” สรุปว่า 4 รัฐมนตรีคงระทึกกับเหตุข้างต้น


          “บากบั่น” ตั้งประเด็นว่า ตอนนี้มีคำถามว่า “การเมืองแทรกแซงสื่อ หรือสื่อแทรกแซงการเมือง" เพราะรายการนี้เคยวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 รัฐมนตรี แต่พรรคภูมิใจไทยกลับแจ้งความกับรายการนี้และยังใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงรายการนี้ ขอถามว่า สื่อมวลชนมีพลังแทรกแซงการเมืองหรือ ยืนยันว่า หน้าที่สื่อมวลชนคือตรวจสอบนักการเมืองและทุกฝ่าย


          “สมชาย” ระบุว่า สื่อมวลชนมีหน้าที่ตรวจสอบความจริง เครือเนชั่นหารือกับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นใหญ่ในการประชุมวิสามัญบริษัทเกี่ยวกับการเพิ่มทุนแล้ว แต่กลุ่มการเมืองบางกลุ่มมาแทรกแซงผู้ที่จะมาร่วมเพิ่มทุนจนต้องเลื่อนการประชุมไป และบางพรรคกลับออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันไม่เคยมีการทำแบบนี้ในรัฐสภา


          สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งรายงานเหตุอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญกรณีที่พรรคภูมิใจไทยแจ้งความรายการนี้ และรายงานต่อนายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และ ผบ.ตร. ยืนยันว่าที่ผ่านมามีแต่ฝ่ายการเมืองแทรกแซงสื่อมวลชนและข้าราชการ ที่ผ่านมานักการเมืองบางคนใช้กฎหมายฟอกเงินตรวจสอบสื่อมวลชนและนักการเมืองบางคนยังอยู่เบื้องหลังการปิดล้อมสำนักงานของเครือเนชั่นมาแล้ว


          ตรงนี้ขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่สื่อมวลชนต่อไป


          “วีระศักดิ์” กล่าวสรุปว่า ยืนยันว่าจะตรวจสอบนักการเมืองต่อไป