royal coronation
10 ธันวาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

บทเรียน "คนหัวร้อน"  ถนนไม่ใช่ของคุณ

16 พฤศจิกายน 2562 - 08:25 น.
คนหัวร้อน,อุบัติเหตุ,ฟอร์จูนเนอร์,ฟอร์จูนเนอร์หัวร้อน,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน
Shares :
เปิดอ่าน 4,429 ครั้ง

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 16-17 พ.ย.62

 

 

 

*****************************

 

 

นับวันข่าวสารเรื่อง มนุษย์หัวร้อน” บนท้องถนนจะปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วไม่ใช่แค่การหัวร้อนในรถคือขับไปด่าไปไม่เกี่ยวใคร แต่นี่เรากำลังพูดถึงเรื่องภาวะหัวร้อนจนถึงขั้น “ปะฉะดะ” กับคู่กรณีชนิดต้องเป็นข่าว

 

อย่างเคส ฟอร์จูนเนอร์ชนแล้วหนี” ล่าสุดกับคลิปที่เห็นชัดๆ จะจะคาตา ไม่ต้องถามว่าใช้โทรศัพท์อะไรถ่าย ต้องถามว่าใช้ใจเบอร์ไหนมากกว่าที่ตามถ่ายไล่ล่าฟอร์จูนเนอร์หัวร้อน จนมีภาพมาประจานฝากให้เป็นข่าวดังช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้

 

 

 

 

แต่ที่ต้องถามมากกว่า คือก็ไม่รู้ว่าเพราะโลกออนไลน์ที่ทำให้มันดูเยอะขึ้น เพราะมีอะไรนิดก็มีคลิปแฉ หรือเพราะจริงๆ แล้ว มนุษย์เองที่เพิ่มดีกรีความหัวร้อนของตนเองกันแน่

 

ลองไล่ๆ ดูแต่ละเคสน่ากลัวทั้งนั้น เหนืออื่นใด งานนี้น่าเห็นใจผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมจริงๆ !

 

 

 

อิสรภาพแห่งการขับขี่

 

ไม่ใช่สโลแกนรถ แต่นี่คือเคส “ฟอร์จูนเนอร์ชนแล้วหนี” เลยแล้วกัน เคสนี้แทบต้องตั้งชื่อเรื่องว่า “ถนนนี้ใครคุม” เพราะวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา คนไทยต้องตื่นตะลึงกับคลิปที่มีการแชร์ในสังคมออนไลน์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Warayoot Pinjai ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอเหตุการณ์รถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ คันหนึ่งไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ แต่ไม่ยอมลงมาดูผู้เสียหาย ผู้โพสต์จึงระบุว่า “ตามเจอแน่ ผมแค่ อดให้ลุงลงมาดู รถคู่กรณีที่ลุงไปเบียดเค้า”

 

 

 

 

 

ในคลิปเป็นภาพการไล่ล่าฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าว จากกล้องของผู้ขับรถจักรยานยนต์ โดยได้ยินเสียงบีบแตรไล่ไม่ลดละทั้งจากเจ้าของคลิป และแนวร่วมสายแว้นคันอื่นๆ ที่ช่วยกันบีบแตรไล่ตาม

 

โดยเจ้าของคลิปชื่อ วรยุทธ ปิ่นใจ เปิดเผยภายหลังว่า เห็นรถยนต์คันดังกล่าวปาดหน้ารถจักรยานยนต์สีดำ ก่อนคนขับจักรยานยนต์จะลงมาเคาะกระจก เพื่อให้คนขับรถยนต์ลงมาพูดคุย แต่คนขับรถยนต์ไม่ยอมลงมา จากนั้นก็ขับรถหนีไป ตนเลยขับตามรถยนต์คันดังกล่าว

 

ที่สุดคลิปวิดีโอความยาว 2 นาทีกว่าๆ ยังเผยให้เห็นถึงลีลาการขับรถของเจ้าของรถฟอร์จูนเนอร์ที่ต้องบอกเลยว่าฉีกกฎทิ้งหมด เพราะเขาขับแซงแทรกไปตามถนนอย่างน่าหวาดเสียว

 

กระทั่งพอถึงช่วงรถชะลอตัว เจ้าของคลิปจึงพุ่งเข้าไปจอดรถขวางเพื่อให้คนขับฟอร์จูนเนอร์ลงมาจากรถเพื่อพูดคุย แต่ภาพที่คนต้องปิดตาดูหนึ่งข้างคือ คนขับฟอร์จูนเนอร์กลับเร่งเครื่องชนมอเตอร์ไซค์ที่ขวางอยู่ล้มระนาว แล้วหักออกขับหลบหนีไปเฉย !!

 

 

 

 

แน่นอนมีคลิปให้เห็นขนาดนี้ ที่สุดแล้วก็ต้องไปคุยกับตำรวจตามระเบียบในช่วงเย็นวันเดียวกัน และคนไทยก็ได้รู้ว่าคนขับยนต์คันดังกล่าว คืออดีตนายทหาร ยศพลตรี คนหนึ่ง

 

 

เจ้าของโพส ผู้เสียหาย

 

 

วันนั้นเขาถูกแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท-ทำให้เสียทรัพย์ ส่วนข้อหาพยายามฆ่า ที่มีคนแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้นั้น ตร.เปิดเผยว่า ต้องตรวจสอบพยานหลักฐาน ว่าจะเพียงพอต่อการแจ้งข้อหานี้หรือไม่

 

 

 

คนขับรถฟอร์จูนเนอร์

 

 

แต่ที่เด็ดคือวันนั้นคนขับรถยนต์คันดังกล่าวบอกว่า ไม่ได้ชน ไม่รู้สึกอะไร ที่ไม่ลงจากรถเพราะกลัว เนื่องจากมีรถมอเตอร์ไซค์เยอะแยะมาล้อมหน้ารถไว้ เลยตัดสินใจขับหนี ไม่ได้ตั้งใจชน ยืนยันว่าไม่ได้ชน

 

งานนี้ใครผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ที่แน่ๆ คำพูดที่ว่าเหล็กหุ้มเนื้อ กับเนื้อหุ้มเหล็กอย่าไปวัดกันเด็ดขาด หลายคนเข้าใจถึงแก่นก็เคสนี้แหละ

 

 

 

 

ขอร้อง...อย่าปาด!

 

 

มาอีกเคส นักท่องโซเชียลแทบแชร์ไม่ทัน เพราะเกิดขึ้นวันเดียวกันเลย (อะไรกันเนี่ย!) โดยเคสนี้เป็นเรื่องราวของ พี่โชเฟอร์หัวร้อน”

 

โดยเพจ “เฮีย” เผยคลิปวิดีโอความยาวกว่า 6 นาที เหตุเกิดบนถนนรัตนาธิเบศร์ มุ่งหน้าขึ้นสะพานพระนั่งเกล้าไปบางบัวทอง จ.นนทบุรี และเช่นเคย คนไทยได้ดูคลิปแบบชัดๆ จะจะ เป็นเหตุการณ์ที่มีรถคันหนึ่งขับมาตามถนนรัตนาธิเบศร์ มุ่งหน้าไปสะพานพระนั่งเกล้า ก่อนมาเจอแท็กซี่สีฟ้าขับแช่เลนขวา ทำให้รถที่ถ่ายคลิปจากกล้องหน้ารถได้ขับแซงแล้วไปปาดหน้ารถแท็กซี่

 

 

 

 

 

 

ปรากฏว่า ปาดไปครั้งเดียวทำเสียวทั้งถนน เพราะพี่แท็กซี่ไม่ยอม แล้วมาไล่ปาดกลับ จนมาจอดขวางรถคู่กรณี มีเรื่องเถียงกันไปมาบนถนน จนผู้หญิงและเด็กร้องไห้ลงมาจากรถแท็กซี่คันดังกล่าว ทราบภายหลังว่าเป็นลูกเมียของพี่แท็กซี่เองที่นั่งมาด้วยกัน

 

ที่สุดก็ต้องขึ้นโรงพักตามระเบียบ และเจ้าตัวคือคนขับแท็กซี่ชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุได้ไปร่วมงานแต่งงานญาติ ขณะขับรถกลับบ้านย่านบางใหญ่ ได้ถูกรถของคู่กรณีขับปาดหน้าก่อนถึง 2 ครั้ง จึงเกิดบันดาลโทสะขับรถตามไปปาดคืนเพื่อให้จอดและจะถามว่าทำไมถึงขับรถแบบนี้ แต่คู่กรณีขับหนีจึงขับตามและเกิดเหตุการณ์ตามที่ปรากฎในคลิปวิดีโอดังกล่าว

 

งานนี้พี่แท็กซี่เลยโดนไป 2 กระทง คือ ความผิดฐานขับรถประมาทหวาดเสียว ปรับ 1,000 บาท และ ความผิดฐานแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ  เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 200 บาท พร้อมทั้งส่งตัวเข้ารับการอบรมกฎ ระเบียบและการให้บริการที่ดี จำนวน 3 ชั่วโมง บันทึกประวัติการกระทำผิดไว้ในระบบหากตรวจพบว่า มีการฝ่าฝืนกระทำผิดอีกจะพักใช้ใบอนุญาตขับรถต่อไป

 

จริงอยู่ที่ที่สุดแล้ว เขาได้ออกมาขอโทษประชาชนและเพื่อนร่วมอาชีพแท็กซี่ ที่กล่าววาจากิริยาไม่สุภาพ แต่ก็น่าคิดเหมือนกันว่า การโดนปาดนี่มันร้ายแรงขนาดนี้เลยหรือนี่

 

 

 

 

ใครๆ ก็เกลียดวันจันทร์

 

เคสสุดท้ายคงต้องตั้งชื่อแบบนี้ เพราะเหตุเกิดในเช้าวันจันทร์ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี่เอง

 

ในขณะที่ทุกคนกำลังเร่งรีบเพื่อไปทำงานในวันแรกของสัปดาห์ วันที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง แต่แล้วก็ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก ยิ่งทำให้เกลียดวันจันทร์หนักกว่าที่เคยเป็น

 

 

 

ทวิตเตอร์ @bankkamikunkai

 

 

เมื่ออยู่ๆ ผู้โดยสารที่กำลังนั่งง่วงๆ อยู่บนรถประจำทางสาย 40 กับสาย 56 เพื่อไปทำงาน แล้วคนขับเกิดไปปาดหน้ากันตอนไหนไม่รู้ แต่ผลคือคนไทยได้เห็นคลิปที่ต้องส่ายหน้า

 

เป็นคลิปที่ได้รับการแชร์โดยสมาชิกทวิตเตอร์ @bankkamikunkai ซึ่งสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ระหว่างโชเฟอร์รถเมล์ สาย 40 และสาย 56 ลงไม้ลงมือทะเลาะวิวาทกัน บนถนนอิสรภาพ โดยพบว่ามีอาวุธอยู่ในมือวิ่งไปรอบๆ กลางถนน

 

 

 

ทวิตเตอร์ @bankkamikunkai

 

 

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ที่สุดแล้ว ขสมก.ได้ลงโทษพนักงานขับรถมินิบัส สาย 40 ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับพนักงานขับรถมินิบัส สาย 56 จำนวน 2 คัน บนถนนอิสรภาพ

 

โดยสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถคนที่ก่อเหตุ และพักการเดินรถโดยสารทั้ง 2 คัน เป็นเวลา 3 วัน พร้อมลงโทษปรับ บริษัท พชรบัส จำกัด และบริษัท กิจประพล จำกัด บริษัทละ 5,000 บาท

 

แต่อย่างที่รู้กัน 3 เคสนี้เป็นเพียงแค่หยดน้ำในทะเล เพราะที่จริงแล้วเหตุการณ์ลักษณะนี้ยังมีอีกมากบนท้องถนนบ้านเรา นี่ก็ยังไม่หายเคืองกับเคส “หนุ่มแว่นหัวร้อนด่าคนไทย” อยู่เลย ปรากฏว่าพอไล่ข่าวดูยังมีให้เห็นอีกเพียบ !

 

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินข่าวว่ามีคุณหมอท่านหนึ่งจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ออกมาบอกถึงสาเหตุที่คนไทยหัวร้อน มี 3 ปัจจัยหลักๆ

 

คือ 1.ความเครียด กดดัน 2.สภาวะภายในจิตใจ ณ เวลาเกิดเหตุ คือเรื่องราวของเหตุทำให้โกรธ และ 3. คือ สารเสพติด/แอลกอฮอล์ อันนี้พูดง่ายๆ ว่าเอาเข้าร่างกายปั๊บนิสัยเปลี่ยนปุ๊บ

 

 

 

ทวิตเตอร์ @bankkamikunkai

 

 

ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลที่ระบุถึง “สมาร์ทโฟน” และ “โซเชียลมีเดีย” ที่มีส่วนหล่อหลอมพฤติกรรม เนื่องจากเมื่ออะไรๆ ง่ายขึ้นแค่คลิกแค่เลื่อน พอเจออะไรไม่ถูกใจ ไม่ทันใจ คนไทยก็หัวร้อนง่ายอย่างที่เห็น

 

จริงอยู่ที่พอมีเรื่อง เจ้าตัวคนก่อเรื่องก็เหมือนโดนสังคมลงทัณฑ์ไปกลายๆ จากบรรดาคลิปที่เห็นจะจะแบบตัวจริงเสียงจริง แล้วคลิปนี้มันอยู่ชั่วลูกหลานเสียด้วย

 

แต่ก็ต้องถามกันต่อไปว่าจะแก้กันยังไง เพราะลำพังการจับ ปรับ และออกมาขอโทษขอโพย มันอาจเหมือนจบ แต่มันยังไม่พอ...คิดแค่นี้หลายคนก็ขึ้นแล้ว !

 

***************************

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ