royal coronation
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

เปิดเอกสาร ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

วันที่ 20 ตุลาคม 2562 - 14:46 น.
เปิดเอกสาร,ไฮสปีด,เชื่อม 3 สนามบิน
Shares :
เปิดอ่าน 803 ครั้ง

เมื่อตกลงเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ทางกลุ่ม ซีพีจะจ่ายให้กับรัฐกว่า 10,000 ล้านบาท กลุ่มซีพีรับทรัพย์สินไปกว่า 35,000 ล้านบาท ขณะที่ รฟท.จะแบกรับหนี้ 20,000ล้านบาท

       หลังจากเจอโรคเลื่อนมาแล้วหลายครั้งระหว่าง กลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง (กลุ่มซีพี) กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่สามารถเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินมูลค่าการลงทุนกว่า 224,000 ล้าน บาทกันได้ ล่าสุดกำหนดวันลงนามในสัญญาวันที่ 25 ตุลาคมนี้

      ในรายการห้องข่าวเศรษฐกิจ NEWSROOM ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.30-11.50 น. ทางเนชั่นทีวีช่อง 22 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ช่วง ลึกแต่ไม่ลับ กับ บากบั่น บุญเลิศ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการผ่าทางตันของเรื่องนี้แบบ ล้วงลึก หลังจากที่ยืดเยื้อมานานว่า กำลังเกิดสัมปทาน PPP จำแลงขึ้นหรือไม่

        จากการให้สัมภาษณ์ของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า การประชุมได้ข้อ สรุปเรียบร้อย และเพื่อให้โครง การนี้ดำเนินการไปอย่างราบรื่น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กำชับว่า ภาครัฐจะต้องอำนวยความสะดวกเพื่อให้การดำเนินโครงการนี้เดินหน้าไปได้อย่างไม่มีอุปสรรค โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปและรับทราบสัญญาและเงื่อนไขที่จะเซ็นกัน แต่มีการปรับเงื่อนไข “เล็กน้อย” ซึ่งถือว่า เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย

      นายบากบั่น ได้ขยายความ เงื่อนไขเล็กน้อย” ที่มีการปรับแก้นั้นว่า ปรากฏอยู่ในสัญญาสัมปทานหลักซึ่งผ่านการพิจารณา โดยสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งปรากฏอยู่ในข้อที่ 18 ระบุวิธีการชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการ ไว้ว่า

       รฟท.จะชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการ โดยแบ่งชำระเป็นรายปีภายหลังจากวันที่เริ่มระยะเวลาของงานในระยะที่ 2 ในส่วนของรถไฟความเร็วสูง ตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการเริ่มให้บริการเดินรถทั้งระบบ โดยกำหนดการแบ่งจ่ายเป็นระยะเวลา 10 ปี ปีละเท่าๆ กัน

 

       โดยจะชำระงวดแรกในวันที่ครบกำหนด 6 เดือน นับจากวันที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการเริ่มให้บริการเดินรถทั้งระบบ (วันชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการปีที่ 1) และจะชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนโครงการ สำหรับปีต่อๆ มาในวันที่ครบกำหนด 12 เดือนนับจากวันที่ชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการ ปีที่ 1

      ทั้งนี้ กรณีมีเหตุจำเป็น อาจให้ทยอยจ่ายเงินดังกล่าวให้เอกชนคู่สัญญา หลังจากเริ่มเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงบางส่วน โดยแบ่งจ่าย เงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการ ตามระยะทางของการเดินรถไฟความเร็วสูง และจะไม่มีการเริ่มนับระยะเวลาของงานในระยะที่ 2 ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยจะเริ่มนับระยะเวลาดังกล่าวจากวันตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการเริ่มให้บริการเดินรถทั้งระบบ โดยในกรณีดังกล่าวคณะกรรมการนโยบายจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป

 

       ขณะที่ในเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ (Request for Proposal) นั้นเขียนเงื่อนไขไว้ว่า เอกชนลงทุนไปก่อน สร้างเสร็จ 5 ปี เปิดเดินรถได้ รัฐทยอยจ่ายเงินในปีที่ 5 กล่าวคือ ต้องสร้างและส่งมอบแล้ว 5 ปีจึงจะสามารถขอเคลมเงินจากรัฐบาลได้ (กลุ่มซีพีขอเคลมเงินจากรัฐอยู่ที่ประมาณ 119,000 ล้านบาท) แต่ในร่างสัญญาสัมปทานหลักที่รัฐจะลงนามเซ็นสัญญานั้น ได้ปรากฏหลักเกณฑ์สำคัญในข้อที่ 18 ดังกล่าวข้างต้นซึ่งมีนัยว่า “สร้างไม่เสร็จ แต่ถ้าเดินรถได้บางส่วน ขอเคลมเงินจากหลวงได้”

       ทั้งนี้ ตามแผนการดำเนินงานโครงการ แบ่งการส่งมอบออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ช่วงพญาไท 2. ช่วงแอร์พอร์ตเรลลิงค์ และ
3. ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา กำหนดส่งมอบภายใน 1 ปี 3 เดือนให้ได้ หากเกิดความล่าช้าสามารถขยายสัญญาสัมปทานได้ ดังนั้น หากยึดตามเงื่อนไขที่ปรับ “เล็กน้อย” ข้างต้น หากกลุ่มซีพีสามารถเดินรถไฟฟ้าได้เพียงแค่ช่วงของอู่ตะเภา-สุวรรณภูมิ ดำเนินการเสร็จภายใน 3 ปีก็สามารถที่จะเคลมงบจากรัฐบาลได้โดยไม่ต้องรอถึง 5 ปี นายบากบั่นยังระบุด้วยว่า ทางกลุ่มซีพีได้ขอปรับแก้เรื่องของค่าโดยสารโดยขอปรับเพิ่มค่าแรกเข้าแต่ที่ประชุมในวันนั้นไม่อนุมัติ

 

         ที่น่าสนใจ เมื่อตกลงเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ทางกลุ่ม ซีพีจะจ่ายให้กับรัฐกว่า 10,000 ล้านบาท กลุ่มซีพีรับทรัพย์สินไปกว่า 35,000 ล้านบาท ขณะที่ รฟท.จะแบกรับหนี้ 20,000 ล้านบาท สิ่งที่กลุ่มซีพีจะได้ทันทีเช่นกัน นั่นก็คือ มีผู้โดยสารแอร์พอร์ต เรลลิงค์ปี 2562 ประมาณ 75,000 คน/วัน ค่าโดยสารอยู่ที่ 15-45 บาท มีรายได้ 1.12-3.37 ล้านบาท/วัน หรือประมาณ 410-1,231 ล้านบาทต่อปี ตลอดอายุสัญญา 50 ปี กลุ่มซีพีจะมีรายได้อยู่ที่ 20,500-61,550 ล้านบาท

       “นี่คือ เรื่องราวมหากาพย์รถไฟไฮสปีดเทรน เรายืนยันจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องของสัมปทานที่เป็นผลประโยชน์ของรัฐอย่างเต็มที่ และจะสนับสนุนการพัฒนาที่เพิ่มศักยภาพให้กับประเทศไทยเต็มตัว และร่วมยินดีด้วยหากมีการประมูลลงนามกันเพราะนี่คือ อนาคตของประเทศ” นายบากบั่น ยํ้า

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ