royal coronation
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

บัตรเลือกตั้ง...จาก "บัตรโหล" สู่ "บัตรไฮบริด"

วันที่ 18 ธันวาคม 2561 - 18:35 น.
เกาะติดเลือกตั้ง,บัตรเลือกตั้ง,บัตรโหล,บัตรไฮบริด,เบอร์เดียวทั่วประเทศ,กกต,คสช,สมชัย ศรีสุทธิยากร,มีชัย ฤชุพันธุ์,สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์
Shares :
เปิดอ่าน 551 ครั้ง

เกาะติดเลือกตั้ง : จบแล้ว คือ "บัตรโหล" สู่ "บัตรไฮบริด" ที่ยังไม่จบ คือ "พรรคเดียวเบอร์เดียว" (มีคลิป)

 

                ได้ข้อสรุปเรื่องรูปแบบบัตรเลือกตั้งแล้วว่า กกต.จะเปลี่ยนจาก "บัตรโหล" เป็น "บัตรไฮบริด" แต่ข้อเรียกร้องให้มีการแก้กฎหมายเพื่อให้ผู้สมัครพรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ ยังไม่มีสัญญาณตอบรับจาก กกต.และ คสช.

                นอกจากเรื่องการทำป้ายหาเสียง รูปใครจะอยู่ในป้ายได้บ้าง อีกประเด็นที่จะมีการพูดคุยกันด้วยในที่ประชุมระหว่างกกต.กับพรรคการเมืองในวันพรุ่งนี้ (19 ธ.ค.) คือ เรื่องบัตรเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.เพิ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องที่จะทำบัตรเลือกตั้งแบบที่มีแต่เพียงหมายเลขผู้สมัครเท่านั้น ไม่มีชื่อและโลกโก้พรรค

                เป็นประเด็นที่ทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” โดนโจมตีไปด้วย หลังจากไปแสดงความเห็นที่ถูกตีความว่าสนับสนุนบัตรเลือกตั้งแบบดังกล่าว และมีการขยายความเลยเถิดไปถึงขนาดว่า “บิ๊กตู่” สั่งการให้ กกต.ทำแบบนั้น

                ในความเป็นจริงก็ต้องบอกว่างานนั้น “บิ๊กตู่” ไม่เกี่ยว เพราะหากเป็นบัตรเลือกตั้งที่มีแต่หมายเลข ไม่มีชื่อและโลโก้พรรค ถ้าประชาชนสับสน ก็ไม่เป็นประโยชน์กับใครทั้งนั้น แต่เรื่องของเรื่องเป็นเพราะ กกต.ต้องการความสะดวกในการพิมพ์บัตร จึงเลือกจะใช้ “บัตรโหล” คือพิมพ์บัตรแบบเดียวแต่ใช้ได้ทุกเขตทั่วประเทศ

                ล่าสุด กกต.มีมติออกมาแล้วว่าจะให้ใช้บัตรเลือกตั้งแบบที่มีทั้งชื่อและโลโก้พรรคด้วย ซึ่ง กกต. เรียกว่า “บัตรเลือกตั้งแบบไฮบริด” คือเป็นบัตรลูกผสมที่มาจากบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อผสมกัน

 

(อ่านต่อ...มติกกต.พิมพ์บัตรเลือกตั้งมีชื่อ-เบอร์-โลโก้)

 

                เป็นการมีมติออกมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กกต.ออกมาแก้เกี้ยวว่า เตรียมคิดบัตรเลือกตั้งไว้ 2 แบบ คือ แบบที่มีแต่หมายเลข หรือบัตรโหล และบัตรที่มีชื่อและโลโก้พรรคด้วย

                เป็นอันว่าเรื่องรูปแบบบัตรเลือกตั้งจบไป
 

 

                พรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ?

                แต่ยังมีอีกประเด็นเกี่ยวกับเรื่องบัตรเลือกตั้งที่ กกต.ยังไม่ได้ขยับแสดงท่าทีใดๆ คือ กรณีที่มีเสียงเรียกร้องและข้อเสนอให้ทุกพรรคใช้ “เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ”

                เรื่องเบอร์ผู้สมัคร ส.ส.นี้ กำหนดไว้ในกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 48 ว่าให้ผู้สมัครได้รับหมายเลขประจําตัวผู้สมัครเรียงตามลําดับของการมาสมัครและกรณีที่มาสมัครพร้อมกันหลายคนและไม่อาจตกลงลําดับในการยื่นใบสมัครได้ให้ใช้วิธีจับสลาก

                ต่างไปจากก่อนหน้านี้ที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเดียวกันจะใช้หมายเลขเดียวกันทั่วประเทศ

                เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมาเครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม(Free, Fair & Fruitful Election) หรือ FFFE (เฟ) และ 7 พรรคการเมือง ได้แก่พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ และพรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคสามัญชน ได้เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อแสดงจุดยืนให้ กกต.จัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสเป็นธรรม

                ประเด็นหนึ่งของข้อเรียกร้อง คือ ขอให้ กกต.ผลักดันให้พรรคเดียวเป็นเบอร์เดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสะดวกต่อการลงคะแนนเสียงและลดความสับสนของประชาชน 

 

(อ่านต่อ..."เฟร์ -7 พรรค"ยื่น 3 ข้อเรียกร้องกกต.)

 

                เนื่องจากข้อกำหนดเรื่องหมายเลขผู้สมัครดังกล่าวเป็นข้อกำหนดที่อยู่ในกฎหมายเลือกตั้ง หากจะมีการแก้ไขก็ต้องใช้กระบวนการทางนิติบัญญัติคือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่หากใช้กระบวนการปกติก็ไม่น่าจะทันเวลาสำหรับการเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ จึงมีการเสนอให้ “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไข

                แต่จนถึงล่าสุด ยังไม่มีสัญญาณตอบรับจากทั้ง กกต.และ คสช.

                เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ กกต.ทำหนังสือถึง คสช. เพื่อให้ใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายเพื่อให้ใช้ระบบพรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ โดยบอกว่า “กกต.จะหล่อมาก หากขอให้ คสช.ออก ม.44 ให้พรรคมีเบอร์เดียวทั้งประเทศ”

 

 

                สมชัย ให้ระบุการให้ผู้สมัครพรรคเดียวกันมีหมายเลขต่างกัน ทำให้ความเข้มแข็งของพรรคการเมืองหายไป พรรคการเมืองหาเสียงยากขึ้น ประชาชนสับสนมากขึ้นจากหมายเลขพรรคที่แตกต่างและ กกต.ต้องแบกภาระจัดพิมพ์บัตร 350 แบบให้ถูกต้องและทันเวลา และเสี่ยงต่อความผิดพลาด

                อย่างไรก็ตาม “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เคยให้เหตุผลการเสนอให้ผู้สมัครมีหมายเลขที่ต่างกัน ไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ว่า “เพื่อให้ความสำคัญกับตัวบุคคลด้วยไม่ใช่พรรคการเมืองอย่างเดียวแก้ข้อครหาพรรคการเมืองส่งเสาไฟฟ้าลงก็ได้รับเลือกตั้ง ป้องกันหว่านซื้อเสียงทั้งประเทศ”

 

                อย่างไรก็ตาม มีการมองกันว่า การเขียนกติกายกเลิกการมีเบอร์เดียวทั่วประเทศ เป็นอีกหนึ่งวิธีเพื่อลดคะแนนเสียงของ “ฝ่ายทักษิณ”

                รูปแบบบัตรเปลี่ยนจาก "บัตรโหล" เป็น "บัตรไฮบริด" แล้ว พรรคเดียวกันเบอร์เดียวกันทั่วประเทศจะเป็นไปได้หรือไม่ รอดูหลังการประชุมวันพรุ่งนี้ !!

 

===================

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

 

ดูคลิป

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ