บัญชีรายชื่อแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล วาระประจำปี 61 จำนวน 935 อัตราที่เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กันยายน นอกจากตำแหน่งสำคัญๆ ระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพ และปลัดกระทรวงกลาโหมจะไม่พลิกโผแล้ว ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ที่มีข่าวลือมาตลอดว่าอาจมี “พลิกผัน” แต่สุดท้ายก็เป็นไปตามคาดหมายเช่นกัน

          เพราะพล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยที่ 4 ผงาดขึ้นเป็นแม่ทัพภาคใต้ตรงตามที่มีการคาดการณ์มาตั้งแต่แรก แบบนี้ภาษานักเลงเรียก “นอนมา”

          โดย พล.ท.พรศักดิ์ หรือ “บิ๊กเดฟ” เตรียมรับไม้ต่อในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ หลังจากที่ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพคนปัจจุบันเกษียณอายุราชการ

          พล.ท.พรศักดิ์ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับกองทัพภาคที่ 4 และไม่ใช่คนหน้าใหม่ในภารกิจ “ดับไฟใต้” ซึ่งเป็นงานใหญ่และภาระอันหนักอึ้งบนบ่าของแม่ทัพภาคใต้ทุกคนตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เพราะ “บิ๊กเดฟ” รับราชการในภาคใต้มาตลอด ตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ ระดับผู้หมวด ผู้พัน ผู้การกรม กระทั่งขยับขึ้นสู่ ผบ.พล ในตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เคยรับหน้าที่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี หรือผบ.ฉก.ปัตตานี ก่อนก้าวขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 และติดยศ “พลโท” ในตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 4 ในการโยกย้ายนายทหารวาระกลางปีที่ผ่านมา กระทั่งผงาดขึ้นเป็นแม่ทัพคนใหม่ในการแต่งตั้งโยกย้ายหนนี้

 

 

          สมัยที่ทำหน้าที่ผบ.ฉก.ปัตตานี เมื่อปี 59 “บิ๊กเดฟ” เคยมีบทบาทคลี่คลายวิกฤติในหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุจลาจลครั้งใหญ่ที่เรือนจำกลางปัตตานี เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม และเหตุระเบิดรถไฟเมื่อ 3 กันยายน ปีเดียวกัน

 

          การขึ้นสู่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ของพล.ท.พรศักดิ์ ถือว่าเป็นจังหวะก้าวที่น่าจับตา เพราะเขาเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 และนักเรียนนายร้อยจปร.รุ่น 31 รุ่นเดียวกับ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ว่าที่ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนใหม่ ซึ่งมีไม่บ่อยครั้งนักที่แม่ทัพภาค 4 จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ ผบ.ทบ. ฉะนั้นการทำงานจึงน่าจะสอดประสานกันและน่าจะเกื้อหนุนให้ภารกิจดับไฟใต้มีความไหลลื่นและเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น


          ขณะที่สุ้มเสียงจากน้องๆ ในทัพ 4 ก็ขานรับ “พี่เดฟ” กันอย่างคึกคัก เพราะด้วยสไตล์การทำงานในแบบ “พี่มีแต่ให้” ทำให้ได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชาแทบทุกระดับ ที่สำคัญชีวิตครอบครัวก็เพียบพร้อม มีพี่ชายเป็นอดีตบิ๊กกระทรวงการคลัง ทำให้เน้นงาน “เอากล่อง” ไร้ข่าวฉาวเรื่องผลประโยชน์

          “จะว่าไปคนที่เป็นแม่ทัพไม่จำเป็นต้องลงไปจับงานเองมากมาย แค่รู้จักใช้คน รู้จักพื้นที่ รู้จักสถานการณ์ ใช้คนให้ถูกกับงาน ทุกอย่างก็เดินหน้าได้แล้ว” เป็นเสียงจากนายทหารที่เคยผ่านงานที่ปลายด้ามขวาน พูดถึงจุดแข็งของ “บิ๊กเดฟ” ซึ่งเป็นลูกหม้อของทัพภาค 4 ตัวจริง

          แต่ความพร้อมและความลงตัวที่เจียระไนมา ก็ยังมีความท้าทายรออยู่เบื้องหน้าเหมือนกัน โดยเฉพาะในภารกิจดับไฟใต้ที่กำลังมีคำถามแหลมคมว่า สถานการณ์ตอนนี้คืออะไร และอยู่ตรงจุดไหนกันแน่?

 

 

          “สถานการณ์ในระยะหลังๆ ดีขึ้นจริงในแง่ของสถิติการก่อเหตุรุนแรงที่ลดลง แต่คำถามคือสถานการณ์เป็นแบบนี้ด้วยเหตุผลอะไร เพราะบางทีสถานการณ์ดีขึ้นก็ไม่ได้แปลว่ามาจากการแก้ไขปัญหาที่ถูกทางเท่านั้น แต่อาจจะมาจากคนที่ก่อเหตุเบื่อไปเอง หรือกลุ่มขบวนการกำลังปรับตัวปรับทิศทางอะไรกันอยู่หรือไม่ เนื่องจากรากฐานของปัญหาไฟใต้ยังเหมือนเดิม และยังไม่ได้ถูกแก้ไขเลยด้วยซ้ำ ปัญหาเก่าจึงยังมีอยู่ ส่วนเรื่องพูดคุยสันติสุขเองก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าอย่างไร เพราะมาเลเซียก็เปลี่ยนรัฐบาล และยังเปลี่ยนผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยด้วย”

          เป็นข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญปัญหาชายแดนใต้ที่เคยทำงานอยู่ในพื้นที่จริง...

          ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือสองปีของ “บิ๊กอาร์ท” พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช ไฟใต้ได้ถูกนิยามใหม่ว่าต้นเหตุไม่ได้มาจากอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน แต่เชื้อไฟที่ทำให้สถานการณ์คุโชนมาจากการแสวงประโยชน์ของกลุ่มตระกูลการเมืองผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่และการว่าจ้างให้ก่อเหตุรุนแรงจากกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย

          คำถามก็คือ “บิ๊กเดฟ” ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ จะยังคงยึดมั่นในนิยามนี้อยู่หรือไม่ และจะสานต่อวิธีคิด ตลอดจนแนวทางดับไฟใต้ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักของ “บิ๊กอาร์ท” ต่อไปอีกหรือเปล่า หรือจะยกเครื่องใหม่ด้วยนโยบายที่บ่มเพาะสั่งสมมาจากประสบการณ์ของตนเอง

 


          หาก “บิ๊กเดฟ” เลือกอย่างหลัง คือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ตามแนวทางของตน สิ่งที่ต้องเผชิญก็คืออำนาจที่แท้จริงในการกำหนดสถานการณ์ไม่ได้อยู่ในมือแม่ทัพเพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว เพราะปัจจุบันในรัฐบาล คสช.มีโครงสร้างการทำงานในระดับนโยบายซ้อนอยู่อีก 2 ชั้น คือ คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และยังมี “ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล” คอยกำกับอยู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งองค์ประกอบของ “ผู้แทนพิเศษ” ก็เต็มไปด้วยอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และอดีตรองแม่ทัพ ซึ่งหลายคนก็เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของ “บิ๊กเดฟ” เองด้วยซ้ำ

          แน่นอนว่าหากผสานจุดเด่นของแต่ละคน แต่ละภาคส่วนให้เป็นเอกภาพได้ ก็จะเกิดพลังในการแก้ไขปัญหา แต่หากรวมกันไม่ติด ต่างคนต่างทำ ภารกิจดับไฟใต้ก็คง “เละ” ไม่ต่างจากที่ผ่านๆ มา

          และนั่นก็คือประเด็นท้าทายที่สุดของว่าที่แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่นามว่า พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์!