คมชัดลึกออนไลน์ 5 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวในพระราชสำนัก

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

12 มีนาคม 2563 - 16:55 น.
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา,สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา,กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ,พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม,ราชทัณฑ์ ปันสุขทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์,เครื่องมือแพทย์,อุปกรณ์ก
ข่าวในพระราชสำนัก

Shares :
เปิดอ่าน 175 ครั้ง

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์ ทรงติดตามโครงการบำบัดน้ำเสียเรือนจำเชียงใหม่


              เวลา 13.37 น. วันที่ 12 มีนาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ ไปพระราชทานเครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์ ตามโครงการราชทัณฑ์ ปันสุขทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้กับเรือนจำกลางเชียงใหม่ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และโรงพยาบาลนครพิงค์ อันเป็นเรือนจำเป้าหมายแห่งที่ 18 ซึ่งยังคงดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามที่กำหนดไว้

 

 

 

              โดยได้พระราชทานเครื่องมือแพทย์ แก่ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ , ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ พระราชทานรถเอกซเรย์เคลื่อนที่แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ พระราชทานหนังสือเพื่อใส่ในมุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข แก่หัวหน้าสถานพยาบาลเรือนจำกลางเชียงใหม่ และหัวหน้าสถานพยาบาลทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

              ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเปิดแพรคลุมป้าย “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข” ในสถานพยาบาล และทอดพระเนตรภายใน “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข” ทอดพระเนตรห้องทันตกรรม ห้องตรวจตา จากนั้น เสด็จไปยังอาคารเรือนนอนผู้ต้องขังชายป่วย พระราชทานถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังชายป่วย จำนวน 6 ราย ผู้ต้องขังชราและพิการ จำนวน 20 ราย ทอดพระเนตรห้อง Telemedicine ทอดพระเนตรการสาธิตของ อสรจ.ชาย ในการช่วยเหลือผู้ป่วย จากนั้น เสด็จไปยังบริเวณจัดนิทรรศการ 2 เรือนจำ 2 โรงพยาบาล และเรือนจำในเขต 5 นิทรรศการจิตอาสาเราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังชาย จากนั้นเสด็จไปยังแดน 4 ทอดพระเนตรตัวอย่างการบำบัดน้ำเสียของเรือนจำในแดน 4 จากนั้น เสด็จไปยังพลับพลาพิธี ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขัง ชุด อวยชัย ราชทัณฑ์ปันสุข

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

              สำหรับเรือนจำกลางเชียงใหม่นอกจากได้ปฏิบัติตามโครงการราชทัณฑ์ ปันสุขทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในด้านสุขภาพอนามัยของผู้ต้องขังแล้ว ยังมีการดำเนินงานด้านสภาพแวดล้อม และสุขอนามัยของเรือนจำ ได้แก่การดำเนินงานด้านการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเรือนจำกลางเชียงใหม่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 การประกวดนวัตกรรมของกรมราชทัณฑ์ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 การบำบัดน้ำเสียโดยใช้คลองส่งน้ำช่วยบำบัด มีการบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคของผู้ต้องขัง (Primary Treatment) และการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากสิ่งปฏิกูลต่างๆ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ (Secondary Treatment) โดยได้รับการตรวจคุณภาพน้ำจากส่วนวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม ผลการตรวจผ่านเกณฑ์ค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ มีการนำน้ำที่ผ่านระบบบำบัดนำกลับมาใช้ใหม่ ในการฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำ และใช้รดน้ำต้นไม้ในเรือนจำ เป็นต้น

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

              ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ เผื่อนคำ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่สามารถรองรับผู้ต้องขังได้ 2,271 คน แต่ปัจจุบันมีผู้ต้องขัง 7,076 คน ปัญหาผู้ต้องขังเรือนจำ จึงเป็นสาเหตุระบบการบำบัดน้ำเสียที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็น จึงต้องสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมภายนอก ด้วยการจัดทำแผนปฏิบัติการเพิ่มพื้นที่ทำบ่อบำบัดน้ำเสีย โดยใช้พื้นที่ระบายน้ำฝนด้านหน้าฐานปฏิบัติการ จัดทำเป็นจุดต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งจุดต้นน้ำและกลางน้ำจะทำการคัดแยกไขมันและตะกอนต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้ปลายน้ำนันมีปฏิกูลน้อยที่สุด ซึ่งในส่วนนี้ประกอบด้วยบ่อ อาทิ บ่อดับกลิ่นด้วยถ่าน บ่อเติมอากาศ บ่อฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี นำไปสู่บ่อผักตบชวา จอก แหน ก่อนจะปล่อยไหลสู่พื้นที่เกษตรชุมชน ซึ่งใช้ปลูกพืชผักต่างๆ ให้ประชาชนโดยรอบพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นการสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้ต้องขังแล้ว ยังเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ขณะเดียวกันยังเป็นการฝึกวิชาชีพให้ผู้ต้องขังอีกด้วย

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

              สำหรับการจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสียดังกล่าวนี้เป็นการทำงานแบบบรูณาการร่วมกรมชลประทาน และสำนักงานสิ่งแวดล้อมเชียงใหม่ที่ 1 ภายใต้โครงการ "ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์" ซึ่งโครงการดังกล่าว ผู้ต้องขังที่มีจิตสาธารณะได้มีส่วนร่วมเพราะถือเป็นการทำความสะอาดบ้านตัวเอง เช่น การทำความสะอาดบ่อทุกสัปดาห์ เติมจุลินทรีย์ ซึ่งผลการทำงานที่ออกมาในแนวทางที่ดีมาก น้ำไม่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศน์น้ำที่ได้รับการบำบัด ได้ตามมาตรฐานที่กรมมลพิษตั้งเอาไว้

              ปัจจุบันเรือนจำกลางเชียงใหม่ มีผู้ต้องขัง จำนวน 7,076 คน มีผู้ต้องขังเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมจำนวน 299 คน และทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ มีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 2,303 คน มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมจำนวน 62 คน

 

 

 

              โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ในกิจกรรมต่างๆ เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม ที่ทำให้ผู้ต้องขังได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป และไม่ได้ให้ความสำคัญไปกับกลุ่มผู้ต้องขังมากเกินไป แต่เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมที่แม้ว่าผู้ต้องขังเป็นผู้ที่กระทำผิดกฎหมายของบ้านเมือง แต่ในเรื่องความเจ็บป่วยที่ผู้ต้องขังเผชิญอยู่ในระหว่างการคุมขังก็มีความจำเป็นที่ต้องได้รับบริการเท่ากันกับประชาชนภายนอก

 

 

 

ราชทัณฑ์ปันสุขฯ ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังรับผิดชอบสังคม

 

 

 

              ตั้งแต่เปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุขจนถึงปัจจุบัน พบว่า ประชาชนทั่วไปต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญแก่ประชาชนและผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย และหน่วยงานทางการแพทย์ต่างๆ มีความเข้าใจในโครงการมากขึ้นและไม่ได้มองว่า เป็นการให้ความสำคัญกับผู้ต้องขัง แต่ต่างกล่าวเหมือนกันว่า ความเจ็บป่วยไม่มีการแยกเพศ ไม่แยกศาสนาและไม่แยกสถานภาพทางสังคม

 

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ