เวลา 14.00 น. วันที่ 2 มีนาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ไปพระราชทานเครื่องมือแพทย์ตามโครงการราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้กับเรือนจำกลางคลองไผ่ เรือนจำกลางนครรราชสีมา เรือนจำกลางนครพนม และทัณฑสถานหญินครราชสีมา และเสด็จเปิดโซนดูแลผู้ต้องขังในโรงพยาบาลปากช่องนานา  จังหวัดนครราชสีมา

 

 

 

                             โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทรงริเริ่มโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ต้องขังในเรือนจำโดยทรงมองเห็นว่า แม้ว่าผู้ต้องขังเป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมายบ้านเมืองและต้องมารับโทษในเรือนจำ แต่บุคคลเหล่านี้ก็เป็นประชาชนคนไทยกลุ่มหนึ่งที่ทั้งสองพระองค์ในฐานะองค์พระประมุขของชาติที่ใส่พระทัย ดูแลทุกข์สุขของประชาชนคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในเรื่องการสาธารณสุขและการแพทย์ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเปิดโครงการ ณ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อันเป็นปฐมฤกษ์ของการดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562โดยในเป้าหมายโครงการกำหนดไว้ที่จะพระราชทานเครื่องมือแพทย์และส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องในเรือนจำ ๒๕ แห่ง และพระราชทานรถเอกซเรย์ให้กับโรงพยาบาลเขตจำนวน 12 แห่ง

 


  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์

 

 

                             ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเปิดโครงการแล้ว ทรงมอบให้สมเด็จ
พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จแทนพระองค์ไปพระราชทานเครื่องมือแพทย์และดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามแผนงานโครงการที่กำหนดไว้ในเรือนจำ จำนวน 9 แห่ง โดยมีกิจกรรมย่อยคือ จัดให้มีมุมสุขภาพราชทัณฑ์ปันสุข การอบรมอาสาสมัครสาธารณะสุขในเรือนจำ (อสรจ.) ที่ปัจจุบันมีผู้ต้องขังเป็น อสรจ.จำนวน 1,422 คน (คิดเป็นร้อยละ 135 จากแผนที่กำหนดไว้) มีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาเป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย 12 แห่ง มีการกรอกระบบเพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพไปแล้ว 45,281 คน (คิดเป็นร้อยละ 97.46 จากที่กำหนดไว้) และนอกจากการพระราชทานเครื่องมือแพทย์ และกิจกรรมอื่นๆตามข้างต้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้พระราชทานรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ จำนวน 12 คัน และกล้องถ่ายภาพจอประสาทตาจำนวน 12 เครื่องให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในเขตต่างๆ เพื่อเสริมการให้บริการประชาชนรวมทั้งผู้ต้องขังอันเป็นการขยายบริการในด้านการแพทย์อย่างทั่วถึงและเสมอภาคให้กับประชาชนคนไทยที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใดๆ

 

 

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์

 

 

                             จากการเสด็จแทนพระองค์ในเรือนจำต่างๆที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบันพบว่า     มีผู้ต้องขัง เจ็บป่วยด้วยโรคความดันโลหิต โรคไขมันในเลือด และเบาหวาน และยังมีโรคอื่นๆ ที่เกิดจากการรับโทษจำคุกเป็นเวลานาน เช่น โรคเครียด โรคซึมเศร้า จิตเวชและโรคเกี่ยวกับข้อ กระดูก ภาวะผู้ป่วยติดเตียง  อีกจำนวนมาก ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ได้รับสั่งให้มีการเพิ่มหลักสูตรการดูแลผู้ป่วยติดเตียง การทกายภาพเบื้องต้น การทำกิจกรรมสันทนาการเพื่อลดความกังวลใจและลดความเครียดเพิ่มเติม เป็นต้น
          

 

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์

 

 

                             สำหรับการเสด็จแทนพระองค์ ณ เรือนจำกลางคลองไผ่ ในวันนี้ถือเป็นเรือนจำเป้าหมายแห่งที่ 14 ซึ่งยังคงดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ โดยได้พระราชทานรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ จำนวน 4 คัน และกล้องถ่ายภาพจอประสาทตาจำนวน 4 เครื่อง ให้กับโรงพยาบาลปากช่องนานา จังหวัดนครราชสีมา โรงพยาบาลอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานีและโรงพยาบาลขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
            

 

 

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์

 

 

                             ในส่วนของสถานการณ์ของผู้ต้องขังเจ็บป่วยในเรือนจำต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่กำหนดเป็นเรือนจำตามเป้าหมายในระยะแรกมีรายละเอียดดังนี้ เรือนจำกลางคลองไผ่ มีผู้ต้องขัง 4,620 คน มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมจำนวน 97 คน เรือนจำกลางนครราชสีมามีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 3,484 คน  มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมจำนวน 267 คน เรือนจำกลางนครพนม มีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 4,409 คน มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมจำนวน 276 คน และทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา มีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 2, 593คน    มีผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคเรื้อรัง รวมจำนวน 354 คน

 

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์


            

                             ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเปิดแพรคลุมป้าย “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข” ในสถานพยาบาล และทอดพระเนตรภายใน “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข” ทอดพระเนตรห้องตรวจตา ห้องทันตกรรม การสาธิตของ อสรจ.ชาย ในการช่วยเหลือผู้ป่วย จากนั้นเสด็จไปยังอาคารเรือนนอนผู้ต้องขังชายป่วย พระราชทานถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังชายป่วย จำนวน 6 ราย ผู้ต้องขังชราและพิการ จำนวน 15 ราย จากนั้นเสด็จไปยังบริเวณจัดนิทรรศการ เรือนจำในเขต 4 และโรงพยาบาลในเขตบริหารเรือนจำเขตที่ 4 ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ นิทรรศการจิตอาสาเราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ของ 4 เรือนจำ 4 โรงพยาบาล จากนั้นเสด็จไปยังพลับพลาพิธี ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขัง 1 ชุด ได้แก่ หุ่นกระบอกบทบาทสมมุติของการเป็น อสรจ.

 

 

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์

 

 

                             ภายหลังจากเสด็จในเรือนจำกลางคลองไผ่แล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ได้เสด็จไปยังโรงพยาบาลปากช่องนานา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำกลางคลองไผ่ ที่มีนายแพทย์ณรงค์ บำรุงถิ่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากช่องนานา และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเฝ้ารับเสด็จเพื่อเปิด โซน “ปันสุข” ซึ่งเป็นโซนที่โรงพยาบาลปากช่องนานาได้จัดแบ่งไว้ดูแล ควบคุมผู้ต้องขังที่ไม่สามารถรักษาในเรือนจำได้     และต้องส่งออกมารักษาที่โรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลปากช่องนานา มีโซนที่ควบคุมและดูแลผู้ต้องขังอยู่ 2 แห่ง คือ ตึกอายุรกรรมจำนวน 3 เตียง ตึกศัลยกรรมจำนวน 3 เตียง
                  

 

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์

 

 

                             สำหรับโซนที่ควบคุม ดูแลผู้ต้องขังป่วยในโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขนั้นเป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ที่เป็นการริเริ่มของผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ได้หารือกับผู้บัญชาการเรือนจำแต่ละแห่งเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่จัดโซนสำหรับการดูแลผู้ต้องขัง          ในโรงพยาบาลทั้งหมด 5 แห่ง ถือเป็นการให้บริการผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยและเกินศักยภาพของสถานพยาบาลในเรือนจำที่จะดูแลรักษาในโรคต่างๆ เช่นการผ่าตัด การให้ยาในการรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งหากไม่มีโซนดังกล่าว จะต้องใส่โซ่ตรวนให้กับผู้ต้องขังป่วยไปโรงพยาบาลเพื่อป้องกันการหลบหนี และจัดเจ้าหน้าที่จำนวน อย่างน้อย 1 คนต่อผู้ต้องขังป่วย 1 คนอยู่ดูแลผู้ต้องขังตลอดเวลาที่รักษาตัว แต่การมีโซน”ปันสุข” จะช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่และลดการถูกตีตราจากสังคมกรณีนำโซ่ตรวจพันธนาการให้ผู้ต้องขัง และในกรณีที่ไม่มีผู้ต้องขังมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่มีประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เตียง ก็สามารถมาใช้เตียงดังกล่าวได้

 

 

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์

 

 

 

                             การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ในกิจกรรมต่างๆ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม ที่พยายามทำให้ผู้ต้องขังได้รับบริการทางการแพทย์ และสาธารณสุขเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไปและไม่ได้ให้ความสำคัญไปกับกลุ่มผู้ต้องขังมากเกินไปแต่เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมที่แม้ว่าผู้ต้องขังเป็นผู้ที่กระทำผิดกฎหมายของบ้านเมือง แต่ในเรื่องความเจ็บป่วยที่ผู้ต้องขังเผชิญอยู่ในระหว่างการคุมขังก็มีความจำเป็นที่ต้องได้รับบริการเท่ากันกับประชาชนภายนอก

 

 

 

 

กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์

 

 

                             ซึ่งจากการประเมินในภาพรวมตั้งแต่เปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุขจนถึงปัจจุบัน พบว่า ประชาชนทั่วไปต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพบว่าหน่วยงานทางการแพทย์ต่างๆ มีความเข้าใจโครงการมากขึ้นและไม่ได้มองว่า เป็นการให้ความสำคัญกับผู้ต้องขัง แต่ต่างกล่าวเหมือนกันว่า ความเจ็บป่วยไม่มีการแยกเพศ ไม่แยกศาสนาและไม่แยกสถานภาพทางสังคม