จากกรณีบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ได้ออกมาระบุถึงประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 รพ.สนามบุษราคัม ว่ามีผู้ป่วยอาการหนักเพิ่มมากขึ้น แต่บุคลากรเท่าเดิม และได้เบี้ยเลี้ยงน้อย โดยได้ค่าโดยสารได้เที่ยวละ 8 บาท ตามที่ได้มีการแชร์กันในโลกออนไลน์นั้น 

 

"8บาท" ทำวุ่น ผอ.รพ.บุษราคัม ชี้แจงยิบ ค่าเดินทางบุคคลากรทางการแพทย์ เข้าใจคลาดเคลื่อน

 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม ได้ออกมาชี้แจงว่า การเบิกจ่ายค่าตอบแทนต่างๆ เป็นไปตามระเบียบ ซึ่งบุคลากรที่ เข้ามาประจำการที่โรงพยาบาลบุษราคัม มีการเบิกจ่ายจากสองส่วนคือ ค่าตอบแทนจากโรงพยาบาลต้นสังกัดเดิมของตนเอง และส่วนที่สองคือค่าตอบแทนจากโรงพยาบาลบุษราคัม ซึ่งจะต้องทำเรื่องเบิกจ่ายจากโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลต้นสังกัด

 

"8บาท" ทำวุ่น ผอ.รพ.บุษราคัม ชี้แจงยิบ ค่าเดินทางบุคคลากรทางการแพทย์ เข้าใจคลาดเคลื่อน

  

อย่างไรก็ตาม สำหรับข่าวกรณีการเบิกจ่ายค่าเดินทาง เป็นจำนวนเงิน 8 บาทนั้น เชื่อว่า เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ ขอย้ำว่า การเบิกจ่ายค่าตอบแทนต่างๆ เป็นไปตามระเบียบทางราชการอยู่แล้ว ส่วนของค่าตอบแทนเสี่ยงภัย เป็นเงินจัดสรรพิเศษผ่านทาง ครม. ไม่ใช่เป็นเงินจากโรงพยาบาล ซึ่งจะมีการจัดสรรเป็นงวดๆ ไม่ใช่เป็นแบบเดือนต่อเดือน  

 

"8บาท" ทำวุ่น ผอ.รพ.บุษราคัม ชี้แจงยิบ ค่าเดินทางบุคคลากรทางการแพทย์ เข้าใจคลาดเคลื่อน

  

ทั้งนี้ บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะนี้ ยังไม่ได้รับเงินค่าเสี่ยงภัย แต่ยืนยันว่า จะได้รับเงินค่าเสี่ยงภัยอย่างแน่นอน หลังจากที่สำนักงบประมาณจัดสรรเงินมา และขอย้ำว่า ที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจไปหลายครั้งแล้ว

 

 

 

 

"หลังจากนี้ ได้ให้ฝ่ายการเงินโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ไปสอบทวนระเบียบการเบิกจ่าย เรื่องสิทธิประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ และขอย้ำว่า เรื่องนี้ได้มีการชี้แจงพูดคุยกันมาหลายครั้งแล้ว และด้วยภาระงานที่หนักขึ้นของบุคลากร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลบุษราคัม ทำให้กระทรวงสาธารณสุข มีการอนุมัติค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลบุษราคัม เพิ่มอีก 2 เท่า โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เป็นต้นไป 

 

สำหรับสถานการณ์การรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลบุษราคัม ในปัจจุบัน ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยของเตียง 3,300 เตียง ขณะนี้ถือว่าเต็มศักยภาพของโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งในแต่ละวัน โรงพยาบาลบุษราคัม สามารถเปิดรับผู้ป่วยรายใหม่ ได้เฉลี่ยประมาณ 300 - 400 คนต่อวัน จากการหนุนเวียนคนไข้ที่หายป่วย ตามรอบของการรักษาของโรคในแต่ละวัน โดยมีบุคลลากรสาธารณสุข เดินทางเข้ามาประจำการ 210 คน จากหน่วยโรงพยาบาลต่างจังหวัด โดยมีการจัดแบ่งทำงานเป็น 3 พลัด มีเจ้าหน้าที่ 70 คนต่อพลัด ให้การดูแลคนไข้ 3,300 คน

 

และจากจำนวนเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาทำงานเสริม บุคลากรต้องทำงาน 10 วันต่อเนื่องต่อรอบ และจากสถานการณ์ในขณะนี้ พบว่า ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็ยังคงมีการระบาดเพิ่มมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่จากภูมิภาค ซึ่งจะต้องมีการหมุนเวียนเข้ามาประจำการที่โรงพยาบาลบุษราคัม ได้รับผลกระทบ

 

ดังนั้น จึงมีการดำเนินงานโดยให้บุคลากรจากกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนงานอื่นๆ เข้ามาช่วยลดภาระหน้าที่ของทีมแพทย์พยาบาล และเปิดรับจิตอาสาจากกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบุษราคัม และหายป่วยแล้ว ในห้วงระยะเวลากำหนดการรักษาโรค เข้ามาทำงาน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานด้านอื่นๆ ของบุคลากรในโรงพยาบาล เช่น การช่วยดูเรื่องเอกสาร การช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เป็นต้น ซึ่งมีค่าตอบแทนให้ด้วย