วันนี้ (21 ก.ค. 64) นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 34,145 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 10,215 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีกรวม 41,923 ล้าน ลบ.ม. 

 

กรมชลประทาน เตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อน "เจิมปากา"

 

เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 7,564 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 868 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 17,307 ล้าน ลบ.ม. 

กรมชลประทาน เตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อน "เจิมปากา"

 

ทั้งนี้ จากอิทธิพลของพายุเจิมปากา ส่งผลให้มีฝนตกชุกหลายพื้นที่ในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่า จะเป็นผลดีทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น รวมไปถึงปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการผลักดันความเค็ม ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่การเกษตรได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำไว้ในอ่างฯให้ได้มากที่สุด โดยการปรับการระบายน้ำอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับฝนที่ตกลงมา เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯ

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้โครงการชลประทาน ตรวจสอบอาคารชลประทานทุกแห่ง ให้สามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพ รวมทั้งการกำจัดวัชพืชไม่ให้กีดขวางทางน้ำ ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำล้นตลิ่ง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา