จากกรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊ค รายหนึ่ง ชื่อ Peteeta  Kik kik KanjanaIuck โพสต์ข้อความว่า น้องสาวผม นางสาวชนัญชิดากาญจนลักษณ์ หรือเฟื่อง ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ sinovac  เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 64 ที่ จัสตุรัสจามจุรีกทม. หลังการฉีดได้มีอาการปวดเมื่อยเพลีย  แต่ก็ยังสามารถขับรถกลับมาบ้านที่อยุธยาได้  วันที่ 7 มิ.ย 64 น้องได้มีอาการเพลีย ปวดเมื่อย มีไข้ไม่มีแรง จึงไปหาหมอที่ รพ. ราชธานีอยุธยา หมอได้ให้ยาแก้ปวดมากิน วันที่ 8 มิ.ย 64 น้องอาการไม่ดีขึ้น และ แย่ลงกว่าเดิม นอนซมทั้งวันเพลีย ไม่มีแรง ปวดเมื่อย เบลอ แน่นหน้าอก ช่วงเย็นญาติจึงพาไปหาหมออีกครั้งที่ รพ.เดิม หมอได้ฉีดยาให้ 1 เข็ม แต่ไม่รู้ว่าแก้อาการอะไร และให้กลับมาพักดูอาการที่บ้าน น้องกลับมาถึงบ้านประมาณ 20.30 น.  ประมาณ 22.00 น. น้องมีอาการช็อกหายใจไม่ออก หัวใจหยุดเต้นและหมดสติไป ญาติเรียกรถฉุกเฉินมารับที่บ้าน และ ได้ปั๊มหัวใจน้อง ไป รพ.พระนครศรีอยุธยา เพราะใกล้ที่สุด ทาง รพ. ได้ส่งต่อน้องไป ที่รพ. ราชธานี  ตอนนี้น้องอยู่ห้อง CCU ยังไม่ฟื้น อาการโคม่า 50/50  รบกวนพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ที่ทำงานที่เดียวกันกับน้อง (กระทรวงศึกษาธิการ กทม) แจ้งหน่วยงานต้นสังกัดให้น้องผมด้วยนะครับ เพราะทางเราไม่รู้จะติดต่อและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดน้องได้ทราบได้ทางไหน ขอบคุณครับ

จากนั้นผ่านมาได้ 2 วัน ก็มีการโพสต์การเสียชีวิตของนางสาวชนัญชิดา กาญจนลักษณ์ (เฟื่อง) ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2564 กำหนดการจะแจ้งให้ทราบภายหลังนะคะ ซึ่งเป็นการแสวิพาจวิจารย์กันอย่างมาในโชเชียล

ล่าสุดวันที่ 11 มิถุนายน 2564 ทางด้านผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น เวลา 15.00 น.วันที่ 11 มิถุนายน 2564 ที่วัดโพธิ์เผือก ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  พบว่าที่วัดบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีครอบครัว ญาติๆมารอรับร่างผู้เสียชีวิต ที่จะนำกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนา โดยมีพิธีรดน้ำศพช่วงเวลา 16.00 น. บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าโดยมีญาติพี่น้องเพื่อนร่วมงานมาร่วมพิธีรดน้ำศพโดยจะมีพิธีบำเพ็ญกุศลจำนวน 3 วันและจะทำพิธี ฌาปนกิจภายในวันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน2564

สอบถาม นางอนันต์  กาญจนลักษณ์   อายุ 58 ปี แม่ผู้เสียชีวิตเล่าว่า “นางสาวชนัญชิดา หรือเฟือง กาญจนลักษณ์ อายุ36 ปี ทำงานเป็นพนักงานราชการกระทรวงศึกษา  กทม. มีโรคประจำตัว คือภูมิแพ้ กับไทร์รอย ถึงลูกสาวจะมีโรคประจำตัว แต่ก็แข็งแรง ไม่ได้ป่วยกระเสาะกระแสะ หรือต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยแต่อย่างไร

จนกระทั่งทาง กระทรวงศึกษาธิการ ที่ลูกสาวทำงานอยู่นั้น  มีการให้ลงทะเบียนร่วมกันฉีดวัคซีน ซึ่งลูกสาวก็มาบ่นให้ฟังว่าไม่อยากฉีดเพราะกลัว  แต่ก็ต้องฉีด   ก็กลัวหากเป็นโควิดจะนำกลับมาติดคนในครอบครัว  จึงได้ตัดสินใจ ลงทะเบียน ฉีดวัคซีน 

แต่ก่อนฉีดวัคซีน ลูกสาว บอกว่า ได้มีการแจ้งว่าตนเองมีโรคภูมิแพ้ และไทรอยด์ กระทั่งลูกสาวจึงได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีน และ ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 กระทั่งกลับมาที่บ้าน ก็เริ่มบ่นว่ามีอาการปวดเมื่อยและมีไข้ ตนเองจึงบอกว่าคงไม่เป็นไรพักผ่อนเดียวกินยาก็หาย  ลูกสาวเป็นคนอดทนและไม่เคยบ่น  จึงทนขับรถไปทำงานที่กรุงเทพไปกลับ แต่ระหว่างนั้นก็มีบ่นว่ามีไข้ตลอดเวลา จนมาวันที่ 7 มิถุนายน ลูกสาวมีอาการอ่อนเพลียเดินไม่ไหวจึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลราชธานี หมอก็ให้ยามาทาน  จนวันที่ 8 มิถุนายน อาการไม่ดีขึ้น นอนซม ปวดเมื่อยเดินไม่ไหวแย่ลงกว่าเดิม จึงกลับไปหาหมอที่โรงพยาบาลเดิม หมอก็ได้ทำการฉีดยาและให้ยากลับมาทาน ซึ่งกลับมาได้ไม่เพียง 1 ชั่วโมงลูกสาวก็มีอาการชักเกร็งหัวใจหยุดเต้น จึงต้องช่วยกันปั๊มหัวใจและเรียกรถฉุกเฉินให้มารับตัวลูกสาวส่งโรงพยาบาลราชธานี  ต้องรักษาตัวอยู่ที่ห้อง CCU อาการโคม่า 50/50  กระทั่ง คืนวันที่ 10 มิถุนายน  เวลา23.30 น. นางสาวชนัญชิดา กาญจนลักษณ์  ได้เสียชีวิตลง แพทย์ระบุว่า  หัวใจเต้นผิดจังหวะ เส้นเลือดหัวใจตายเฉียบพลัน   แต่ญาติ ยังคงติตใจในการเสียชีวิต  เพราะเชื่อว่าสาเหตุของการเสียชีวิต ของ นางสาวชนัญชิดา  น่าจะเสียชีวิต เพราะผลข้างเคียงในจากการฉีดวัคซีน  จึงได้นำร่างส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อต้องการผ่าชันสูตร หาสาเหตุในการเสียชีวิตอย่างแท้จริง ซึ่งต้องรอผลชันสูตรการเสียชีวิต 2-3 สัปดาห์”

ทางด้าน นายนพเก้า  กาญจนลักษณะ อายุ 19 ปี  ลูกชายของผู้เสียชีวิต ซึ่งยังอยู่ในการโศกเศร้าและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อแม่จากไปอย่างกะทันหัน ตนเองยังรับไม่ได้ พร้อมเปิดเผยว่า “ก่อนหน้าหลังฉีดวัคซีนมา แม่บ่นให้ฟังว่าหลังจากกลับมาจากฉีดวัคซีนมีอาการปวดเมื่อยมีไข้ตลอดเวลา มีอาการเบลอๆ แม่ก็บ่นว่าผลข้างเคียงที่เป็นน่าจะมาจากการฉีดวัคซีนจนกระทั่งแม่มีอาการโคม่าหนักมากถึงขนาดชักเกร็ง หยุดหายใจไปต่อหน้าต่อตาตนเอง ซึ่งตนเองและคนในบ้านก็พยายามช่วยกันปั๊มหัวใจแล้วแต่เมื่อนำไปถึงโรงพยาบาลคุณหมอก็แจ้งว่าคุณแม่มีโอการโคม่า 50/ 50 ให้ทำใจ ซึ่งตนเองและครอบครัวรับไม่ได้ กลับเหตุการที่เกิดขึ้นอยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบเรื่องนี้และให้ความเป็นธรรม รวมถึงหาสาเหตุที่แม้จริงให้กับครอบครัวที่ต้องสูญเสียในแบบนี้”

เปิดใจญาติ พนักงานสาวกระทรวงฯ ฉีด"วัคซีนซิโนแวค" เข็มแรก เสียชีวิต

เกียรติยศ ศรีสกุล ผอ.ข่าว คมชัดลึกทั่วไทย ภาคกลาง