ลูกถือเป็นดวงใจ ดวงน้อยของผู้เป็นแม่ความรักและความผูกพันธ์ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่เขายังอยู่ในท้อง ผู้เป็นแม่มักจะคอยจับตามองการพัฒนาการของลูกเสมอ ตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อยไปจนถึงเขาเริ่มเติบโตขึ้น เริ่มพูด เริ่มเดินได้ ในหลายครั้งเมื่อลูกเริ่มโตขึ้นนิสัยชอบดื้อและเริ่มเอาแต่ใจ ทางด้านแม่ก็ต้องเริ่มหาวิธีรับมือปัญหาเหล่านี้ ปัจจุบันเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดปัญหาที่แม่หลายๆคนต้องปวดหัว ลูกติดจอ ติดแท็บเล็ต มือถือ ไอแพด และไอโฟน ซึ่งในบางครั้งก็ปฏิเสธความต้องการของลูกไม่ได้

วันนี้เราได้มีการรวบรวมแก้ปัญหาลูกติดจอง่ายๆด้วย 6 วิธีนี้

1.ไม่ควรปล่อยลูกไว้กับมือถือคนเดียว เมื่อเราให้ลูกเล่นโทรศัพท์อย่าคิดแค่อยากให้ลูกอยู่นิ่งๆ แต่ทางพ่อหรือแม่ต้องนั่งอยู่ด้วยตลอด คอยดูว่าเขาทำอะไร ดูอะไรที่เหมาะสมหรือไม่ นอกจากนั้นเราควรที่จะให้คำแนะนำอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นการเสริมสร้างการพัฒนาการไปในตัว

2. หากิจกรรมอื่นร่วมกัน นอกจากที่เราจะให้ลูกเล่นมือถือแล้ว เราควรหากิจกรรมอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของลูกได้ และยังถือเป็นการเวลาร่วมกันในครอบครัว ไม่ว่าจะไปเที่ยวนอกบ้าน กินข้าว หรือออกกำลังกาย การทำแบบนี้อาจจะช่วยให้ลูกห่างจากจอมากขึ้น

3.ให้เล่นได้ แต่อย่าเป็นเจ้าของ การให้เล่นมือถือให้เล่นได้ แต่ไม่ควรให้ลูกเป็นเจ้าของเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เขาโมโหเวลาที่พ่อแม่ให้หยุดเล่น และจะไม่สามารถควบคุมการใช้งานของลูกได้เลย

"ลูกติดจอ"ทำอย่างไรดี 6 วิธีง่ายๆให้พ่อแม่แก้ไขปัญหานี้

 

4.พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คนเป็นพ่อแม่ก็ยากที่จะวางมือถือ เพราะบางครั้งเราต้องใช้ติดต่อสื่อสารหรือทำงานตลอดเวลา แต่หากอยากคุมพฤติกรรมลูกน้อย เราต้องมีวินัยและเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็นเสียก่อน

5.การกำหนดเวลา พ่อแม่ต้องกำหนดเวลาการเล่นมือถือของลูกอย่างชัดเจน เหมือนเป็นการฝึกวินัยให้ลูกไปในตัวด้วย ซึ่งการให้เล่นมือถือควรไม่เกิน1-2ชม.

6.กฏเป็นกฏ อย่าใจอ่อนเด็ดขาด พ่อแม่บางคนอาจจะใจดี ตามใจลูก เวลาลูกเล่นเกินเวลาที่กำหนดก็ตามใจ ถือเป็นเรื่องไม่ดีอย่างมาก กฏเป็นกฏ ไม่มีการต่อรอง ถ้าไม่ทำตามอาจจะมีบทลงโทษเล็กน้อยเพื่อสั่งสอน

อย่างไรก็ตาม 6 วิธีนี้อาจจะเป็นแนวทางให้พ่อแม่หลายคนไปปรับใช้กับลูกๆได้  แต่สิ่งสำคัญคือการมีเวลาให้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ได้ร่วมทำกิจกรรมกับลูก หาเวลาไปเที่ยว ไปพักผ่อนนอกสถานที่ อาจจะให้ลูกเลิกติดจอไปเลยก็ได้ เพราะเขาได้เห็นโลกกว้าง ตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาได้เห็นกับตา ไม่ใช่เพียงแค่ในจอ พ่อแม่ยังได้มีใช้เวลากับลูก ได้เห็นพัฒนาการต่างๆของลูก และยังสร้างความสัมพันธ์กันในครอบครัวอย่างดีอีกด้วย

ขอบคุณtheasianparent