วันที่ 13 เมษายน 2564 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด – 19 ของจังหวัดสมุทรสาคร และการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ (ระลอกที่ 3) จากผู้ที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ทองหล่อว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด 19 ของจังหวัดสมุทรสาคร นับตั้งแต่เกิดการติดเชื้อที่ผ่านมาราวๆ 3 – 4 เดือน โดยรวมเป็นไปด้วยดี หรือจะเรียกว่าดีขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากที่ทุกคนได้รับทราบตามข่าวคือ ปัจจุบันมีกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ หรือมีกลุ่มสถานที่อื่นๆ ที่เกิดการติดเชื้อขึ้น และพบว่ามีบางส่วนได้เข้ามาตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลของสมุทรสาคร ดังนั้นจึงทำให้ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พบในจังหวัดสมุทรสาครโดยรวมมีเพิ่มขึ้น ทั้งที่จริงๆแล้วยอดผู้ติดเชื้อที่เป็นคนในจังหวัดสมุทรสาครแท้ๆนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ราย ดังนั้นเพื่อให้การบริหารงานทั้งการตรวจหาเชื้อ การสอบสวนโรค และกระบวนการรักษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้มีการประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีความเห็นชอบร่วมกันว่า จะดำเนินการจัดกลุ่มผู้ติดเชื้อออกเป็นทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเก่า คือ กลุ่มที่พบเชื้อซึ่งเป็นผู้พักอาศัยหรือทำงานอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อยเพียงไม่กี่คน , 2.กลุ่มคนสมุทรสาครที่ออกไปสัมผัสเชื้อจากกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ที่อยู่นอกพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และ กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร แต่เข้ามาตรวจที่โรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรสาครแล้วพบเชื้อ ซึ่งก็จะทำให้เราแยกตัวเลขผู้ติดเชื้อออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการเกี่ยวกับโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลทั่วไป 

 

นายธีรพัฒน์ฯ กล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนของโรงพยาบาลสนามนั้น เบื้องต้นเห็นสมควรที่จะต้องดำเนินการปรับโรงพยาบาลสนามให้มีความพร้อมมากขึ้นทั้งเรื่องของเตียงสนาม และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ให้ดีมากขึ้น เป็นการยกระดับความพร้อมของโรงพยาบาลสนามให้มีมากขึ้นอีกประมาณ 1 – 2 ระดับ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับทางวิศวกรและผู้ชำนาญงานด้านการออกแบบ ว่าจะสามารถปรับพื้นที่ให้ดีขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนาม กรณีหากเราพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ส่วนเรื่องของรับผู้ติดเชื้อที่เป็นบุคคลภายนอกจังหวัด เข้ามาดูแลนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว มีเพียงแค่เรื่องของการป้องกันและการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ หากพบว่ามีผู้ติดเชื้อในจังหวัดเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น  

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยอีกว่า ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อที่มีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ใหม่นั้น ตามที่ได้รับรายงานจากทางสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร มีตัวเลขกลมๆ ที่เป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร ณ วันนี้มีอยู่ประมาณ 15 – 20 ราย ส่วนด้านความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ ถ้าตัวเลขของจังหวัดเรายังคงอยู่ที่ราวๆ นี้ ก็เชื่อมั่นได้ว่า ศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ยังคงสามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ แต่หากกลายเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ก็อาจจะมีปัญหาทางด้านการแพทย์เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงอยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า จะอย่างไรก็ตามแต่มาตรการ มาตรการ DMHTT  (D : Distancing คือ เว้นระยะห่างระหว่างกัน, M : Mask wearing คือ สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยตลอดเวลา,H : Hand washing คือ ล้างมือบ่อย ๆ , T : Testing คือ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ,T : Thai Cha Na คือ เช็กอินผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ) ก็ยังคงเป็นมาตรการหลักที่พวกเราต้องดำเนินการอยู่ เพราะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้โรคระบาดไม่เกิดการแพร่กระจายออกไป

                สำหรับข้อมูลของโรงพยาบาลสนาม หรือศูนย์ห่วงใยคนสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ณ วันที่ 12 เมษายน 2564 จังหวัดสมุทรสาครมีโรงพยาบาลอยู่ทั้งหมด 3 แห่ง มีเตียงสนามรองรับผู้ติดเชื้อได้รวม 1,985 เตียง ประกอบด้วย ศูนย์ห่วงใยคนสาครแห่งที่ 8 ส่วนเพิ่มเติม วัฒนาแฟคตอรี่(2) ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร มีจำนวน 1,000 เตียง พร้อมใช้ 1,000 เตียง,ศูนย์ห่วงใยคนสาครแห่งที่ 9 บริษัท วิท วอเตอร์ ซิสเต็ม ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท เดอะ มันนี่ จำกัด ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร มีจำนวน 485  เตียง ปัจจุบันคงใช้งานอยู่ 19 เตียง และ ศูนย์ห่วงใยคนสาครแห่งที่ 10 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร จำนวน 500 เตียง พร้อมใช้ ในขณะเดียวกันทางจังหวัดสมุทรสาครก็มีประกาศมาตรการเรื่องของการสวมหน้ากากอนามัย ออกมาย้ำเตือนประชาชนด้วยว่า มาตรการจับปรับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน เป็นจำนวน 20,000 บาทนั้น ยังคงอยู่ไม่ได้มีประกาศยกเลิกแต่อย่างใดนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019

ชูชาต  แดพยนต์ จ. สมุทรสาคร