ผอ.ท่าอากาศยานเมืองคอนรายงานกรณีผู้โดยสารหญิงติดโควิดเข้าใช้บริการผ่านขั้นตอนตามมาตรการ ฯอย่างเข้มงวด-เผยไทม์ไลน์ทราบผลตรวจติดเชื้อโควิดแต่สนามบินดอนเมืองปล่อยให้ขึ้นเครื่องไลน์อ้อนแอร์มาได้อย่างไร

(12 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนวิพากวิจารณ์กรณีผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้โดยสารเดินทางเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 เพศหญิง จำนวน 1 ราย เดินทางกับสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL 792 เส้นทาง ท่าอากาศยานดอนเมือง - ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โดยเครื่องบินออกจากดอนเมือง เวลา 17.10 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เวลา 18.35 น. โดยผู้โดยสารท่านดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปแจ้ง #โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ด้วยตนเอง ว่าตนเป็นผู้ติดเชื้อโควิด -19 ให้ทางโรงพยาบาลมารับเพื่อเข้ารับการรักษาตัวตามกระบวนการของสาธารณสุข  โดยจากไทม์ลน์ของผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการตีรวจโควิดในวันที่9 เม.ย.และทราบผลว่าติดโควิดในวันที่ 10 เม.ย. และเดินทางมายังสนามบินดอนเมืองและโดยสารเครื่องบินมาลงที่สนามบินนครศรีธรรมราชในเวลา 17.30 น.วันที่ 11 เม.ย. 2564  ทางสนามบินดอนเมืองไร้มาตรฐานในการตรวจสอบจึงปล่อยให้ผู้ป่วยขึ้นเครื่องโดยสารได้อย่างไร

 

ซึ่งในวันเดียวกันนี้นายถาวร แสงอำไพ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้รายงานให้นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ว่ากรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด – 19 โดยทางท่าอากาศยานได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ามีผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้โดยสารเดินทางเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 เพศหญิง จำนวน 1 ราย เดินทางกับสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL 792 เส้นทาง ท่าอากาศยานดอนเมือง - ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โดยเครื่องบินออกจากดอนเมือง เวลา 17.10 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เวลา 18.35 น. โดยผู้โดยสารท่านดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปแจ้ง #โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ด้วยตนเอง ว่าตนเป็นผู้ติดเชื้อโควิด -19 ให้ทางโรงพยาบาลมารับเพื่อเข้ารับการรักษาตัวตามกระบวนการของสาธารณสุข?

               ทั้งนี้ในส่วนของท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เมื่อได้รับการประสานจากโรงพยาบาลมหาราช ก็ได้ดำเนินการประสานกับสายการบินเพื่อดำเนินการตรวจสอบรายชื่อของผู้โดยสารตามขั้นตอน และในเวลาต่อมาทางโรงพยาบาลได้จัดรถมารับผู้โดยสารท่านดังกล่าว ณ ท่าอากาศยาน โดยท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชได้เร่งดำเนินการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้โดยสารท่านดังกล่าวได้ผ่านการตรวจคัดกรองตามข้อปฏิบัติตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขโดยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และสวมหน้ากากอนามัยตลอด ตามประกาศของท่าอากาศยาน

 

สำหรับในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของท่าอากาศยานจะต้องไปรายงานตัวต่อศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด (ศคร.) เพื่อเข้าขบวนการสอบสวนโรคแจ้งอาการต่างๆ หากพบอาการผิดสังเกตต้องกักกันตัว 14 วัน หากไม่มีอาการใดๆ แพทย์จะออกใบรับรองให้ว่าผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้ว สำหรับพื้นที่ภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและเช็ดทำความสะอาดในทุกพื้นที่เสียงต่อการติดเชื้อตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

               นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่าอากาศยานที่อยู่ในความดูแลของกรมท่าอากาศยานทุกแห่งได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด -19 โดย ปฏิบัติตามแนวทาง D-M-H-T-T ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และยังคงตั้งจุดลงทะเบียนสแกนคิวอาร์โค้ด “ไทยชนะ” เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกของผู้โดยสาร ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม การคัดกรองผู้โดยสารทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก และเน้นย้ำให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยและผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

สำหรับการรักษาความสะอาด ท่าอากาศยานทุกแห่งได้ดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารก่อนจุดรับกระเป๋าทุกเที่ยวบิน พร้อมตั้งจุดบริการเจล แอลกอฮอร์ล้างมือตามจุดต่าง ๆ และทำความสะอาดโดยใช้ แอลกอฮอร์และน้ำยาฆ่าเชื้อ ในบริเวณพื้นอาคาร ห้องน้ำ รถเข็น เก้าอี้ที่พักผู้โดยสาร ราวบันได ลิฟต์โดยสาร และอุปกรณ์สำหรับให้บริการ และอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ ทุกชั่วโมงหรือหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทุกเที่ยวบิน รวมถึงทำการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร ทุกสัปดาห์ ตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด -19 ของกระทรวงสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานมั่นใจปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด -19.

ไพฑูรย์  อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช