วันนี้(8 เม.ย.2564) ชาวบ้านบ้านกะโงก ม.3 ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ได้ส่งเรื่องราวความเดือดร้อนมาที่ทีมข่าว ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการใช้น้ำประปาหมู่บ้าน ที่มีค่าจัดเก็บยูนิตละ 7 บาท แต่น้ำประปาที่ได้ใช้คือมีสีขุ่นขาวเหมือนน้ำโคลนสีชานม เป็นเช่นนี้มานานนับ 10 ปีแล้ว ชาวบ้านผู้ใช้บางคนมีอาการแพ้มีตุ่มคัน น้ำไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น เกิดอาการแพ้ คัน ผื่นขึ้นตามตัว ซึ่งใช้อุปโภคบริโภคก็ไม่สนิทใจ กลัวจะมีเชื้อโรค ซักผ้าสีขาวเช่นเสื้อผ้านักเรียนก็จะมีสีเหลืองเป็นคราบ ๆติดที่เสื้อขาว ถ้าบ้านไหนมีเงินหน่อย ก็ซื้อสารส้มมาแกว่งเป็นจำนวนมาก ๆ เพื่อจะได้ใช้น้ำใส วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดช่วยเข้ามาดูแลแก้ไขให้ด้วย

จากนั้นทีมข่าวได้ทราบเรื่องได้เดินทางไปยังหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อสอบถามหาข้อเท็จจริง และได้พบกับ น.ส.เพ็ญผกา สว่างแสง อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 146/3 บ้านกระโงก ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ และ น.ส.สายพิญ บุญสิงห์ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 25 ม. 3 บ้านกระโงก ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านที่รอให้ข้อมูล นั้นเป็นเรื่องจริง เนื่องจากชาวบ้านอดทนไม่ได้ เพราะเคยร้องต่อกรรมการหมู่บ้านและหน่วยงานประปาหมู่บ้านที่รับผิดชอบหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยมีการแก้ไขอะไรเลยปล่อยให้เป็นแบบนี้มานานนับ 10 ปีแล้ว ซึ่งประปาในหมู่บ้าน เป็นโครงการก่อสร้างของ อบต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ชื่อโครงการปรับปรุงซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดใหญ่ บ้านกระโงก หมู่ที่ 3 ปริมาณงานปรับปรุงซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดใหญ่ บ้านกระโงก หมู่ที่ 3รายละเอียดตามแบบที่ อบต.สะเดา กำหนด วันเริ่มทำสัญญา 3 เมษายน 2560 วันสิ้นสุดสัญญา 3 พฤษภาคม 2560 วงเงินค่าก่อสร้าง 266.000 บาท(สองแสนหกหมื่นหกพันบาทถ้วน) งบประมาณประจำปี 2560 โดยระบบประปาหมู่บ้าน ประเภทผิวดินขนาดใหญ่ บ้านกระโงก หมู่ที่ 3 ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ปีงบประมาณ 2550 แหล่งน้ำหนองบ้านกระโงก ของ อบต.สะเดา กระทรวงมหาดไทยมาสร้างให้หมู่บ้านและให้ชาวบ้านบริหารดูแลกันเองโดยชาวบ้านได้ตั้งคณะกรรมการประปาหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อจัดสรรดูแล และเก็บเงินค่าน้ำเพื่อบำรุงรักษายูนิตละ 7 บาท ทีมข่าวได้เข้าตรวจสอบพบว่าแหล่งน้ำหนองน้ำบ้านกระโงก ที่ระบบประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดใหญ่ลักษณะไม่มีการเดินเครื่องการกรองผลิตเป็นน้ำประปา พร้อมกับได้ขึ้นไปดูระบบการกรองสังเกตเห็นว่าน้ำจากหนองน้ำนั้นมีสีขุ่นขาวเหมือนน้ำโคลนสีชานมจริง ซึ่งไม่มีการเดินเครื่องกรองให้กับชาวบ้านเลย จากนั้นน.ส.เพ็ญผกา สว่างแสง ตัวแทนชาวบ้าน ได้เปิดก๊อกน้ำให้ทีมข่าวดูว่าน้ำที่ได้รับจากประปาหมู่บ้านนั้น ออกมาเป็นสีขุ่นขาวเหมือนน้ำโคลนสีชานม เคยแจ้งไปยังกรรมการหมู่บ้านคือนายเอี้ยง ยิ่งดัง ผู้ให้บ้านกระโงก หมู่ 3 ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ และเป็นประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน พร้อมด้วยนายชัย ผิวละออง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นฝ่ายจัดเก็บ แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณที่จะมาทำซึ่งมันต้องใช้งบประมาณหลายล้าน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลและแก้ไขให้ด้วย

น.ส.เพ็ญผกา สว่างแสง ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า โครงการประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดใหญ่ นั้น ไม่มีการแก้ไขจะให้แต่ชาวบ้านซื้อสารส้มมาแกว่งเองก็ไม่ได้ส่วนเครื่องสูบน้ำในปัจจุบัน ชำรุดเสียหายบ่อยครั้ง ไม่มีการจัดสรรซื้อเครื่องใหม่ทั้งๆ ที่งบประมานที่เก็บจากการใช้น้ำของชาวบ้านก็มีเพียงพอที่จะซื้อใหม่ได้ แต่ก็ไม่จัดสรรซื้อ ไม่เคยบำรุงรักษาแต่อย่างใด ตนเคยบอกกับผู้ใหญ่บ้านหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เกิดผล ชาวบ้านบางบ้านที่มีเงินก็หันมาเจาะบ่อบาดาลเพราะน้ำประปาใช้ไม่ได้ ตนไม่รู้จะพึ่งใครจึงได้ร้องมายังสื่อมวลชนให้เป็นกระบอกเสียงอีกทางเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่ทนทุกข์มานานนับ 10 ปี

ส่วน น.ส.สายพิญ บุญสิงห์ ชาวบ้านผู้ใช้น้ำ เล่าว่า น้ำประปาในหมู่บ้านเกิดตะกอนสีขุ่นเหมือนกับชานมและมีกลิ่น ซักผ้าก็มีคราบติดกับเสื้อผ้า บางรายอาบน้ำจะมีอาการผื่นขึ้นตามตัวทั้งแขนและเท้าจนกลายเป็นหนอง จึงพาไปหาหมอ หมอบอกว่าเกิดจากอาการเป็นภูมิแพ้ และให้ยามากิน และเลิกใช้น้ำประปาหมู่บ้านต้องซื้อน้ำถังมาใช้ อาการทุกอย่างก็หาย ทุกวันไม่จำเป็นจะไม่ใช้น้ำประปาหมู่บ้านอีกเลย ถ้าเป็นแบบนี้และไม่มีการแก้ไข ตนขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยชาวบ้านด้วย และขอวิงวอนถึงหน่วยงาน สาธารณะสุข จังหวัดสุรินทร์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดูน้ำให้หน่อย ชาวบ้านเดือดร้อน

นายชัย ผิวละออง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นฝ่ายจัดเก็บ กล่าวว่า ผมก็น้อมรับกับการที่ลูกหลานนั้นมีความเดือดร้อนในเรื่องน้ำขุ่นน้ำไม่ใส แต่ในแนวทางของผมก็พยายามที่จะหาหน่วยงานราชการแล้วก็หน่วยงานที่มีงบประมาณมาช่วยผลักดันตรงนี้ด้วย ก็อยากจะฝากกับหน่วยงานที่ว่ามีงบประมาณมาช่วยดูแลเรื่องน้ำขุ่นเพราะมันขุ่นมาโดยกำเนิด ทางเราก็ดูแลได้เพียงขนาดนี้เท่านั้น เพราะว่างบประมาณเราไม่มี เราจึงขาดอยู่ที่งบประมาณ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลและแก้ไขปรับปรุงให้ด้วยเพราะทางเราไม่มีงบประมาณ

ทีมข่าวได้พบกับนายเอี้ยง ยิ่งดัง ผู้ให้บ้านกระโงก และนายชัย ผิวละออง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นฝ่ายจัดเก็บ เพื่อสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริง ทราบว่า ทางคณะกรรมการประปาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทราบเรื่องจากทางเฟสบุ๊กที่ชาวบ้านนำไปโพส ก็ได้ทำหนังสือของบประมาณมาให้ช่วยแก้ไข แต่งบประมาณนั้นมันหลายล้านก็ยังไม่มีคำตอบจากหน่วยงานที่ทางตนยื่นร้องขอ ทางคณะกรรมการไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร จึงจำเป็นต้องปล่อยน้ำให้กับชาวบ้านนั้นใช้ ที่จะมีการร้องนั้นก็มาจากลูกหลานที่อยู่กรุงเทพฯร้อง

นายเอี้ยง ยิ่งดัง ผู้ใหญ่บ้านกระโงก กล่าวว่า อันดับแรกเราได้ปรับสภาพแวดล้อมโดยการเสนอโครงการ คือ โครงการขุดลอก, ผันน้ำเข้าสระหนองปรือ เราก็ได้มีลายลักษอักษรของโครงการที่เราเสนอเข้าแผนของหมู่บ้านของ อบต.สะเดาและก็ของอำเภอบัวเชดให้เข้าจังหวัดตามยุทธศาสตร์ ซึ่งทางหมู่บ้านได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน และทางเราก็มีการประชุมทุกเดือนโดยให้ผู้รับผิดชอบในส่วนของน้ำประปาว่าเราจะแก้ไขปัญหาเนื่องจากในส่วนของฝ่ายผลิตฝ่ายใด ๆ ต่าง ๆ ที่เราจัดเก็บหน่วยละ 7 บาท ซึ่งในส่วนของการเชื่อมโยงจะมีบ้านกระโง, บ้านกระโงกพัฒนา, โรงเรียน, สถานีอานามัยบ้านสะเดา และวัด มาช่วงหลังได้มีการขยายในส่วนระบบน้ำประปา แต่ว่าในภาพปัจจุบันเนื่องจากการแก้ไขในระบบการผลิตก็คือปล่อยแบบธรรมชาติ แต่เราก็มีการบริหารจัดการให้ท้องถิ่นได้รับทราบ และก็มีการรายงานให้ท้องถิ่นทุกปี ในส่วนงบประมาณที่ทางชุมชนบริหารจัดการนั้นไม่สามารถที่บริหารจัดการได้ ซึ่งปีที่ผ่านมาผมได้รับการมอบหมายจากทางท่านกำนันว่าให้ผมไปเสนอถึงปัญหาของความเดือดร้อนในส่วนของตำบลสะเดา ซึ่งผมเองก็ได้เสนอในส่วนของเจาะบาดาล มาได้ส่วนของโครงการของจังหวัดก็คือการขุดลอก การแก้ไขก็คืออยากจะฝากในส่วนของราชการต่าง ๆ ว่า การที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ ถ้าไม่ได้การขุดลอกระบบนี้ก็ไม่ไดการแก้ไข แต่การขุดลอกจะต้องใช้งบประมาณ ๆ 10-15 ล้าน ในเนื้อที่ 50 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา ซึ่งเป็น นสร. ของบ้านกระโงก เพราะฉนั้นอยากจะขอฝากในส่วนของราชการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยประสานงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของลูกหลาน เพื่อให้มีน้ำที่อุปโภคบริโภคที่มีน้ำใส ซึ่งทางผมเองก็ได้ดำเนินการมาโดยตลอด ก็ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวให้ช่วยประสานให้ด้วย

 

ภาพ/ข่าว: รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุรินทร์