ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน และมิให้เกิดความเดือดร้อน แก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๓ และข้อ ๔ ของข้อกําหนดออกตามความใน มาตรา ๔ ประกอบมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และข้อ ๕ แห่งประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการ

แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จึงออกคําสั่งไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ห้ามใช้หรือเข้าไปในอาคารหรือสถานที่ดังต่อไปนี้ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา จนกว่า จะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือใช้ในภารกิจของทางราชการ
(๑) สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สายสุขุมวิท ได้แก่ สถานีพหลโยธิน ๒๔ สถานีห้าแยกลาดพร้าว สถานีหมอชิต สถานีอโศก สถานีอุดมสุข และสถานีบางนา
(๒) สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สายสีลม ได้แก่ สถานีช่องนนทรี สถานีสุรศักดิ์ สถานีกรุงธนบุรี และสถานีวงเวียนใหญ่
(๓) สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สายสีน้ําเงิน ได้แก่ สถานีหัวลําโพง สถานีลุมพินี สถานีสุขุมวิท สถานีพหลโยธิน และสถานีสวนจตุจักร
(๔) ทางเชื่อมระหว่างตึกหรือทางเดินระหว่างอาคารสูง (Skywalk) ได้แก่ ทางเชื่อมตั้งแต่ บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ห้าแยกลาดพร้าวถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีพหลโยธิน และทางเชื่อมตั้งแต่บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สถานีอโศกถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สุขุมวิท
ข้อ ๒ มอบหมายให้ผู้บัญชาการตํารวจนครบาล เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจสั่งการ ห้ามกระทําการอย่างใด ๆ ที่เป็นการปิดการจราจร ปิดเส้นทางคมนาคม หรือกระทําการอื่นใดที่ทําให้ไม่อาจ ใช้เส้นทางคมนาคมได้ตามปกติในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และใช้มาตรการตามความจําเป็น และเหมาะสมเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยระมัดระวังมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน แก่ประชาชนเกินสมควร
 

ประกาศปิด BTS 10สถานี และ MRT 5สถานี แล้ว ในเวลา 14.30 น