เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวไหน ก็ยากที่จะทำใจ หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความการสูญเสียพี่สะใภ้สุดที่รัก หลังจากไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่เกิดอาการแพ้สารทึบแสงอย่างรุนแง จนถึงขั้นเสียชีวิต

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว ได้เผยเรื่องราวว่า

วันที่8กันยายน วันที่เป็นฝันร้ายของทุกคนในครอบครัวหวงสุวรรณากรป๊าม๊าได้สูญเสียสะใภ้คนโต เฮียบอยสูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รัก และบีบอสเบนบิ้ว ก็ได้สูญเสียพี่สะใภ้อย่างไม่มีวันกลับมา รวมทั้งหลานน้อยที่อยู่ในท้อง แม้จะเพิ่งเริ่มตั้งครรภ์ แต่ลูกคือความหวังของครอบครัวเราความเศร้าโศกเสียใจมันมากมายเหลือเกิน เกินกว่าครั้งไหนๆ มันเกิดขึ้นกระทันหัน จนไม่มีใครตั้งตัวหรือทำใจได้ทัน เหมือนควันมืดดำเข้ามาปกคลุมหัวใจของเราทุกคน เหตุการณ์คือพี่กิ๊ฟปวดท้องน้อยมา3-4วัน เธอเลือกที่จะไปตรวจที่รพ.แห่งนึง พี่กิ๊ฟและเฮียตัดสินใจเลือกคลินิกอายุรกรรม เพราะในเบื้องต้นแกไม่แน่ใจว่าอาการปวดท้องนี้เกิดจากอะไร


คุณหมอแจ้งกับพี่กิ๊ฟว่าสงสัยนิ่ว และให้พี่กิ๊ฟแอดมิทเพื่อทำ CT lower abdomen หรือเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้องส่วนล่าง เพื่อตรวจวินิจฉัย..พี่กิ๊ฟเกิดอาการแพ้สารทึบรังสี ขั้นรุนแรงที่สุด หรือ Anaphylactic shock จากเหตุการณ์ครั้งนี้ น่าจะเป็นสาเหตุเบื้องต้นที่นำมาสู่การจากลาโดยไม่มีวันกลับมา ซึ่งการแพ้สารดังกล่าว ในทางการแพทย์เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยไม่ว่าจะเกิดกับใคร ครอบครัวของเราเป็นหมอ3คน เราเข้าใจในจุดนี้เหตุการณ์สุดท้ายที่จำได้ที่รพ.คือคุณหมอ เดินเข้ามาบอกพี่ชายว่า พบถุงการตั้งครรภ์จากผล CT เราตรวจปัสสาวะconfirmแล้วพบว่าตั้งครรภ์จริงๆ เฮียบอยหัวเราะเบาๆแล้วพูดกับภรรยาว่า อ้าวท้องเหรอ เรากำลังจะมีลูก นี่รอตั้งนานเลยนะ ตอนนั้นพวกเรา5พี่น้องรู้สึกใจสลายอย่างที่สุดมีหลายคำถามที่ค้างคาใจพวกเราพี่น้อง แต่เราต้องตั้งสติ และทำสิ่งที่ต้องทำก่อนเราเคลื่อนย้ายร่างพี่กิ๊ฟมาทำบุญที่บ้านเกิดเมืองพะเยา และตอนนี้ครอบครัวของเราตัดสินใจเลื่อนการฌาปนกิจออกไป เพราะเรายังทำใจกับการจากไปครั้งนี้ไม่ได้จริงๆขออภัยในความไม่สะดวก และขอบพระคุณทุกกำลังใจจากทุกท่านค่ะ

CR.Krittika Houngsuwannakorn