หัลงจากที่ ครม. อนุมัติหลักการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษพักในประเทศไทยได้ระยะยาวสูงสุด 270 วัน หรือ 9 เดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว และเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจนั้น

อ่านข่าว : ครม.ไฟเขียว รับนักท่องเที่ยวพิเศษ อยู่ไทยได้ 270 วัน กระตุ้นท่องเที่ยว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กกรณี เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ เชื่อไทยอาจจะต้องเจอกับเชื้อโควิด-19 ที่หลุดรอดเข้ามาในประเทศแม้เข้าระบบคัดกรองกักตัว 14 วันตามมาตรฐาน

 

รศ.นพ.ธีระ ระบุว่า ในรอบ 14 วันที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาและบราซิล ซึ่งรั้งอันดับ 1 และ 2 ของโลกนั้นมีแนวโน้มของจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลงบ้าง แต่ที่มาแรง มาเร็ว จนน่าหวาดหวั่นคือ อินเดีย ที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 รายวันเพิ่มขึ้นถึง 27% และอัตราตายก็เพิ่มขึ้น 9%

 

ด้วยจำนวนประชากรของอินเดียที่สูงกว่า 1,300 ล้านคน พอๆ กับของจีน และมากกว่าอเมริกาถึงกว่า 3 เท่า การติดเชื้อใหม่ที่มากกว่า 90,000 คนต่อวันเช่นนี้ย่อมน่ากังวลมาก ล่าสุดกำลังจะทะลุ 5 ล้านคน แต่ถือว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด หากไม่สามารถคุมการแพร่ระบาดได้ก็จะมีประชากรอีกมากที่จะติดเชื้อและเสียชีวิตได้ เชื่อว่าเราทุกคนคงเอาใจช่วย

 

หากโควิด-19 นี้เป็นแบบหวัดธรรมดาหรือแบบไข้หวัดใหญ่ก็คงไม่น่ากลัวนัก เพราะเป็นแล้วไม่ค่อยตายหรือเรามีอาวุธสู้ทั้งยาและวัคซีน แต่นี่ดันติดง่ายกว่าไข้หวัดใหญ่ราว 3 เท่า จึงติดกันเอาๆ จนจะแตะ 30 ล้านในอีก 2 วัน ดันเป็นแล้วตายได้ แม้จะไม่ได้การันตีแบบติดแล้วโอกาสตายสูงอย่างโรคมะเร็ง แต่จำนวนการตายภายในครึ่งปีนิดๆ ที่ผ่านมาก็เกือบล้านคนทั่วโลก เฉลี่ยอัตราตาย 3% ดูเหมือนน้อย แต่ไม่น้อยเลย ยิ่งหากใครเป็นซะเองก็เชื่อว่าในใจย่อมคิดแน่นอนว่า ไม่น่าติดเลย จะหายไหม และมีความกลัวไม่อยากจากโลกก่อนวัยอันควร

 

นอกจากนี้ โควิด-19 เป็นแล้วยังมีโอกาสเป็นอีกได้ ไม่ใช่การันตีว่าติดเชื้อครั้งแรกแล้วจะมีภูมิคุ้มกันทุกคน คนที่มีภูมิขึ้นก็มีโอกาสที่ภูมิจะลดลงมากหรือหายไปในเวลาไม่นาน ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้ทางการแพทย์เราเริ่มเห็นรายงานมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า คนติดเชื้อครั้งที่ 2 ได้ ล่าสุดสเปนก็มีสื่อรายงานว่ามีการพบการติดเชื้อซ้ำแล้ว 4 ราย โดย 2 รายนี้เป็นหมอ และหมอคนล่าสุดที่ติดเชื้อซ้ำนี้มีประวัติติดครั้งแรกแล้วไม่ค่อยมีอาการ แต่พอมาติดครั้งที่ 2 เล่นเอาอาการหนักต้องนอนไอซียู โควิด-19 ยังไม่มียารักษามาตรฐานและไม่มีวัคซีนป้องกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะประเทศใดมีเงินถุงเงินถังแค่ไหน มีทรัพยากรมากเพียงใด ก็ยากที่จะรับมือได้

ล่าสุด หากข่าวเป็นไปตามที่ออกมาทางสื่อโซเชียลหวังจะได้เงิน 1,200 ล้านบาท เปิดรับนักท่องเที่ยว 1,200 คนต่อเดือนเป็นเวลา 12 เดือน รวม 14,400 คน เราจะมีโอกาสเจอผู้ติดเชื้อราว 72 คน ถ้าเข้าระบบคัดกรองกักตัว 14 วันตามมาตรฐานจริง จะมีโอกาสหลุดประมาณ 2-10 คน

 

แต่หากไม่จำกัดประเทศเลยจะมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นได้อีกเป็นหลายเท่าถึงหลายสิบเท่า และหากระบบคัดกรองกักตัวไม่ได้มีประสิทธิภาพตามที่มาตรฐานระบุ ความเสี่ยงก็จะมากขึ้นเช่นกัน

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้ประชาชนอย่างพวกเรา รักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวอยู่เสมอนะครับ หากมีเคสหลุดรอดมา โดยเราตั้งการ์ดแข็งแรง โอกาสระบาดซ้ำก็จะน้อยลง แต่หากป้องกันไม่ดี เราคงจะมีโอกาสระบาดซ้ำได้มาก ถ้าเริ่มตุลาคมตามที่เขาว่าก็อาจมีโอกาสเห็นรายงานราวคริสต์มาสหรือช่วงปีใหม่

 

(ไม่) เวลคัม สงครามสายพันธุ์จี ผลงานของแก๊งค์สุขภาพท่องเที่ยวเดินทางจะเป็นโบว์แดงหรือโบว์ดำ มาวัดกันดู New Normal ของการดำรงชีวิตแบบป้องกันตัวเองและครอบครัวต้องมาแล้วครับ หวังว่าประเทศไทยจะทำได้