นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ไม้เทียนทะเล หรือ "ต้นเทียนทะเล" ไม่ได้อยู่ในบัญชีไม้หวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ ทำให้ไม้เทียนทะเลไม่ได้มีกฎหมายคุ้มครอง

โดยเฉพาะ ที่ผ่านมา ทางกรมฯ สามารถดำเนินการได้เพียงแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุก ทำลายป่าเท่านั้น เป็นเหตุให้การกำกับ ควบคุม ดูแล ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่เป็นไปได้ยาก ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งราวกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้มีหนังสือขอให้กรมป่าไม้ได้พิจารณาเสนอไม้เทียนทะเล ที่ขึ้นในป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก ในบัญชีไม้หวงห้ามต่อไป อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวอาจจะต้องใช้ระยะเวลายาวนาน กว่าจะผ่านออกมาเป็นกฎหมายได้

ดังนั้น เพื่อเป็นการระงับการกระทำที่ทำให้ไม้ชนิดนี้ที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้วในธรรมชาติไม่ให้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วอันจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ ประกอบมาตรา ๑๗ และมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘

ตนจึงออกคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ ๙๗๗/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓ เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรไม้เทียนทะเล เพื่อเป็นการกำหนดมาตรการคุ้มครองทรัพยากรไม้เทียนทะเลมิให้ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากการลักลอบขุดล้อมไม้เทียนทะเล เพื่อการค้าไม้บอนไซ และนำไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนอื่นใดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้ใดพบเห็นผู้กระทำความผิดขอให้แจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ในทุกช่องทางตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจะได้เร่งรัดดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด


 

อย่าทำเด็ดขาด ลักลอบขุด"ต้นเทียนทะเล" จำคุก 1 ปี ปรับ  1 แสนบาท

อย่าทำเด็ดขาด ลักลอบขุด"ต้นเทียนทะเล" จำคุก 1 ปี ปรับ  1 แสนบาท