สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ในการจัดทำบัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการระดับสูง ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 (บัญชี 3)จำนวน 161 รายและจะนำเข้าพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.) วันที่ 11 สิงหาคม 2563 กำลังเกิดปัญหาขึ้น 

โดยเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมามีผู้พิพากษาศาลฎีการายหนึ่งได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารศาลรายหนี่งต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม กล่าวหาว่ากระทำผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาที่แสดงความประสงค์ดำรงตำแหน่งผู้บริหารศาลจำนวน 75 คนซึ่งมีผู้แจ้งความรวมอยู่ด้วยเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(อนุ ก.ต) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม โดยมีจุดประสงค์ให้ อนุ ก.ต พิจารณาว่า บุคคลใดเหมาะสมให้ตำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ อันเป็นการกระทำโดยพลการโดยมิได้ผ่านความเห็นชอบของ ก.ต.เสียก่อน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลข้าราชการตุลาการ ซึ่งผลการพิจารณาของอนุ ก.ต.มีความเห็นว่า ผู้แจ้งความไม่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม มีการนำเสนอผลการพิจารณาดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ต แต่ถูกที่ประชุม ก.ต.ทักท้วงว่า การนำเสนอรายชื่อผู้พิพากษาเข้าสู่การพิจารณาของอนุ ก.ต เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563ไม่อาจทำได้เพราะเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและให้นำรายชื่อผู้พิพากษาดังกล่าวทั้ง 75 คนกลับไปทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายให้ไปเป็นตามกฎหมาย

แต่บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาฉบับใหม่ก็ไม่เป็นไปตามลำดับอาวุโส การกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทำให้ผู้แจ้งความได้รับความเสียหาย

อนึ่ง การกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้นอาจมีผู้ร่วมกระทำการหลายคน ผู้แจ้งความขอสงวนสิทธิ์ที่ดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลอื่นต่อไป

นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว ยังมีการร้องเรียนต่อ ก.ต.ว่า ผู้พิพากษาในบัญชีรายชื่อรายหนึ่งซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บริหารศาลชั้นต้นไม่มีความเหมาะสม เนื่องจากเคยถูกสอบสวนทางวินัยเกี่ยวกับให้ประกันตัวจำเลยในคดียาเสพติดรายใหญ่ แต่คณะกรรมการสอบสวนระบุว่า ผู้พิพากษารายนี้มีแนวโน้มในทางร่วมรู้เห็นในการให้ประกันตัว ให้ลงโทษภาคทัณฑ์ ขณะที่อธิบดีศาลในขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเห็นว่า ผู้พิพากษารายนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้ประกันตัวเช่นเดียวกับปลัดกระทรวงยุติธรรมในสมัยนั้น เพียงแต่คบค้าสมาคมกับบุคคลบางคนที่มีพฤติกรรมการเล่นการพนันและเป็นผู้วิ่งเต้นให้มีการประกันตัว จึงสมควรลงโทษภาคทัณฑ์ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้นเห็นพ้องด้วย

อย่างไรก็ตาม ก.ต.เห็นว่า ในทางสอบสวนไม่ปรากฏว่า ผู้พิพากษารายนี้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการประกันตัวจำเลยคนดังกล่าว จึงเห็นว่าไม่ได้กระทำผิดวินัย แต่ ก.ต.มีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับการวางตน จึงให้พิจารณาวางตนให้เหมาะสมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงาน มีการนำข้อร้องเรียนดังกล่าวเข้าพิจารณาในอนุ ก.ต.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นว่า การสอบสวนดังกล่าวยุติแล้ว และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้ว จึงให้นำเสนอต่อ ก.ต.พิจารณาต่อไป