ฮามัด ฮัดซัน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน แถลงเมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) ว่าเหตุระเบิดครั้งใหญ่ในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 100 ราย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 4,000 ราย และมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก
 

ขณะนี้ทีมกาชาดเลบานอนและทีมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกำลังค้นหาผู้มีชีวิตรอดอยู่ติดอยู่ใต้เศษซากปรักหักพัง

เมื่อวันอังคาร (4 ส.ค.) เกิดเหตุระเบิดใหญ่ถล่มท่าเรือเบรุต (Port of Beirut) ถึง 2 ครั้ง ส่งผลให้อาคารทั่วทั้งเมืองสั่นสะเทือนและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ตลอดจนมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเต็มไปด้วยเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อน โดยปรากฏภาพชาวเลบานอนจำนวนมากก้มเก็บเศษกระจกจากพื้นถนนสายต่างๆ ของเมืองหลวง นอกจากนี้ร้านค้าส่วนใหญ่ในพื้นที่ตัวเมืองเบรุตที่อยู่ใกล้กับท่าเรือยังถูกทำลายเสียหาย

ข้อมูลเบื้องต้นเผยว่าแอมโมเนียมไนเตรตที่ถูกเก็บไว้ในคลังสินค้าแห่งหนึ่งของท่าเรือเบรุตนานถึง 6 ปีนั้น อาจเป็นสาเหตุของการระเบิดครั้งใหญ่นี้

“หน่วยงานศุลกากรต่างๆ จะต้องถูกตรวจสอบเกี่ยวกับเหตุผลเบื้องหลังการกักเก็บสารเคมีดังกล่าวที่ท่าเรือเบรุต” โมฮัมหมัด ฟาห์มี รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในของเลบานอน กล่าว

ด้านคณะรัฐมนตรีเลบานอนกำลังประชุมหารือเพื่อประกาศมาตรการใหม่ในการรับมือวิกฤตในขณะนี้ พร้อมทั้งพิจารณาข้อเสนอของสภาป้องกันสูงสุด (Higher Defense Council)

เมื่อวันอังคาร สภาฯ ประกาศให้เบรุตเป็นพื้นที่ประสบภัย พร้อมทั้งกระตุ้นให้คณะรัฐมนตรีเลบานอนประกาศภาวะฉุกเฉินในเบรุตนาน 2 สัปดาห์

นอกจากนั้นยังเสนอให้มีการจัดที่พักในโรงเรียนต่างๆ สำหรับครอบครัวที่บ้านเรือนพังเสียหาย รวมถึงนำเข้ากระจกและควบคุมราคาวัสดุทุกชนิดที่ใช้สำหรับซ่อมแซมบ้านเรือนที่พังเสียหาย

จนถึงขณะนี้ หลายประเทศได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความเห็นอกเห็นใจมายังเลบานอนต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นนี้ นอกเหนือจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจ