เผยไทม์ไลน์คู่กรณี “จารุชาติ” -“สมชาย”  ไปรู้จักกันที่คาราโอเกะ แล้วชวนกันไปเที่ยวต่อย่านสันติธรรม ก่อนมาชนกันเองจนทำให้พยานเอกคดี “บอส กระทิงแดง” เสียชีวิต

วันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้อายัดศพนายจารุชาติ มาดทอง พยานคนสำคัญคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง โดยมีพล.ต.ต พิเชษฐ จิระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เดินทางไปขอรับศพกับทางญาติของนายจารุชาติ ที่อ.พาน จ.เชียงราย เพื่อกลับมาชันสูตรที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

พล.ต.ต.พิเชษฐ จิระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เดินทางไปติดต่อขอรับศพนายจารุชาติกับทางญาติ ซึ่งได้มีการประสานงานกันเบื้องต้นไปแล้ว ซึ่งทางญาติให้ความร่วมมือ คาดว่าจะสามารถนำศพกลับถึง จ.เชียงใหม่ในช่วงเย็นวันนี้ ในส่วนของการชันสูตรก็จะทำการตามกระบวนต่างๆ ตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นคลายข้อสงสัยของสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจในคดีนี้

ส่วนกระแสข่าวว่า นายจารุชาติ มาดทอง และนายสมชาย ตาวิโน ซึ่งเป็นคู่กรณีที่รถจักรยานยนต์เกิดการเฉี่ยวชนกัน รู้จักกันมาก่อนนั้น พล.ต.ต พิเชษฐ  กล่าวว่า ทั้ง 2 คนพึ่งรู้กันในคืนนั้น เนื่องจาก นายจารุชาติและนายสมชาย นั่งดื่มสุราในร้านเดียวกัน และมาดื่มคนเดียวทั้งคู่ ประกอบกับจากคำให้การของนายสมชายระบุว่านายจารุชาติ อัธยาศัยดีมาชวนพูดคุยก่อนจึงดื่มกินกันสักพัก เลยชวนกันไปดื่มต่อที่อื่นในย่านสันติธรรม กลางเมืองเชียงใหม่ จนมาเกิดอุบัติเหตุขึ้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเกี่ยวกับนายสมชาย ตาวิโน เพิ่มเติม และได้เดินทางไปที่ หอพักอุ้ยมี เลขที่ 30 ม.2 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งจากข้อมูลการมห้ปากคำจากตำรวจบริเวณนี้เป็นที่พักของนายสมชาย ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถาม แต่ไม่พบนายสมชาย แต่พบนางขวัญ อายุ 41 ปี ชาวไทใหญ่ มีอาชีพเป็นแม่บ้าน ซึ่งพักอาศัยในหอพักเดียวกัน

โดยนางขวัญ ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า นายสมชาย พักอาศัยอยู่ที่นี่จริง คือห้องพักหมายเลข 7 ส่วนตนกับสามีอยู่ห้องพัก ปกติแล้วนายสมชาย เป็นคนอัธยาศัยดี ชอบพูดคุยทักทายกันเป็นประจำ และเป็นชายโสดอยู่คนเดียวไม่มีครอบครัว ทำงานอยู่ที่โครงการหลวงในต.แม่เหียะ

ในวันที่เกิดเหตุช่วงเย็นประมาณ 18.00 น.นายสมชาย เข้ามาหาตนเองและสามี พร้อมกับนำสุรามา 1 ขวด บอกว่าฉลองโทรศัพท์ใหม่ พร้อมกับให้ตนเองสมัครเฟซบุ๊คกับไลน์ให้ หลังจากดื่มกินไปจนสุราหมดขวด ประมาณ 3 ทุ่มกว่าก็แยกย้ายกันพักผ่อน หลังจากนั้นไม่นานตนเองได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ของนายสมชายขับออกไปด้านนอก แต่ไม่ทราบว่าไปไหน ตนก็พักผ่อนต่อ จนวันรุ่งขึ้นก็ได้เจอกับนายสมชายแต่จำเวลาไม่ได้ 

ทั้งนี้ นายสมชายมาเล่าให้ตนเองฟังว่า เมื่อคืนขับรถไปประสบอุบัติเหตุมา จนได้รับบาดเจ็บแต่คู่กรณีเสียชีวิต แต่นายสมชายนั้นเป็นคนถูกชน ตอนนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเรื่องอะไร แต่มาทราบข่าวภายหลังว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในข่าว

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ร้านสุมินตรา คาราโอเกะ บริเวณริมถนนทางเข้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่นายสมชายระบุว่าไปดื่มกินและได้พบกับนายจารุชาติ ผู้สื่อข่าวได้พบกับเจ้าของร้านชื่อ นางหมวยอ่อง อายุ 36 ปี จึงได้สอบถามเรื่องราวในคืนเกิดเหตุ

โดยนางหมวยอ่อง กล่าวว่า ในคืนวันเกิดเหตุ นายจารุชาติเข้ามาดื่มกินที่ร้านตั้งแต่เวลา 22.30 น.สั่งเบียร์ดื่ม 2 ขวด โดยนั่งโต๊ะภายในร้าน หลังจากนั้นเวลาประมาณ 23.30 น. นายสมชายก็เดินทางเข้ามาดื่มที่ร้านนั่งโต๊ะยาวด้านนอก สั่งเบียร์ 1 ขวด จากนั้นประมาณเที่ยงคืนร้านกำลังจะปิด จึงได้บอกให้นายจารุชาติ ซึ่งนั่งอยู่ในร้านออกมานั่งด้านนอก เพราะต้องปิดร้าน นายจารุชาติจึงได้ออกมานั่งที่โต๊ะใกล้ๆกับนายสมชาย ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวทั้ง 2 คนน่าจะมีโอกาสได้คุยกัน เพราะเหลือเพียง 2 คนในร้าน สำหรับนายสมชายนั้นเคยมาดื่มที่ร้านอยู่ครั้ง 2 ครั้ง แต่นายจารุชาติมาเป็นครั้งแรก จึงคิดว่าทั้ง 2 คนไม่น่าจะรู้จักกันมาก่อน

ศูนย์ข่าวเนชั่น ภาคเหนือ

เปิดไทม์ไลน์ "จารุชาติ - สมชาย"  ไปรู้จักกันที่คาราโอเกะ ก่อนมาเฉี่ยวชนกันเอง จนทำให้พยานปากเอกบอสดับ

เปิดไทม์ไลน์ "จารุชาติ - สมชาย"  ไปรู้จักกันที่คาราโอเกะ ก่อนมาเฉี่ยวชนกันเอง จนทำให้พยานปากเอกบอสดับ

เปิดไทม์ไลน์ "จารุชาติ - สมชาย"  ไปรู้จักกันที่คาราโอเกะ ก่อนมาเฉี่ยวชนกันเอง จนทำให้พยานปากเอกบอสดับ