วันที่ 2 สิงหาคม 2563 ที่ตลาดสดขายปลีกผักสดตลาดเอกชนในเขตเทศบาลตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี มีประชาชนมาซื้อผักค่อนข้างน้อยมาก หลังพบว่าราคาผักสดต่างๆขยับราคาแพงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ทั้งที่เป็นผักช่วงหน้าฝนผักจะออกสู่ตลาดตลาดค่อนข้างมากและจะมีราคาถูกกว่าทุกฤดู แต่เนื่องจากพื้นที่ปลูกผักสดขายในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี กลับเจอกับสภาวะภัยแล้งฝนทิ้งช่วงพื้นที่ปลูกผักออกสู่ตลาดน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการจึงต้องปรับราคาขึ้นตาม อีกทั้งต้องสั่งซื้อผักสดและรับผักสดมาจากตลาดขายผักมาตากจังหวัดนครสวรรค์ที่รับผักมาจากภาคเหนือ และตลาดผักสดตลาดสี่มุมเมือง ทำให้มีค่าขนส่งเพิ่มขึ้นจึงต้องปรับราคาขายปลีกขึ้นตามไปด้วย

จากการสอบถามแม่ค้า เปิดเผยว่า ปกติหน้าฝนผักทุกชนิดราคาจะตกเพราะผักโตเร็วและมีมาก แต่ฤดูฝนปีนี้กลับตรงกันข้าม ราคาผักทุกชนิดไม่ถูกลง แถมบางชนิดราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ด้วยซ้ำ อย่างเช่น ผักใบขึ้นช่ายราคาพุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัม 180 บาท ผักชีขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 150 บาท ต้นหอมกิโลกรัมละ 100 บาท ส่วนผักอื่นๆ เช่นผักคะน้า ผักกะหล่ำปลี ผักกาดขาว แตงกวา ปรับขึ้นราคาจากเดิมเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5 – 10 บาท ซึ่งเป็นราคาที่แพงสุดในรอบหลายปี ทำให้ตอนนี้รับผักมาขายไม่มาก ส่วนลูกค้าที่เคยมาซื้อก็ซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ส่วนราคาเนื้อหมูในตลาดสดเดียวกันเขียงหมูทุกเขียงล่าสุดราคาเนื้อหมูปรับราคาขายคงที่แล้ว อย่างหมูเนื้อแดงเคยขายถึงกิโลกรัมละ 180 บาท ปรับลดราคาลงขายไม่เกิน 150 – 160 บาท หลังภาครัฐออกมาควบคุมราคาหมูหน้าฟาร์มให้เหลือกิโลกรัมละ 80 บาท เพื่อให้เขียงหมูปรับราคาขายไม่ให้เกินราคา 150 -160 ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมกับกลไกตลาด เพื่อไม่ให่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภค แต่ถึงกระนั้นก็ยังนับว่าราคายังสูงอยู่กับสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองอยู่ ณ ขณะนี้ ประชาชนซื้อหมูน้อยลงกับไปซื้อเนื้อสัตว์ที่ราคาถูกกว่าไปบริโภคแทน

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุทัยธานี