(22 พ.ค.)ที่โรงเรียนเกตุชาติศึกษา ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ดร.สุรโรจน์ นวลมังสอ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเกตุชาติศึกษา ได้เรียกประชุมคณะผู้บริหารและครู อาจารย์ 38 คนและพนักงานเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนทั้งหมดรวมเกือบ 50 คน เพื่อสอบถามปัญหา อุปสรรคในการออกให้บริการนักเรียนเกี่ยวกับการจัดการศึกษาออนไลน์ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากไม่สามารถเปิดโรงเรียนทำการเรียนการสอนปกติได้ เนื่องจากประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน 2563 มีมติให้เลื่อนเปิดเทอมจากวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563  สาเหตุจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 และในระหว่างนี้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

 

ทั้งนี้ทางโรงเรียนเกตุชาติได้มีการประชุมวางแผนการดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 โดยการจัดทีมครู อาจารย์ เจ้าหน้าที่ออกเยี่ยมเยียนบ้านนักเรียนทุกคนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ม.3 รวมเกือบ 800 คน เพื่อทราบถึงปัญหาอุปสรรคของนักเรียนแต่ละคนและแจกจ่ายหน้ากากอนามัย เจลล้างมือพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการการควบคุมป้องกันไวรัสโควิด-19 แก่นักเรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งแจกถุงยังชีพช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนที่มีฐานะยากจน ยากไร้ จนนำมาสู่การกำหนดแผนงานและมาตรการในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์  โดยคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเกตุชาติได้แบ่งออกเป็น 6  ทีมประจำที่โรงเรียน 2 ทีม อีก 4 ทีมออกปฏิบัติงานตระเวนสอนตามบ้าน และแจกใบงาน (แบบฝึกหัด) แนะนำการปรับจูนและเปิดใช้ทีวีดิจิตอลเทคนิคจูนหาช่อง และการใช้มือถือในการเรียนระบบออลไลน์ ส่วนอีก 2 ทีม จะประจำการที่โรงเรียนเพื่อผลิตใบงาน/แบบเรียน (แบบฝึกหัด) ส่งกำลังบำรุงและอำนวยการ

ซึ่งในวันนี้ (22 พ.ค.)มีการปล่อยขบวนทีมปฏิบัติการโรงเรียนเกตุชาติศึกษา 4 ทีมโดยใช้รถยนต์ของของโรงเรียนเกตุชาติศึกษารถของคณะครูอาจารย์ พนักงานเจ้าหน้าที่ รวมกว่า 12 คัน เพื่อออกปฏิบัติการถึงบ้านนักเรียนในทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่รอบที่ 2 เพื่อติดตามผลการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ตรวจและเก็บใบงาน ก่อนแนะนำ สอนตามบทเรียนและแจกใบงานรอบที่ 2 โดยทุกบ้านจะมีพ่อแม่ หรือผู้ปกครองที่อยู่บ้านร่วมรับฟังการแนะนำและสอน จึงทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ไปพร้อม ๆ กับนักเรียนด้วย

 

ดร.สุรโรจน์ นวลมังสอ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเกตุชาติศึกษา กล่าวว่า  เป้าหมายสำคัญในการสร้างงานการศึกษาในครั้งนี้มีแรงบันดาลใจจากการที่ก่อนหน้านี้โรงเรียนออกเยี่ยมนักเรียนเป็นระยะตามปกติทุกปีอยู่แล้ว แต่ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด -19 แพร่ระบาดทำให้คณะครูและทีมบริหาร ได้เห็นความลำบากของนักเรียนผู้ปกครองที่ยากจน และหรือกำลังจะยากจน เพราะมีความลำบากในการครองดำรงชีวิตในยามวิกฤต ทั้งตกงาน มีลูกหลายคน ไม่มีความรู้ และพบอีกสารพัดปัญหา ที่เป็นต้นเหตุที่แท้จจริงในการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาของเด็กไทย โดยเฉพาะช่วงที่เกิดการระบาดของโรคในช่วงแรก ๆ ระหว่างเดือนมีนาคม-ต้นเมษายน 2563 ทำให้บรรดาทีมงานที่ออกภาคสนามเยี่ยมบ้านนักเรียนและผู้ปกครองได้รับรู้ปัญหาและข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัวทำให้เกิดความเข้าใจ รู้สึกเห็นอกเห็นใจ นำข้อมูลกลับมาพูดคุยแจ้งปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ให้กับตนและทีมบริหารของโรงเรียนทราบ

 “จนนำไปสู่การวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การให้การช่วยเหลือเรื่องอาหารและของใช้จำเป็นสำหรับประทังชีวิตในระยะเบื้องต้น โดยนำเอาข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่สด แมกส์และหน้ากากอนามัย  ยาฟ้าทะลายโจรเผื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ฯลฯ ตามความจำเป็นไปแจกจ่ายถึงบ้าน  โดยใช้งบประมาณของทางโรงเรียนเท่าที่พอดูแลกันได้ จนกระทั่งความห่วงใยครอบครัวของนักเรียนที่ทางโรงเรียนได้ดำเนินการรู้ไปถึงผู้ปกครองของทางโรงเรียนบางคนที่พอมีฐานะดี และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี จึงมีความประสงค์จะร่วมด้วยช่วยเหลือแบ่งปัน ก่อนส่งความช่วยเหลือต่าง ๆ ผ่านตัวแทนโรงเรียนให้โรงเรียนนำไปช่วยเหลือกันเอง เป็นแบบนี้มาสักระยะหนึ่งในช่วง 2 เดือนเศษที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก”   

ดร.สุรโรจน์ นวลมังสอ กล่าวอีกว่า จนเมื่อใกล้เวลาเปิดเทอมตามกำหนดเดิม (16 พ.ค.)  ทางฝ่ายบริหารโรงเรียนรอคอยว่ารัฐบาลจะมีแนวทางต่อการจัดการศึกษาหรือมีนโยบายออกมาแบบไหน ทิศทางการปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ซึ่งทางโรงเรียนเกตุชาติเองก็ยังสับสนและมีความเห็นแย้งในหลายประเด็น เมื่อนำข้อมูลข้อเท็จจริงของพื้นที่มาคิดวางแผนและออกแบบสำหรับเอาไปปฏิบัติงานจริงได้ หรือมีอุปสรรคอะไรอย่างไรที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข   ในขณะเดียวกันทางทีมบริหารร่วมกันกับคณะครูกรรมการสถานศึกษา รวมถึงบุคลากรที่มีอยู่ของโรงเรียนทุกคน ได้ร่วมประชุมพูดคุยทั้งวงเล็ก วงใหญ่ และสุดท้ายประชุมทั้งหมดทุกภาคส่วนของโรงเรียนโดยการนำข้อมูลพื้นที่เกี่ยวกับครอบครัวนักเรียนจุดตั้งอยู่ของบ้านเรือน  ข้อมูลโรงเรียน ข้อมูลงานวิชาการ ข้อมูลงานสายรถรับส่ง ผู้ใกล้ชิดชุมนุม ผู้ปกครองนักเรียน แนวทางของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการการ รวมทั้งข้อมูลด้านสาธารณะสุขพื้นที่ เมื่อดูเรื่องราวและข้อมูลทั้งหมดแล้วได้นำเอาข้อมูลทุกฝ่ายมาควบรวมสกัดออกมาเป็นตัวแบบที่น่าจะทำได้ตามศักยภาพของโรงเรียนเท่าที่พอจะมีและคิดได้ทำได้ และที่สำคัญเท่าที่มีสำนึกร่วมต่อความรับผิดชอบด้วยความรักและหวังดีปรารถนาห่วงใยต่อลูก ๆหลานเด็กและเยาวชนนักเรียนของโรงเรียน  ซึ่งส่วนหนึ่งคือลูกหลานจริง ๆ ของ “ครอบครัวชาวเกตุชาติศึกษา” จริง ๆ ทั้งญาติพี่น้อง ลูกหลานของครูบ้าง พนักงานภารโรงของโรงเรียนเกตุชาติ อีกทั้งมองกลับไปที่ครอบครัวที่ฐานะยากจน ซึ่งเป็นภาพจำของพวกเราทุกคน จนสามารถชี้แจงทำความเข้าใจจนตกผลึกแนวทางในการดำเนินการตามที่ทุกคนต่างมีความรู้สึกว่าเป็นภาระสำคัญให้กับคณะครู/บุคลากรและทีมงานของโรงเรียน มีแรงบันดาลใจ มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเดินบุกไปข้างหน้า แก้ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆที่พบเจออย่างต่อเนื่อง

 

“จากนั้นเริ่มเก็บข้อมูลทางวิชาการ เพื่อมาทำใบงาน/เชิญพนักงานขับรถงดรงเรียนซึ่งชำนาญเส้นทางมาแบ่งสายนักเรียน พร้อมกำหนดภารกิจของแต่ละฝ่ายแต่ละสาย ฝ่ายอำนวยการช่วยผลิตใบงานและเอกสาร จัดใส่ซองพลาสติก มีดินสอ ยางลบ ครบชุด ครบจำนวนนักเรียนทุกระดับชั้นตามที่ขึ้นทะเบียนรายงานตัวเป็นนักเรียนโรงเรียนเกตุชาติศึกษาแล้ว จากนั้นประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อคนพร้อม ใบงานพร้อม ข้อมูลพร้อม ยานพาหนะพร้อม ก่อนและดีเดย์ลงพื้นที่ออกปฏิบัติงานจริงตั้งแต่เช้าจนค่ำ ใช้เวลา 4 วันจันทร์ พุธ ช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ทึมปฏิบัติการสามารถเดินทางไปถึงบ้านนักเรียนทุกคน เอกสารใบงานทุกชุดถึงมือนักเรียนทุกคน  ที่สำคัญทางโรงเรียนเกตุชาติศึกษาร่วมกับผู้ปกครองที่ฐานะดีได้จัดซื้อข้าว ไข่เป็ด ไข่ไก่ อาหารแห้งใส่ติดรถไปด้วย หากพบบ้านนักเรียนที่ฐานะยากจนก็จะแจกข้าวสารอาหารแห้งไปด้วย”

ทางด้านคุณครูจันทร์เพ็ญ เกตุชาติ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการโรงเรียนเกตุชาติศึกษาและครูภาษาไทย กล่าวว่า หลังจากมีนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการลงมาทาง ดร.สุรโรจน์ นวลมังสอ ผู้รับใบอนุญาตก็เรียกครูและบุคลากรทั้งหมดของโรงเรียนมาร่วมประชุมวางแผน เริ่มต้นจากเช็คแผนการสอนที่เราจะต้องใช้ในปีการศึกษานี้ตั้งแต่ระดับอนุยาลจนถึงชั้น ม.3 จากนั้นครูในแต่ละระดับชั้นก็จะร่วมประชุมเพื่อสรุปว่าจะต้องเริ่มหลังจากอะไรเป็นลำดับแรกหลังจากการเปิดภาคเรียนปกติ เพราะฉะนั้นครูในแต่ละระดับชั้นก็จะมาช่วยกันว่าในหน่วยที่ 1 ตรงนี้เราจะให้เด็กทำใบงานเรื่องอะไรได้บ้างที่จะนำไปให้ทำที่บ้านและไม่กระทบต่อผู้ปกครอง ใบงานจะต้องไม่มีความยากเกินไปเพราะเด็กไม่มีครูสอนที่บ้าน ผู้ปกครองจะเป็นผู้สอนเองดังนั้นใบงานที่เราเลือกให้เด็กทำต้องอยู่ในระดับที่เด็กมีความเข้าใจและสามารถทำใบงานดังกล่าวได้โดยไม่ต้องเดือดร้อนผู้ปกครองมากจนเกินไป โดยสรุปใบงานของแต่ละระดับชั้นในช่วงนี้จะต้องไม่ยากจนเกินไป ปัญหาที่เราพบคือหกเด็กอาศัยอยู่กับผู้ปกครองที่เป็นคุณพ่อคุณแม่จะมีปัญหาน้อยกว่าผู้ปกครองที่เป็นคุณปู คุณย่า คุณตา คุณยายที่ไม่มีความรู้ เพราะฉะนั้นในเวลาที่เราไปเยี่ยมเขาก็จะมีคำถามมาเรื่อย ๆ ทำให้เราเก็บข้อมูลมาเรื่อย ๆ จนนำมาเป็นข้อมูลในการออกใบงานให้เด็กอย่างเหมาะสม   

“หลังเดินทางไปแนะนำสั่งสอนและแจกใบงานหรือแบบฝึกหัดให้นักเรียนครบทุกบ้านทุกคนเรียบร้อยแล้วทีมงานก็มาประชุมเวิร์กชีท หรือการนำข้อมูลและคุณสมบัติต่าง  ๆ มาประชุมหารือบันทึกใบงานสรุปผลการปฏิบัติงาน โดยขั้นตอนต่อไปคือออกติดตามผล แก้ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเอกสารใบงานเหล่านั้น ซึ่งทีมงานจะกลายเป็นติวเตอร์ในการแนะนำสั่งสอนทั้งผู้ปกครองและเด็กนักเรียนไปพร้อมกัน เป็นมาตรการและแนวทางการปฏิบัติทั้งหมดที่เป็นภารกิจของโรงเรียนเกตุชาติศึกษามุ่งจัดการเรียนการสอนออนไลน์จนกว่าจะได้เปิดเรียนจริงในวันที่ 1 ก.ค. 2563 ต่อไป”

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการลงพื้นที่ของทีมปฏิบัติงานของโรงเรียนเกตุชาติศึกษาแม้จะพบปัญหามากมาย ทั้งเส้นทางทุรกันดาร หลายจุดรถไม่สามารถเข้าไปถึงต้องเดินเท้าลุยน้ำ ลุยโคลนอย่างทรหดและอดทน บางครั้งเดินผ่านทุ่งนา ทุ่งหญ้าที่มีการเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย เจ้าวัว ควายไม่คุ้นเคยคนแปลกหน้าวิ่งแสดงอาการฟูดฟักไม่พอใจ วิ่งไล่ทำร้ายก็มี ในบางจุดเมื่อเข้าไปถึงบางบ้านเลี้ยงสุนัขดุนักเรียนและผู้ปกครองต้องออกมาวิ่งไล่จับสุนัขล่ามกันชุลมุน และเราพบว่ามีเด็กนักเรียนเกือบทั้งหมดมีผมยาว จึงจัดครูสอนวิชาชีพของโรงเรียน ซึ่งมีชมรมตัดผมของโรงเรียนเกตุชาติเอง เดินทางออกไปพร้อมกับคณะครูเพื่อที่จะได้ตัดผมให้นักเรียน บางบ้านยังช่วยตัดให้พ่อแม่ ปู่ย่า หรือผู้ปกครองอื่น ๆ ด้วย ในช่วงเที่ยงถึงบ้านไหนครูและทีมงานก็จะร่วมปรุงหุงหาอาหารรับประทานร่วมกันกับนักเรียนและผู้ปกครอง

“ซึ่งครูและบุคลากรที่ลงพื้นที่ทุกคนมีจิตใจที่มั่นคงไม่ย่อท้อต่องานที่ทำ และสามารถกำหนดจิตหมายรู้ว่าความเหน็ดเหนื่อยแต่มีจิตใจเมตตาต่อศิษย์คือความจริงของชีวิตเพื่อศิษย์ทุกคนที่คุณครูห่วงใย ซึ่งไม่มีงานไหนที่ไม่เหน็ดเหนื่อย และทำไปบ่นไปสนุกไปเพราะงานคือชีวิตกับภารกิจการจัดการศึกษาออนไลน์ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อให้สัมฤทธิ์สูงสุด แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีความสุขกับการเลือกอาชีพการเป็นครูเมืองไทย”.

 

ขอบคุณภาพ/ข้อมุลเฟซบุ๊ก ไพฑูรย์ อินทศิลา"

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช