เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 63  ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจกองปราบปรามได้เดินทางขึ้นภูเหล็กไฟ เขตอุทยานแห่งชาติภูผายล สมทบกับตำรวจ สภ.กกตูม เจ้าของพื้นที่ ตำรวจชุดเฉพาะกิจจังหวัดมุกดาหาร และตำรวจสืบสวนสอบสวน ภาค 4  เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีน้องชมพู่ เด็กอายุ 3 ขวบ นอนไม่สวมเสื้อผ้า เสียชีวิตปริศนา และหายไปจากบ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 14 พ.ค. ได้พบศพน้องชมพู่

          ตลอดเส้นทางเดินทางด้วยความยากลำบาก และผิดธรรมชาติที่เด็กเล็กที่จะเดินขึ้นมาเองเพียงลำพัง โดยจากการจับสัญญาณด้วย จีพีเอส ซึ่งระยะทางจากบ้านน้องชมพู่  ถึงจุดพบศพ 1.74 กิโลเมตร ผู้สื่อข่าวได้ติดตามตำรวจขึ้นมาหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยต้องเดินทางโขดหินพื้นที่สูงชันใช้เวลานานถึง 1 ชั่วโมง ส่วนเสื้อน้องชมพู่ที่สูญหายคือเป้าหมายหลัก แม้ยังไม่พบแต่พยานหลักฐานอื่นเพิ่ม เช่น ขวดน้ำ  ขณะที่ตำรวจบางชุดใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ เบดสเตชั่น โทรศัพท์มือถือเพื่อเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัยว่า มีความเคลื่อนไหวในช่วงที่น้องชมพู่หายตัวไปหรือไม่ ใกล้จุดพบศพมีฝูงวัวปล่อยขึ้นมาเลี้ยงประจำ ซึ่งคนดูแลวัว 2 คน อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยด้วย

          ด้านนายไชย์พล วิภา ลุงของน้องชมพู่ กล่าวว่า ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าจะต้องเป็นคนที่รู้พื้นที่เขาลูกนี้ ถึงจะสามารถนำน้องขึ้นมาจุดนี้ได้ ก็ยังยืนเหมือนเดิมต้องเป็นคนที่รู้จักสถานที่

           สำหรับการสืบหาผู้ต้องสงสัยขยายไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง แม้จะพิสูจน์ทราบไทม์ไลน์ และทยอยตัดไปบางส่วนแล้ว โดยจะมีการประชุมสรุปตัดบุคคลที่ต้องสงสัยอีกครั้งเพื่อตัดวงให้แคบลง ภายใน 2 วันนี้ แต่ในที่สุดแล้ว ทางตำรวจรอฟังจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อมามัดตัวคนร้าย

          พล.ต.ต. ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบก.ภ.4  ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ถึงแม้เราจะมีตัวผู้ต้องสงสัยแต่ก็ต้องรอผลพิสูจน์ สมมุติว่าเราเล็ง 5 คนนี้ ก็ต้องเอา 5 คนนี้มาตรวจพิสูจน์กับผลของนิติวิทยาศาสตร์ของพิสูจน์หลักฐาน ขณะนี้ผลของพิสูจน์หลักฐานยังไม่ออกมาว่าเก็บอะไรได้บ้าง เพื่อมาเปรียบเทียบกับคนร้าย

อนุศักดิ์ เสาวภา  แสนวิเศษ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร