หลังจากที่มีกลุ่มคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศถึงสุวรรณภูมิแล้วไม่ยอมกักตัวจนเกิดความวุ่นวายขึ้น โดยพบว่ามีผู้โดยสาร 3 คนพบว่ามีไข้สูงและอาศัยช่วงชุลมุนหนีกลับบ้านได้ เมื่อค่ำวันที่ 3 เม.ย.

 

 

          โดยคนไทยที่บินกลับมาจากต่างประเทศ และไม่ยอมกักตัว มีจำนวน 166 คน ประกอบด้วย เที่ยวบิน TG 641 จากญี่ปุ่น จำนวน 16 คน , NH 847 จากญี่ปุ่น จำนวน 19 คน , SQ 976 จากสิงคโปร์ จำนวน 44 คน , JL31 จากญี่ปุ่น 76 คน และ GR 832 จากกาตาร์ 11 คน


          ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งขอกำลังทหาร และตำรวจ ตามตัวผู้ที่หลบหนีการกักตัวทั้งหมด 166 คน หากพบผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเตรียมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการด่วน ในเวลา 09.00 น. วันที่ 4 เม.ย. หลังกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่าฝืนคำสั่งออกเอกสารให้คนเดินทางเข้าประเทศ


          ล่าสุด นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธรายงานข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยออกเอกสารให้คนเดินทางเข้าประเทศ หลังจากที่มีการประกาศการชะลอการเลื่อนการเข้าไทยไปถึง 15 เม.ย.2563 ว่า เมื่อมีประกาศให้ชะลอการเดินทางเข้าประเทศของคนไทย เมื่อวันที่ 2 เม.ย. สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยได้หยุดรับลงทะเบียนออกหนังสือรับรองเพื่อเดินทางกลับทุกช่องทาง

 



          นายเชิดเกียรติ กล่าวว่า รวมทั้งปิดระบบลงทะเบียนออนไลน์ของกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้ ได้ขอให้คนไทยเคร่งครัดในการหาใบรับรองแพทย์ fit to fly ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทางกลับ ตามข้อกำหนดที่ออกตาม พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน


          นายเชิดเกียรติกล่าวอีกว่า กลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางกลับเข้ามา ตามรายงานข่าว คือกลุ่มในช่วงรอยต่อ ซึ่งยังเดินทางขึ้นเครื่องเข้ามาได้เพราะมีหนังสือรับรองและใบรับรองแพทย์ fit to fly อายุ 72 ชม. ที่ออกก่อนหน้าจะมีประกาศให้ชะลอการเดินทาง


          โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า สำหรับในเรื่องกักกันเฝ้าระวังโรค หรือ quarantine หลายสถานทูตได้ระบุในประกาศของสถานทูตด้วยแล้ว ว่าหากกลับมาในช่วงนี้ จะถูกกักกันตัวในทุกกรณี ในสถานที่ที่หน่วยงานของรัฐกำหนด 14 วัน ดังนั้น รายงานข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรี จึงไม่เป็นความจริง