เมื่อวันที่ 1 เมษายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขสเปน แจ้งว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสเปน โดยรวมมีมากกว่า 1 แสนรายแล้ว โดยผู้ติดเชื้อสะสมในสเปน อยู่ที่ 102,136 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 9,053 ราย หลังจากมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมงอีก 864 ราย

 

 

 

          ขณะที่อิหร่านแจ้งว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอิหร่าน เพิ่มขึ้นมาอีก 138 ราย ยอดรวมเป็น 3,036 ราย และยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 47,593 ราย

เยอรมนีรวมทะลุกว่า6หมื่นราย
          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานควบคุมโรคระบาดของเยอรมนีรายงานว่าภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เยอรมนีมีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันทั้งสิ้น 3,122 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 67,051 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 650 ราย โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน เยอรมนีเริ่มบังคับใช้มาตรการจำกัดอย่างเข้มงวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งยังห้ามประชาชนรวมกลุ่มกันมากกว่า 2 คน ตลอดจนการเดินทางด้วยกิจที่ไม่จำเป็น

          ชเตฟเฟน ไซแบร์ต โฆษกรัฐบาลเยอรมนี ระบุว่า การติดตามประเมินผลในระยะครึ่งแผน (mid-term review) ชี้ว่ายังไม่ควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ เพื่อมิให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้น

อัฟกานิสถานปล่อยนักโทษหมื่นคน
          วันเดียวกัน อัฟกานิสถานสั่งปล่อยตัวผู้ต้องขังชุดแรกจำนวน 1 หมื่นคน ออกจากเรือนจำประจำจังหวัดในเขตดูชิ จังหวัดบักลาน ทางตอนเหนือของประเทศ ตามคำสั่งของประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 โดยผู้ต้องขังทั้งหมดได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนจะถูกปล่อยจากเรือนจำ

‘อิรัก’ขยายเวลาเคอร์ฟิวคุมโควิด
          รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอิรักเปิดเผยว่า อิรักตัดสินใจขยายระยะเวลาของคำสั่งห้ามประชาชนออกจากเคหสถานในพื้นที่ที่กำหนดตามระยะเวลาที่ระบุไว้อย่างชัดเจน หรือเคอร์ฟิว ทั่วประเทศจนถึงวันที่ 19 เมษายน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) โดยนายจาฟาร์ ซาดิก อัลลาวี รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าคณะกรรมการฉุกเฉินเพื่อควบคุมโควิด-19 ของอิรัก ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นดิจลา ว่าคณะกรรมการตัดสินใจขยายระยะเวลาเคอร์ฟิวไปจนถึงวันที่ 19 เมษายน พร้อมคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดจะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนหากประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งเคอร์ฟิว

เด็ก13ดับอายุน้อยสุดในอังกฤษ
          มีรายงานว่า เด็กชายวัย 13 ปีในลอนดอนเสียชีวิตหลังจากได้รับการตรวจสอบแล้วพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดย ด.ช.อิสมาอิล โมฮาเหม็ด อับดุลวาฮับ ชาวเมืองบริกซ์ตัน ทางใต้ของกรุงลอนดอน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลคิงส์ คอลเลจ เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม หลังจากผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ออกมาเป็นบวก ทั้งนี้ อิสมาอิลเริ่มแสดงอาการป่วย และหายใจลำบาก จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้น เขาได้ถูกใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งต่อมามีอาการโคม่า และเสียชีวิตเมื่อเช้าวันที่ 31 มีนาคม โดยอิสมาอิลไม่เคยมีปัญหาด้านสุขภาพใดๆ และยังคงรอผลการชันสูตรศพของอิสมาอิล

คนสหรัฐอาจตายถึง1แสนราย
          ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในหน่วยเฉพาะกิจต้านไวรัสแห่งทำเนียบขาวกล่าวว่า ชาวอเมริกันยังต้องเตรียมตัวเผชิญความเป็นไปได้ที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในประเทศสูงถึง 100,000-240,000 ราย โดย เดโบราห์ เบิรส์ ผู้ประสานงานด้านการรับมือโควิด-19 นำเสนอแบบจำลองต่อหน้าผู้สื่อข่าวในทำเนียบขาวว่าจะมีผู้คนจำนวนมากถึง 1.5-2.2 ล้านคนติดเชื้อโควิด-19 หากไม่มีมาตรการใดมายับยั้งไวรัส

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดตัวเลขจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ เมื่อเวลา 11.08 น. ของวันที่ 1 เมษายน พบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในสหรัฐรวมทั้งหมด 4,076 ราย และผู้ป่วยที่ยืนยันผลติดเชื้ออยู่ที่ 189,510 ราย

 

ฝรั่งเศสตายเพิ่มอีก 499 ราย
          ขณะที่สถานการณ์ในประเทศฝรั่งเศสพบว่ายอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นถึง 499 ราย ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตของฝรั่งเศสอยู่ที่ 3,523 ราย ขณะที่ผู้ป่วยที่ยังเข้ารับการรักษาอยู่ที่ 22,757 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยหนักที่ 5,565 ราย โดยยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 52,128 ราย ทั้งนี้ยอดผู้เสียชีวิตในฝรั่งเศส จะเป็นยอดรวมของผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาล โดยไม่ได้รวมผู้เสียชีวิตในบ้าน หรือที่เสียชีวิตในบ้านพักคนชรา ขณะที่เชื่อว่ายังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ไม่ได้มาลงทะเบียนว่าตัวเองป่วยเนื่องจากไม่มีเครื่องมือในการทดสอบ

คนจามทำไวรัสปลิว 8.2 เมตร
          วันเดียวกัน เว็บไซต์เดลีเมล์รายงานว่า นพ.แอนโธนี ฟอซี คณะทำงานด้านการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสหรัฐอเมริกา ออกมาแถลงถึงผลวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที ระบุถึงผลการวิจัยพบว่าการจามอย่างแรงนั้นอาจ ทำให้ละอองน้ำลายที่อาจมีเชื้อไวรัสโควิด-19 ปนเปื้อน สามารถลอยไปไกลได้ถึง 27 ฟุต หรือราว 8.2 เมตร นั่นส่งผลให้คำแนะนำการเว้นระยะห่างทางสังคม 6 ฟุต หรือราว 2 เมตรในปัจจุบันนั้นอาจไม่เพียงพอ

          นายฟอซี ระบุว่า การวิจัยดังกล่าวเป็นการทดสอบการแพร่กระจายของน้ำลายในกรณีจามอย่างรุนแรง ไม่ใช่การกระจายจากการพูด หรือไอ หรือการจามตามปกติ แต่นั่นก็หมายถึงว่าหากพบเห็นใครที่จามแรงๆ ก็ให้รีบถอยห่างออกจากพื้นที่ในบริเวณนั้นในทันที หรือพยายามอยู่ให้ห่างจากจุดดังกล่าวราว 8 เมตร ทั้งนี้ผลการวิจัยของเอ็มไอทีพบว่าการจามแรงๆ บวกกับลมที่เกิดขึ้นส่งผลให้ละอองน้ำลายลอยไปไกลขึ้น ขณะที่ความชื้นก็ส่งผลให้ละอองฝอยลอยอยู่ในอากาศได้นานขึ้นเช่นกัน

เจ้าชายวิลเลียมอยากช่วยสู้โควิด-19
          หนังสือแทบลอยด์ดังของอังกฤษ อ้างแหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า เจ้าชายวิลเลียมทรงต้องการกลับไปทำหน้าที่นักบินเฮลิคอปเตอร์พยาบาล ซึ่งเคยทำมาก่อนจะลาออก เพื่อมาถวายงานช่วยปฏิบัติภารกิจแทนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ สมเด็จพระอัยยิกา โดยเจ้าชายวิลเลียมหวังจะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อังกฤษตอนนี้

          "เจ้าชายวิลเลียมทรงคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง ว่าทรงต้องการกลับไปทำหน้าที่นักบินเฮลิคอปเตอร์พยาบาล เพื่อช่วยรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตอนนี้ พระองค์ทรงรู้ว่าทั้งประเทศกำลังช่วยกันคนละไม้ คนละมือ และพระองค์ก็ทรงอยากจะช่วย แต่มันก็ยุ่งยาก ซับซ้อนตรงที่ว่า พระองค์ทรงลาออกจากงานนี้ไปแล้ว เพื่อมาทรงทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกราชวงศ์ระดับสูง ซึ่งเป็นบทบาทที่ยิ่งมีความสำคัญมากตอนนี้ ที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ก็ทรงป่วย เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน ก็ไม่อยู่ ส่วนเจ้าชายแอนดรูว์ก็ถูกห้ามออกปฏิบัติภารกิจต่อสาธารณชน แต่เจ้าชายวิลเลียมก็อยากทำอะไรที่พระองค์สามารถช่วยได้" 

ดาราสตาร์วอร์สเสียชีวิตจากโควิด-19
          สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า แอนดรูว์ แจ๊ค นักแสดงดังชาวอังกฤษรุ่นใหญ่วัย 76 ปี หนึ่งในนักแสดงจาก สตาร์วอร์ส เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลในเมืองเซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม หลังจากมีข่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียง 2 วัน โดยเกร็ก กรันเบิร์ก เพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานกันในสตาร์วอร์ส บอกว่ารู้สึกตกใจเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของแอนดรูว์ โดยพูดถึงแอนดรูว์ว่า เป็นคนที่เก่ง ดี และเป็นสุภาพบุรุษที่น่ารัก และ “เป็นหนึ่งในคนที่ใจดีที่สุดที่ผมเคยร่วมงานด้วย"

จีนเผยยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันลดลง
          คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติ(เอ็นเอชซี)ของจีน แถลงจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในจีนเมื่อวันที่ 31 มีนาคม มีเพิ่มขึ้นอีก 36 ราย ซึ่งเกือบทั้งหมดยกเว้น 1 ราย เป็นผู้ที่มาจากต่างประเทศ โดยลดลงจากวันก่อนหน้าที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 48 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มาจากต่างประเทศในจีน เพิ่มขึ้นเป็นทั้งสิ้น 806 ราย
นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการอีก 130 ราย ทำให้ผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ที่อยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตอาการมีรวมอยู่ที่ 1,367 ราย และยังมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นการติดเชื้อในพื้นที่ในมณฑลกวางตุ้งอีก 1 ราย