เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ต้องขังได้ก่อเหตุจลาจลภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีการอ้างว่ากลัวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกรมราชทัณฑ์ได้สนธิกำลังกับตำรวจ ทหาร กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ช่วยกันควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และมีการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังจำนวนกว่า 2,000 คนไปคุมขังไว้ในเรือนจำใกล้เคียงกว่า 15 แห่งและยังมีผู้ต้องขังหลบหนีไปได้หนึ่งรายคือ ข.ช.ธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี คดีพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ

 

 

 

          ล่าสุดช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูเมือง ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้จับกุมตัวผู้ต้องขังรายดังกล่าวไว้ได้แล้ว โดยได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบบุคคลต้องสงสัยอยู่บริเวณป่าใกล้ลำคลองคูเมืองโบราณของหมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ข.ช.ธันยพงศ์ เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าอาศัยช่วงชุลมุนขณะเกิดเหตุจลาจลทุบกำแพงพร้อมตัดกรงเหล็กเรือนจำบริเวณช่องทางเยี่ยมญาติ ก่อนวิ่งหลบหนีข้ามกำแพงไปด้านหลังเรือนจำ และขโมยเสื้อผ้าพร้อมรถจักรยานยนต์จากหอพักใกล้เคียงหลบหนี หลังจากนั้นซ่อนตัวที่บ่อระเบิดหินจนถึงเที่ยงคืนก่อนหนีมาบ้านเกิดและถูกจับกุมตัวในที่สุด โดยขณะนี้ได้ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.คูเมือง เรียบร้อยแล้ว พร้อมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า การจับกุม ข.ช.ธันยพงศ์ ถือเป็นการสิ้นสุดเหตุการณ์ก่อจลาจลที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ โดยในเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สภาพเรือนจำเสียหายอย่างหนักไม่สามารถกลับมาใช้การได้ ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และเน้นย้ำกำชับให้ผู้บัญชาการเรือนจำ ทัณฑสถานทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ

          นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการสอบสวน ข.ช.ทีระชัย ชัยยะบัญชร ซึ่งเป็นหัวโจกในเรื่องนี้ โดยเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำมีปัญหากับผู้อื่นตลอด มีประวัติตั้งแต่เป็นเยาวชน ถูกจับกุมให้อยู่ที่สถานพินิจ เคยรับโทษที่เรือนจำภาคเหนือ ก่อนย้ายมาเรือนจำบุรีรัมย์จนได้รับการปล่อยตัว เมื่อออกไปไม่สำนึกยังทำความผิดซ้ำจนกลับมาติดคุกอีกครั้งที่เรือนจำบุรีรัมย์และศาลได้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งผู้ต้องขังรายนี้ถือเป็นคนสมองดี จึงคิดแผนปลุกปั่นให้ผู้ต้องขังกลัวไวรัสโควิด-19 จนเกิดเหตุการณ์เผาเรือนจำขึ้น นอกจากนี้ผู้บัญชาการเรือนจำได้จับตามาโดยตลอดเพราะพบว่ามีการเยี่ยมญาติถี่ และพบว่ามีคนมีสีมาเยี่ยมด้วย โดยชื่อจะปรากฏในชั้นสอบสวนต่อไป

          นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับมูลค่าการเสียหายอาคารเรือนนอนที่ถูกเผา 3 หลัง ราคาหลังละ 20 ล้านบาท ส่วนจุดอื่นๆ ที่ถูกทำลายประมาณ 10 ล้านบาท รวมแล้วกว่า 70 ล้านบาท ส่วนการสอบสวนได้ตั้งคณะกรรมการออกเป็น 2 ชุด คือ 1.สอบผู้ต้องขัง และ 2.สอบผู้บัญชาการเรือนจำถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น

 

 

 

          นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา กลุ่มงานความมั่นคงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เข้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมจัดปาร์ตี้เสพยาเสพติดและของมึนเมาในพื้นที่ ต.ราชคราม อ.บางไทร โดยไม่สน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการระบาดไวรัสโควิด-19

          จากนั้นได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบตามข้อร้องเรียนพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นแพที่ใช้ตกปลาลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเข้าไปในที่ดังกล่าวพบกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 25 คนอยู่ในสภาพมึนเมาและกำลังเสพสารเสพติด ประกอบด้วย ยาเค ยาอี และกัญชา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมส่งตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ผลปรากฏว่ามีสารเสพติดหลายคน จึงควบคุมตัวดำเนินคดีที่ สภ.ช้างใหญ่ เบื้องต้นดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฝ่าฝืนพ.ร.บ.โรคระบาด ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการจังหวัด และอื่นๆ อีกหลายคดี

          ขณะที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำคืนวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ ธรรมวัตร ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองอุดรธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอส.จำนวน 15 นาย ได้ออกตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่ตัวเมืองอุดรธานี ในขณะตรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีร้าน The Pallet ตั้งอยู่ข้างโรงเรียนเทศบาล 2 ถนนบ้านโนน เปิดร้านและจำหน่ายสุราอาหารให้ลูกค้านั่งดื่มกินภายในร้าน จึงเข้าตรวจสอบตามคำร้องเรียนพบว่ามีการร้านดังกล่าวมีป้ายไวนิลระบุชื่อร้านว่า salad time ทับป้ายชื่อ The Pallet ร้านเดิมไว้ โดยสภาพหน้าร้านมีสแลนสีดำปกปิด หากดูจากภายนอกแล้วดูเหมือนว่าปิดให้บริการ 

          เมื่อเข้าไปภายในพบว่าร้านดังกล่าวได้เปิดให้บริการตามปกติ ภายในร้านเปิดแสงไฟสลัวและมีการจำหน่ายสุรา อาหาร และเครื่องดื่ม ให้แก่ผู้มาใช้บริการจำนวน 9 คน มีทั้งนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ และโต๊ะอาหาร กำลังนั่งดื่มกินภายในร้าน อันเป็นพฤติการณ์ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี ฉบับที่ 3 ลว. 23 มีนาคม 2563 ข้อ 2 (7) และคำสั่งจังหวัดอุดรธานี ที่ 1640/2563 ลงวันที่ 22 มีนาคม ข้อ 7 ที่สั่งให้ปิดสถานที่ ประเภทสถานบริการ ผับ สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ รวมถึงสถานที่ซึ่งมุ่งเน้นการขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดื่มกินในสถานที่นั้น ซึ่งผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 จึงได้จับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

          สำหรับถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามจังหวัดต่างๆ ยังคงมีหลายจังหวัดพบผู้ป่วยติดเชื้อขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีมาตรการสั่งปิดสถานที่ และห้ามการเดินทางข้ามจังหวัด รวมถึงการออกคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดให้ร้านสะดวกซื้อต่างๆ ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้เปิด-ปิดเป็นเวลาที่กำหนด เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

          ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่านายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงนามในคําสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปราจีนบุรีเรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพิ่มเติม โดยคำสั่งระบุว่าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงยิ่งขึ้นทําให้จําเป็นต้องกําหนดมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเร่งด่วนจึงให้ปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ดังนี้ 

          1.ให้ปิดร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าปลีกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น เซเว่น อีเลฟเว่น มินิบิ๊กซี แฟมิลีมาร์ท โลตัสเอ็กซ์เพลส และ 108 ช็อป เป็นต้น ระหว่างเวลา 23.00-05.00 น. เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 13 เมษายน 2.ให้ปิดห้างสรรพสินค้าบางส่วน ให้ขายได้เฉพาะแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกร้านขายยา แผนกอาหาร แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ด อันจําเป็นต่อการดํารงชีพ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมการเงิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือหรือระบบสื่อสารและด้านวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 13 เมษายน

          เช่นเดียวกับที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกคำสั่งเรื่องมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ฉบับที่ 4) ปิดสถานที่บางประเภทเป็นการชั่วคราว ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าทุกประเภท (ยกเว้น) แผนกซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา สินค้าเบ็ดเตล็ดจำเป็น ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าเบ็ดเตล็ด ปิดให้บริการ 24.00-05.00 น. มีผลตั้งแต่วันที่ 1-15 เมษายน

          ส่วนที่ จ.นนทบุรี นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ออกประกาศเรื่องสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 6) (เพิ่มเติม) เพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19 โดยจำกัดเวลาเปิด-ปิดร้านสะดวกซื้อ ให้ปิดจำหน่ายให้บริการตั้งแต่เวลา 23.00-05.00 น. ทั้งนี้ให้ผู้ให้บริการขอความร่วมมือจากผู้บริโภคให้สวมหน้ากากอนามัยก่อนเข้าร้านทุกคนและงดให้บริการแก่ผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ลงนามหนังสือด่วนที่สุดเรื่องการตั้งด่านตรวจหมู่บ้านเพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึงนายอำเภอทุกอำเภอ โดยมีเนื้อหาให้ทุกอำเภอตั้งด่านตรวจหมู่บ้านเพื่อป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายหลังมีบุคคลเดินทางออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดอื่นมายัง จ.พิษณุโลก และพบว่ามีผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกแล้ว 3 คน จึงขอให้อำเภอทุกอำเภอดำเนินการตั้งด่านตรวจหมู่บ้านเพื่อควบคุมโรคระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน พร้อมขอให้อำเภอสรุปการปฏิบัติงานของด่านตรวจหมู่บ้านให้จังหวัด (ที่ทำการปกครองจังหวัดพิษณุโลก) ทราบก่อนเวลา 12.00 น. ของทุกวัน