วันที่ 27 มี.ค. 2563 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและขยายเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้

 

 

 

                 โดยวันนี้ได้มีการเริ่มปฏิบัติตามมาตรการกำหนดระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ในรถเมล์ ขสมก. ซึ่งได้ขอความร่วมมือผู้โดยสารที่ใช้บริการไม่นั่งตรงที่นั่งที่ติดสติ๊กเกอร์ “งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้” แต่ที่นั่งเดี่ยวยังสามารถนั่งได้ตามปกติ

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

                 สำหรับที่นั่งคู่ ให้ผู้ใช้บริการนั่งชิดกระจกเพียง 1 ที่นั่ง และกำหนดจุดยืนบนพื้นรถโดยสาร เว้นระยะห่าง 1 เมตร หากครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ พนักงานเก็บค่าโดยสารจะแจ้งให้ผู้โดยสารรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป รวมทั้งสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะโดยสารรถสาธารณะ เพื่อป้องกันตนเองและผู้ร่วมเดินทางโดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

 

 

                 นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการกำหนดระยะห่างทางสังคม หรือ Social distancing ในรถเมล์ ขสมก. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันนี้(27 มี.ค.) เป็นต้นไป สำหรับรถเมล์ ขสมก.ทั้ง 3,000 คัน

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

                 "ขสมก.จะจำกัดการขึ้นใช้รถโดยสาร รถเมล์ที่มีที่นั่ง 35 ที่นั่ง จะกำหนดจุดให้ผู้โดยสารนั่งได้ไม่เกิน 20 ที่นั่ง และจุดที่ผู้โดยสารสามารถยืนได้อีกไม่เกิน 10 คน เมื่อเต็มแล้วจะไม่รับผู้โดยสารขึ้นอีก รวมทั้งผู้โดยสารที่ขึ้นรถเมล์ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย ไม่เช่นนั้นจะปฏิเสธไม่ให้บริการ โดยมาตรการดังกล่าวนอกจากรถเมล์ของ ขสมก.แล้ว ก็จะขอความร่วมมือให้รถร่วมบริการ ขสมก.ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวด้วย" นายประยูร ระบุ

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

รถเมล์เข้ม "งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้"

 

 

-------------------------------------------------------------------

ภาพ ธนาชัย ประมาณพาณิชย์ (Tanachai Pramarnpanich)