24 มี.ค. 2563 - ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ กล่าวถึงข่าวลือการสอบใบอนุญาตว่าความสภาทนายความประจำปี 2563 ภาคปฏิบัติ ในวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้สมัครสอบ 4,500 คน มีการเรียกร้องให้เลื่อนการสอบ แต่นายกสภาทนายความฯ ไม่เลื่อนสอบ ทำให้ขาดสอบถึง 4,000 คน และเรียกร้องให้สภาทนายความฯ แก้ไขหรือรับผิดชอบว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง การสอบดังกล่าวมีจัดสอบที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีผู้สมัครสอบ 1,700 คน ขาดสอบ 700 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนปกติ และสภาทนายความฯ ได้จัดกรรมการตรวจข้อสอบต่อไปแล้ว

 

สภาทนายโคราช งดทนายอาสาประจำโรงพัก หลบโควิด

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วย สำหรับมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ของสภาทนายความนั้น นายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายบริหาร สภาทนายความฯ ได้ตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยจุดคัดกรองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สำหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อที่สภาทนายความ และจะไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีอุณหภูมิในร่างกายเกิน 37.5 องศาเซลเซียส เข้าในที่ทำการสภาทนายความ โดยสภาทนายความฯ จะมีเจลแอลกอฮอล์ไว้ที่จุดบริการเคาน์เตอร์ต่างๆ รวมถึงทำความสะอาดและฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคภายในที่ทำการสภาทนายความฯ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้ารับบริการทุกท่านที่มาติดต่อสภาทนายความด้วย

 

          โดยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 สภาทนายความฯ ได้ออกประกาศวันที่ 6 มี.ค.63 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ระบุว่า ตามที่มีสถานการณ์การระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ซึ่งมีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ามีผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อแล้วเป็นจำนวนมาก และเชื้อโรคดังกล่าวยังได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรงไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อแล้วจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 สำหรับผู้เข้ารับการบริการของสภาทนายความ และผู้ร่วมอบรมหรือสัมมนาที่ทางสภาทนายความจัดขึ้น สภาทนายความจึงเห็นควรกำหนดมาตรการดังต่อไปนี้

 

สภาทนายโคราช งดทนายอาสาประจำโรงพัก หลบโควิด

 

          1.ให้มีการตรวจอุณหภูมิสำหรับผู้เข้ามาติดต่อในที่ทำการของสภาทนายความและผู้ร่วมอบรมหรือสัมมนาที่ทางสภาทนายความจัดขึ้น โดยจะไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาเซลเซียส เข้าพื้นที่ทำการของสภาทนายความ และพื้นที่อบรมหรือสัมมนาที่ทางสภาทนายความจัดขึ้น       

 

          2.ให้ผู้เข้ามาติดต่อในที่ทำการของสภาทนายความทุกคน และผู้ร่วมอบรมหรือสัมมนาที่ทางสภาทนายความจัดขึ้น ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือก่อนเข้าพื้นที่ที่ทำการของสภาทนายความทุกครั้ง โดยทางสภาทนายความจะจัดให้มีจุดบริการแอลกอฮอล์ไว้ภายในพื้นที่อบรมหรือสัมมนาที่ทางสภาทนายความจัดขึ้นอย่างทั่วถึง        

 

          3.กำหนดให้มีการทำความสะอาดและฉีดสเปรย์เพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในที่ทำการของสภาทนายความบริเวณพื้นที่ให้บริการ บริเวณจุดสัมผัสต่างๆ ในที่ทำการของสภาทนายความ และพื้นที่อบรมหรือสัมมนาที่ทางสภาทนายความจัดขึ้น

 

          4.ห้ามผู้ที่มีอาการป่วย ไอ จาม หรือมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจเข้าพื้นที่ทำการของสภาทนายความ และพื้นที่อบรมหรือสัมมนาที่ทางสภาทนายความจัดขึ้น

 

          ขณะที่ล่าสุดวันนี้ (24 มี.ค.) นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ได้ส่งหนังสือเรียนนายกสภาทนายความฯ , ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา และผู้อำนวยการศาลจังหวัดนครราชสีมา แจ้งของดการปฏิบัติหน้าที่ทนายความอาสาประจำส่วนราชการและสถานีตำรวจ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จ.นครราชสีมา เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การคมนาคม การท่องเที่ยว มีความหนาแน่นของประชากรสูง ศาลและสถานีตำรวจเป็นที่มีประชาชนเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ยากต่อการควบคุม ที่เป็นสถานที่ที่มีปัจจัยเสี่ยง ที่อาจมีการแพร่ระบาดของโรคอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันสวัสดิภาพ ความปลอดภัยของทนายอาสาและสังคมโดยรวม และเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรค คณะกรรมการสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา จึงมีมติเห็นควรให้ทนายอาสางดการปฏิบัติหน้าที่นั่งเวรให้คำปรึกษาประชาชน ที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาและล สภ.เมืองนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. - 12 เม.ย.63 นี้