รัฐงัดไม้แข้งตั้งค่าหัว 1 หมื่น “ผีน้อย” หนีกักตัว ประสาน ตม.นำรูป-ประวัติให้กรมควบคุมโรคประกาศให้สังคมเฝ้าระวัง สธ.เผย 80 รายรู้ตัวมีที่อยู่หมดแล้ว ด้านระนองกักตัวหญิงสาวกลับจากเกาหลีใต้พร้อมครอบครัวอีก 6 คนเป็นกลุ่มใกล้ชิด สุพรรณฯ กักตัวสาวไทยกลับจากฮ่องกง “โคราช” เตรียมค่ายทหารสองจุดรองรับ

 

               เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยกรณีมีข่าวแรงงานผิดกฎหมายจากเกาหลีใต้ หรือผีน้อย เดินทางกลับประเทศไทยและหนีการเข้าการกักตัว 14 วันตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่าขณะนี้ได้สั่งให้ตั้งรางวัลนำจับแรงงานไทยที่ทำผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ที่หนีด่านตรวจโรคที่ท่าอากาศยานแล้ว โดยให้ตั้งรางวัลนำจับคนละ 10,000 บาท พร้อมกันนี้ขอให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ประสานส่งรูป ประวัติ ให้กรมควบคุมโรค ประกาศให้สังคมรู้เป็นบุคคลต้องเฝ้าระวัง

 

               ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงผีน้อยหนีกักตัวว่าสามารถตามกลับมาได้แล้ว 18 ราย ส่วนที่เหลือจากการหนีกักตัว 14 วัน หากไม่มารายงานตัวต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ภายในเที่ยงคืนวันที่ 10 มีนาคม จะมีโทษทางกฎหมายทันที่ คือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป
 

               ขณะที่ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษก สธ. กล่าวถึงผีน้อยที่หลบหนีการกักตัว 80 คน ว่ามีการประสานข้อมูลถิ่นที่อยู่ได้ทุกคน และส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี หากไม่ร่วมมือมีโทษทั้งจำและปรับส่วนที่หลุดรอดออกมาได้นั้น ยอมรับว่ามีประเด็นในเรื่องของอำนาจทางกฎหมาย

 

               ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่เริ่มบังคับใช้มาตรการคัดกรองกลุ่มผีน้อย พร้อมย้ำว่ากลุ่มเหล่านี้มีความเสี่ยงติดเชื้อน้อยมาก เนื่องจากผ่านการคัดกรองมาแล้ว และ 80 คนมีเพียงไม่ถึง 5 คนเดินทางมาจาก 2 เมืองที่เป็นพื้นที่เสี่ยงของเกาหลีใต้ ซึ่งจากการคัดกรองยังตรวจไม่พบอาการไข้

 

 

               ด้าน พล.ร.ท.วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ กล่าวว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ที่ถูกกักตัวอยู่ในฐานทัพสัตหีบแบ่งเป็นหญิง 99 ราย และชาย 89 ราย

 

               ส่วนนายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระบวนการส่งกลับกลุ่มเสี่ยงไปยังภูมิลำเนา ว่ามีการจัดรถแยกพิเศษจัดส่งไปยังภูมิลำเนา โดยมีคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแต่ละจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณา มีขั้นตอนการมารับตามมาตรฐานและจัดเตรียมพื้นที่ไว้ทั่วประเทศกว่า 232 แห่ง

 

               ส่วนกรณีนักศึกษากลับจากอิหร่านติดเชื้อใช้กลไกสอบย้อนหลังพบว่ามีผู้เกี่ยวข้อง 94 คน สธ.ได้ตรวจแล้ว 72 คนไม่พบเชื้อ 22 คนตามตัวได้ทั้งหมด ตรวจแล้วรอฟังผล

 

               วันเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ต.สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม ผอ.โรงพยาบาลค่ายสุรนารี ตรวจความพร้อมอาคารสถานที่พักสำหรับกักตัวแรงงานเกาหลีใต้ 2 แห่ง เพื่อเฝ้าดูอาการเชื้อไวรัส โควิด-19 ภายในกองพันเสนารักษ์ที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 และกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 โดยรองรับได้แห่งละ 80 คน รวมจำนวน 160 คน ภายในสัปดาห์นี้

 

               มีรายงานแจ้งว่า เมื่อเวลา 01.15 น. วันที่ 9 มีนาคม กลุ่มแรงงานไทย​ที่พำนักในเกาหลีใต้ได้ทยอยเดินทางกลับถึงประเทศไทยเพิ่มอีก​จำนวน 44 คน เป็นชาย 16 คน และหญิง 28 คน รวมจำนวนแรงงานไทยซึ่งถูกกักกันอยู่ในพื้นที่อาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ล่าสุด จำนวน 187 คน

 

               มีรายงานว่า เพจ “Red Skull Society” เผยคลิปกลุ่มผีน้อยที่ถูกกักตัวภายในอาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ ดื่มโซจู-สูบบุหรี่ภายในห้องอย่างสบายใจ แต่แนะนำผีน้อยในเกาหลีอย่าเพิ่งกลับ พร้อมวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลผ่านการไลฟ์สดอีกด้วย

 

               ทั้งนี้ จากกรณีโควิด-19 ระบาดในหลายประเทศจนเป็นพื้นที่กลุ่มประเทศเสี่ยง โดยรัฐบาลมีนโยบายใช้พื้นที่ทหารรองรับแรงงานที่จะเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มผีน้อยที่กลับจากเกาหลีใต้ ซึ่งผีน้อยลอตแรก 60 ชีวิต ได้ถูกนำตัวจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังอาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นเวลา 14 วัน

 

               และเมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) เพจดังกล่าวได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอความยาวกว่า 8 นาที แฉพฤติกรรมของเหล่าผีน้อยที่อยู่ในอาคารรับรองอยู่อย่างสุขสบาย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ภายในห้องพัก โดยในคลิปวิดีโอทางกลุ่มผีน้อยได้แนะนำให้ผีน้อยที่ยังอยู่ในเกาหลีใต้อย่ากลับมาไทย อีกทั้งยังตำหนิการทำงานของรัฐบาลผ่านการไลฟ์สดครั้งนี้อีกด้วย

 

               มีรายงานแจ้งด้วยว่า เจ้าหน้าที่พยาบาลได้ไปรับตัวหญิงไทยรายหนึ่ง อายุ 50 ปี จากโรงแรม ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากมีไข้ขึ้นสูง 39 องศาเซลเซียส ทั้งนี้หญิงคนดังกล่าวเคยไปทำงานที่เกาหลีใต้ และเพิ่งกลับถึงไทยวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา ดังนั้นทางแพทย์จึงแยกไปรักษาที่ห้องคัดแยกพิเศษตามขั้นตอน

 

               ด้าน นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.โรงพยาบาลกระบี่ กล่าวว่า ตอนนี้ได้แยกหญิงคนดังกล่าวไปห้องคัดแยกพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงติดโควิด-19 จากการเพิ่งเดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้ เบื้องต้นนั้น แพทย์ได้เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งหาเชื้อโคโรนาไวรัส หากมีผลเป็นบวกก็จะกักตัวในห้องความดันเป็นลบ แต่ถ้าไม่พบเชื้อก็อนุญาตให้กลับบ้านได้

 

               ด้านนายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) จังหวัดได้สั่งกักตัวผู้หญิงชาวระนองชื่อลัดดา ขอสงวนนามสกุล ชาวบ้าน อ.กระบุรี จ.ระนอง ที่กลับมาจากประเทศเกาหลีเนื่องจากหมดสัญญาการทำงานกับนายจ้างผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีญาติพี่น้องไปรอรับที่สนามบิน

 

               ต่อมาเมื่อจังหวัดทราบเรื่องจึงสั่งกักตัวเพื่อสังเกตดูอาการเป็นเวลา 14 วัน พร้อมกับญาติที่เกี่ยวข้องรวมจำนวน 6 คนเพื่อรอดูอาการเช่นกัน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโดยได้แจ้งประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกแต่ให้มั่นใจในมาตรการดังกล่าว

 

               สำหรับอาการเบื้องต้นของผู้หญิงชาวระนองและญาติทั้ง 6 คนที่ถูกกักตัวเป็นปกติไม่มีอาการไข้ ตัวร้อน หรือผิดปกติใดๆ โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดระนองจัดเวรยามเข้าไปตรวจดูใกล้ชิด ทั้งนี้จังหวัดยังคงมาตรการคัดกรองทั้งที่สนามบิน ท่าเรือ ช่องทางเข้าออกด่านพรมแดนต่างๆ และสถานีขนส่งตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มข้น

 

               สำหรับผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศและเป็นประเทศในกลุ่มเสี่ยงหากสงสัยหรือไม่มั่นใจว่าจะติดเชื้อไวรัสหรือไม่ก็ให้ติดต่อนายแพทย์สาธารณสุข หรือโรงพยาบาลระนองได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

               ขณะที่นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า หลังสาธารณสุขจังหวัดตรังรับตัวผีน้อยเข้ามากักตัวเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งเป็นหญิงเดินทางกลับจากเกาหลีเมื่อเย็นวันที่ 7 มีนาคม ได้รับไปกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ที่ภูมิลำเนาของทั้งสองคนคือ รพ.ย่านตาขาว

 

               ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้แรงงานที่เดินทางกลับจากเกาหลีและยังอยู่ในห้องแยกโรงโรงพยาบาลต่างๆ รวม 3 ราย ประกอบด้วย รพ.วังวิเศษ 1 ราย ซึ่งเดินทางไปเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต ก่อนกลับมาถึงตรัง  รพ.ย่านตาขาว 2 ราย เบื้องต้นทั้งหมดยังไม่พบเชื้อไวรัสแต่อย่างใด

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุพรรณบุรี ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่บ้านพักของหญิงสาวรายหนึ่งหมู่ 3 ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี หลังทราบว่ามีสามีชาวฮ่องกงและเดินทางกลับจากฮ่องกงเมื่อวันที่ 3 มีนาคม แต่มีชาวบ้านพบว่าออกไปซื้อของและไปในที่ชุมชนสาธารณะจึงเข้าเจรจาและชี้แจงกระทั่งหญิงดังกล่าวยินยอมปฏิบัติตัวตามระเบียบกักตัว 14 วัน

 

               ด้านนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า มีคำสั่งจากปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งให้นายอำเภอทุกอำเภอสั่งการกำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านร่วมกับอสม. สำรวจผู้ที่เดินทางจากเกาหลีตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์-7 มีนาคม มีผู้มาพำนักพักอาศัยในพื้นที่หรือไม่ ถ้าพบให้รีบแจ้งข้อมูลมายังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

 

               พร้อมสร้างความเข้าใจให้บุคคลเหล่านั้นไม่ให้สร้างพฤติกรรมเสี่ยงต่อสาธารณะ โดยขอความร่วมมือให้กักตัวอยู่ในที่พักอาศัยเพื่อสังเกตอาการ โดยจะมีบุคลากรทางการแพทย์ไปตรวจเยี่ยมเป็นประจำทุกวันจนครบ 14 วัน นอกจากนี้จังหวัดจะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา

 

               วันเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ต.สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม ผอ.โรงพยาบาลค่ายสุรนารีและหน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ใช้เป็นที่กักกันแรงงานผีน้อยโดยใช้อาคารที่พักภายในกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 22 และอาคารของกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา

 

               โดยนายวิเชียร กล่าวว่า ทั้ง 2 อาคารรองรับได้อาคารละ 80 คน รวม 160 คน ซึ่งจะมีการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ดูแล 24 ชม. เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันการหลบหนีของผีน้อยที่ถูกกักตัว ทั้งนี้จังหวัดมีการจัดหาพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรองรับจำนวนผีน้อยในพื้นที่นครราชสีมา นอกจากนี้ได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอเฝ้าระวังติดตามผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องรวมไปถึงการเดินทางกลับภูมิลำเนาของกลุ่มแรงงานผีน้อย

 

               ทั้งนี้มีแรงงานทั้งสิ้น 93 คน กลับมาตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ทุกคนผ่านการตรวจคัดกรองไม่พบอาการเป็นไข้เมื่อกลับมาถึงภูมิลำเนาเดิม ฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้านและอสม.ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กักตัวอยู่บ้านพัก 14 วันและทุกวันจะมีมาตรการตรวจเช็กประจำ

 

               ขณะที่ นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) กล่าวว่า มีผู้เข้าข่ายต้องเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมจนถึงขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 108 ราย โดยผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด

 

               เช่นเดียวกับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ได้พิจารณาใช้โรงพยาบาลค่ายศรีสองรัก ต.ศรีสองรัก กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 2 ต.กุดป่อง และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 8.2 อ.เมืองเลย จ.เลย 3 แห่งเป็นสถานที่ในการเฝ้าระวังและสังเกตอาการเพื่อรับแรงงานที่ทยอยกลับจากเกาหลีใต้ที่ขึ้นทะเบียนไว้ สำหรับ จ.เลย มีจำนวน 82 รายทราบชื่อแล้ว