9 มี.ค. 2563 - ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ เนื่องในวานะครบรอบ 19 ปี ศาลปกครอง ภายหลัง นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด แถลงผลการดำเนินงานที่จะมีขึ้นต่อไปในปี 2563 แล้ว

 

          คณะโฆษกศาลปกครอง โดยนายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครอง , นายวชิระ ชอบแต่ง รองอธิบดีศาลปกครองกลาง , น.ส.สายทิพย์ สุคติพันธ์ รองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด นายจำกัด ชุมพลวงศ์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง และนายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการศาลปกครองกลาง ในฐานะรองโฆษกศาลปกครอง ร่วมแถลงข่าวตอบข้อซักถามสื่อมวลชน

 

          ซึ่ง น.ส.สายทิพย์ รองโฆษกศาลปกครอง ได้ตอบคำถามกรณีที่ศาลปกครองมีนโยบายที่จะจัดการถ่ายทอดสดอ่านคำพิพากษาในคดีสำคัญเพื่อแสดงความโปร่งใสว่าจะเป็นคดีลักษณะใด จะเป็นคดีเกี่ยวกับสาธารณะประโยชน์ เช่น โครงการสัมปทานรัฐ หรือไม่ว่า เรื่องนี้หากเทียบเคียงกับแนวคิดที่มีในศาลต่างประเทศการไลฟ์สดการพิจารณาคดีออกทางแชแนลของศาลจะมีข้อจำกัดในคดีที่เกี่ยวกับมั่นคง ความเป็นส่วนตัว Privacy ของคู่ความ และการคุ้มครองเด็กเยาวชน สำหรับในส่วนของศาลปกครองเรา ก็ได้พิจารณาเรื่องนี้มาจากผลการประเมินด้านความโปร่งใส ซึ่งเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือการทำให้สาธารณชนได้รับทราบในกระบวนการ ดังนั้นแนวทางการถ่ายทอดสดก็จะคงมีข้อจำกัดคดีที่เกี่ยวกับมั่นคง ความเป็นส่วนตัว Privacy ของคู่ความ และการคุ้มครองเด็กเยาวชน เช่นกัน โดยศาลจะต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว , ข้อมูลส่วนบุคคลและความสงบเรียบร้อย รวมทั้งศิลธรรมอันดีด้วย ซึ่งในแผนนี้จะทำได้เมื่อใดนั้นก็ต้องขึ้นกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีด้วย โดยขณะนี้เทคโนลีก็มีความก้าวหน้ามากขึ้นซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดสดด้วยรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งขณะนี้ฝ่ายเทคโนฯ ของศาลก็กำลังดูรายละเอียดความเป็นไปได้ว่าจะมีช่องทางใดบ้าง อย่างไรก็ดีก็ต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักจึงจะมีความชัดเจนโดยคิดว่ายังไม่ทันภายในปี 2563 นี้

 

          ขณะที่ นายประวิตร โฆษกศาลปกครอง กล่าวย้ำถึงลักษณะคดีซึ่งจะเป็นไปได้ที่จะมีการถ่ายทอดสดการพิพากษาว่า ศาลต้องดูตามความเหมาะสม เช่นในคดีสำคัญๆ ที่ประชาชนสนใจ ส่วนรูปแบบของการถ่ายทอดสดนั้นจะค่อยๆ พิจารณาอีกครั้งตามความทันสมัยของเทคโนโลยี

 

          เมื่อถามถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกลุ่มของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ขอเพิกถอนการบังคับยึดทรัพย์โครงการจำนำข้าว ที่การพิจารณาผ่านมาหลายปีแล้ว นายวชิระ ชอบแต่ง รองโฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับนโยบายจำนำข้าว มี 2 ส่วนคือ เรื่องที่สืบเนื่องจากโครงการจำนำข้าวที่อดีตนายกฯ ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ชดใช้เงิน , เรื่องที่สืบเนื่องจากโครงการระบายข้าวที่กลุ่มนายบุญทรงกับพวกหลายคนยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ที่สั่งให้ชดใช้เงินเช่นกัน ซึ่งคดีทั้ง 2 ส่วนอยู่ที่ศาลปกครองกลาง โดยมีเอกสารและข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องจำนวนมากเพราะเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ค่อนข้างสูง และเป็นเรื่องที่มีความสำคัญการพิจารณาจึงดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ดีในส่วนของที่กลุ่มผู้ฟ้องได้เคยยื่นคำขอให้ทุเลาการบังคับต่อทรัพย์สินนั้น ที่ผ่านมาศาลได้ยกคำขอทุเลาไปทั้งหมด ดังนั้นในส่วนของกระบวนการบังคับเรื่องทรัพย์สินก็ยังดำเนินการต่อไป แต่ทั้งนี้ในทางคดีหากสุดท้ายศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งให้ชดใช้เงินซึ่งเป็นคุณกับผู้ฟ้องก็เป็นอีกเรื่องในอนาคตที่จะมีมาตรการเยียวยาต่อไป

 

          นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ รองโฆษกศาลปกครอง กล่าวเสริมว่า คดีทั้ง 2 ส่วนดังกล่าวได้ดำเนินการมาเป็นเวลารวม 3 ปีแล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาศาลดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงมาตลอดเพราะคดีมีข้อเท็จจริงมาก และยังมีความเสียหายที่คัดค้านกันโดยฝ่ายรัฐก็ระบุว่ากลุ่มผู้ฟ้องนั้นทำให้เกิดความเสียหายจึงต้องออกคำสั่งให้ชดใช้ในจำนวนที่สูง โดยในคดีทั้ง 5-6 สำนวนนี้คู่ความสู้กันทุกประเด็นทั้งในเรื่องว่าไม่ได้ทำให้เกิดความละเมิดเสียหาย แต่ฝ่ายรัฐยืนยันตัวเลขเสียหายที่เยอะด้วย ข้อกฎหมายจึงมีมากด้วยต้องพิจารณา ขณะที่ในปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่ 3 นี้คดีก็มีความคืบหน้าแล้ว โดยประเด็นที่ได้มีการแสวงหาข้อเท็จจริง จากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายในทุกคดีนั้นจบแล้ว หมายความได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว และในไม่ช้าก็จะมีการดำเนินการไปสู่กระบวนการเพื่อจะมีคำพิพากษาต่อไป ที่จะเป็นเรื่องการใช้ดุลยพินิจของแต่ละองค์คณะ ตุลาการในแต่ละคดีแล้วที่จะประมวลประเด็นไปสู่การทำคำพิพากษา ส่วนจะเป็นวัน-เวลาใดยังตอบไม่ได้ แต่ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจกว่าแม้คดีจะผ่านมา 3 ปีแต่ก็มีความคืบหน้าแล้วใกล้จะถึงจุดสุดท้ายแล้ว ทั้งนี้แม้จะคดีดังกล่าวจะใช้เวลานานในการพิจารณาแต่ไม่ใช่เรื่องที่ว่าคดีไม่มีความคืบหน้าแบบที่ตั้งสำนวนทิ้ง โดยคดีนี้ซึ่งยุติเรื่องการแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งศาลปกครองก็รู้ว่าเป็นคดีที่มีความสำคัญและให้ความเป็นธรรมกับคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย

 

          ส่วนเรื่องการบังคับคดีที่เกิดขึ้นในการออกคำสั่งยึดอายัดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดโดยกรมบังคับคดีนั้น ในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ได้ยื่นฟ้องเป็นอีกคดีสู่ศาลแล้วเมื่อกลางปี 2562 เพื่อให้เพิกถอนการสั่งยึดอายัดทรัพย์ในกระบวนการบังคับทางปกครองของกรมบังคับคดี อย่างไรก็ดีกระบวนการบังคับคดีนั้นถือว่าต้องแยกจากกระบวนการพิจารณาคดีขอเพิกถอนคำสั่งชดใช้เงินค่าเสียหาย ขณะที่คดีขอเพิกถอนการบังคับยึดอายัดทรัพย์นั้นทราบว่าขณะนี้องค์คณะได้แสวงหาข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้วเช่นกันจากทั้งสองฝ่ายและอยู่ระหว่างการประมวลข้อเท็จจริงและเสนอตุลาการผู้แถลงคดี ก่อนเข้าสู่กระบวนการทำคำพิพากษา

 

          ด้าน นายประวิตร โฆษกศาลปกครอง ก็ยอมรับว่าการพิจารณาของศาลในคดีเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าวนี้ ใช้เวลานาน แต่ศาลก็พยายามเร่งรัดกระบวนพิจารณาให้รวดเร็ว ซึ่งต่อไปศาลปกครองกำลังแก้ไขภาพรวมในการกำหนดกรอบเวลาพิจารณาที่ชัดเจนตามนโยบายประธานศาลปกครองสูงสุด