เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2563 - ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.สุวิช ธรรมปาโล รักษาการผู้ทรงคุณวุฒิ และ ผอ.กองด่านควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์ควบคุมโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) 

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

 

 

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

โควิด-19 ระบาดหนักขึ้น สธ.ตรวจเข้มผู้เดินทางกลุ่มเสี่ยง

 

          นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า นับจนถึงวันนี้ รวม 45 วันแล้วที่เจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อชะลอการแพร่ระบาด แม้ประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางทั้งของคนจีนและคนในภูมิภาคเอเชีย โดยหลายประเทศเริ่มการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่การระบาดในประเทศไทยยังคงระดับต่ำไว้เพราะเราควบคุมได้จนถึงปัจจุบัน

 

          สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ทั่วโลก ตอนนี้จำนวนผู้เสียชีวิตทยอยเพิ่มขึ้น โดยประเทศจีนมีผู้ป่วย 66,496 ราย เสียชีวิต 1,523 ราย และจากประเทศจีนตอนนี้เราเริ่มเห็นการแพร่ระบาดในชุมชนหลายประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร ฮ่องกง เวียดนาม และญี่ปุ่น ที่พบผู้ป่วยซึ่งไม่สามารถหาที่มาที่ไปของการป่วยได้ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้จะทำให้ประเทศไทย กลับมามีความเสี่ยงที่จะมีผู้เดินทางที่ป่วยที่มาจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ลดไปช่วงหนึ่งจากการที่คนจีนเข้าประเทศน้อยลง โดยกรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์ในประเทศขณะนี้อย่างใกล้ชิด อย่างกรณีประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกงเราได้ดำเนินการคัดกรองและเริ่มติดตามผู้ป่วย รวมทั้งให้ความรู้กับผู้ป่วยไปแล้ว

 

          รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีการแพร่ระบาดในวงจำกัดจากการที่เราได้เจอผู้สัมผัสคนไทยที่เริ่มป่วยซึ่งไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ โดยเราสามารถตรวจจับอาการได้อย่างรวดเร็ว ขณะนี้เรายังคงติดตามเฝ้าระวังในประเทศ ร่วมกับการเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากต่างประเทศอย่างเข้มข้น สำหรับจำนวนผู้ป่วยน้้นจนถึงวันนี้อยู่ที่ 34 คน กลับบ้านได้แล้ว 15 คนที่เป็นคนไทย ซึ่งมีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง 2 คนที่เข้ารักษาการพยาบาลที่สถานบันบำราศนาดูรโดยทีมแพทย์พยายามให้การรักษาอย่างเต็มที่ ซึ่งกรมควบคุมโรคก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก รพ.ศิริราช , รพ.จุฬาฯ รวมทั้งสถาบันเวชบำบัดวิกฤติ ที่ช่วยเข้ามาดูแลผู้ป่วย 2 คนนี้

 

          "การเฝ้าระวังนอกจากการเฝ้าระวังด่านอากาศ คือสนามบินต่างๆ แล้ว ตอนนี้เราก็เข้มข้นเฝ้าระวังผู้เดินทางทั้งด่านเรือตั้งแต่ที่เริ่มมีข่าวว่าเรือไดมอนด์ปรินเซส มีการติดเชื้อในกลุ่มผู้เดินทาง ดังนั้นเรือทุกลำที่เข้ามาสู่ท่าเรือของไทย ทางด่านและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบความเสี่ยงของเรือต่างๆ ที่ได้เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคในช่วงระยะ 14 วันก่อนที่จะเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ และมีการตรวจคัดกรองผู้เดินทางอย่างเข้มข้นทั้งขาเข้าและก่อนที่จะกลับขึ้นเรือไปรองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

          

          นพ.ธนรักษ์ ยังกล่าวถึงบุคคลากรทางการแพทย์ด้วยว่า ยืนยันว่าไม่ใช่บุคลากรที่ทำงานในสถาบันบำราศนราดูรที่ป่วย แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทั้งนี้โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ผู้ป่วยมารวมตัวกัน ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์หรือใครก็ตามที่ไปโรงพยาบาลอาจจะมีความเสี่ยงตามไปด้วย โรงพยาบาลจึงต้องจัดระบบป้องกันความเสี่ยง ทั้งตัวบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่อื่น รวมทั้งผู้ป่วยอื่นจึงมีความสำคัญสูงมากในการที่จะหยุดการแพร่ระบาดในส่วนนี้ด้วย ดังนั้น กระทรวงสาธารณสข กับกรมควบคุมโรค ให้ความสำคัญระดับสูงสุดตั้งแต่เริ่มมีข่าวแพร่ระบาดจากคนไปคน มีการจัดทำแนวทางมาตรฐานการปฏิบัติงาน , การเรียกโรงพยาบาลทั้งของภาครัฐ-เอกชน มารับฟังคำชี้แจงแนวทางปฏิบัติ และอัพเดทแนวทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ 

 

          สำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ จะต้องปฏิบัติตามหลักมาตรฐานการป้องกันตัว เช่น ต้องล้างมือบ่อยๆ , ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่โดนผู้ป่วยที่มีอาการไข้ เจ็บคอ หรือที่มีอาการระบบทางเดินหายใจทุกราย , ห้ามจับหน้ากากอนามัยขณะใช้งาน , ตรวจเสร็จก็ต้องล้างมือ , ถอดหน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง , ต้องล้างมือเมื่อถอดหน้ากากอนามัยออกแล้ว , การพิจาณาใส่ถุงมือขณะที่ปฏิบัติงานตามความจำเป็น นอกจากนี้ส่วนการจัดระบบภายในโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาตรการแนวทางที่จะจัด "คลินิกโรคทางเดินหายใจ" ให้กับสถานพยาบาล นอกจากนั้น จะมีการประชุมชี้แจงผ่านวิดีโอคอนเฟอเร้นซ์ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.พ.) และจะเรียกหน่วยงานในภาคของสาธารณสุขมารับฟังการชี้แจงแนวทางการป้องกันโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล อย่างไรก็ดีการหยุดการแพร่ระบาดโรคระบบทางเดินหายใจ คือ ตัวผู้ป่วยเป็นหลัก หากมีอาการคล้ายไข้หวัด เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือไอ-จาม ควรพักอยู่กับบ้าน ถ้ามีอาการรุนแรงขึ้นก็ให้ไปพบแพทย์ โดยต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่โรคสู่คนอื่น

 

โควิด-19 ระบาดหนักขึ้น สธ.ตรวจเข้มผู้เดินทางกลุ่มเสี่ยง

            นพ.ธนรักษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าเชื้อดังกล่าวจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานนั้น ตนขอให้ทุกฝ่ายอย่าตื่นตระหนก เพราะมีวิธีการป้องกันได้โดยทุกคนต้องล้างมือบ่อยๆ ทำลายฆ่าเชื้อได้ด้วยการใช้แอลกอฮอล์เช็คทำความสะอาดพื้นผิวที่มีโอกาสได้สัมผัสบ่อยๆ ถ้าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน เราเชื่อมั่นว่าสามารถป้องกันการแพร่ของเชื้อโรคดังกล่าว สำหรับคนไทยกลับบ้านที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ทุกคนสบายดี ไม่มีไข้ และไม่มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเพิ่ม ครบกำหนดเฝ้าระวังวันที่ 18 ก.พ.นี้ และจะเริ่มทยอยกลับบ้านในวันที่ 19 ก.พ. โดยได้มีการประสานเตรียมการนัดหมายกับญาติทั้งที่จะมารับที่เรือนพักรับรองและที่จะเดินทางต่อ

 

          ด้าน นพ.สุวิช กล่าวถึงกรณีเรือสำราญ Westerdam ว่า เราได้มีการประสานข้อมูลผู้โดยสารเรือสำราญลำนี้ทั้งลำส่งให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อร่วมมือในการเฝ้าระวัง โดยในวันนี้มี ผู้เดินทางเข้าประเทศมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อีก 35 คน เป็นชาวต่างชาติ 34 ราย เพื่อต่อเครื่องบินไปยังประเทศปลายทางอื่น และเป็นคนไทย 1 ราย ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองไม่มีไข้ สำหรับคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศจะมีการดูแลติดตามเฝ้าระวังตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค รวมแล้วขณะนี้มีคนไทยจากเรือสำราญดังกล่าว 2 คน ทุกคนไม่มีไข้ จะต้องมีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจนครบ 14 วัน