คมชัดลึกออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

เขมรผงะ 20 ผู้โดยสาร "เวสเตอร์ดาม" สงสัยติดไวรัส

14 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 408 ครั้ง

เขมรผงะ คัดกรองผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดาม 20 คน สงสัยติดไวรัส ทร.ปัด 2 มาตรฐาน ยันคุมเข้ม-ไม่เสี่ยง


 

               กัมพูชาพบผู้โดยสารบนเรือ “เวสเตอร์ดาม” ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 20 คน ด้าน ทร.-คมนาคม แจงเหตุ “เรือสำราญซีบอร์น” เทียบท่าภูเก็ตได้ หลังถูกโซเชียลถล่มรัฐสองมาตรฐาน ระบุผู้โดยสารทั้งหมดเป็นชาวยุโรปไม่ได้มาจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่จีนยอดตายพุ่ง 1,350 ติดเชื้อเกือบ 6 หมื่น


อ่านข่าว ทร.เผย เหตุผลให้ เรือซีบอร์น เทียบท่าในไทย

 

               ความคืบหน้ากรณีเรือสำราญ เอ็มเอส เวสเตอร์ดาม ของบริษัท ฮอลแลนด์ อเมริกา ไลน์ มีผู้โดยสาร 1,455 คน และลูกเรือ 800 รวม 2,257 คน ในจำนวนนี้เป็นลูกเรือสัญชาติไทย 19 คน ได้เริ่มต้นการเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จากฮ่องกง ถูกปฏิเสธให้เข้าเทียบท่า ทั้งจากประเทศไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน กวม และฟิลิปปินส์ เนื่องจากเกรงว่าจะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนที่ทางการกัมพูชาจะอนุญาตให้เข้าเทียบท่าได้นั้น 

 

               วันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. เรือสำราญเวสเตอร์ดามได้เข้าเทียบท่าเรือเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา หลังจากสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือ โดยทางเรือสำราญแจ้งว่า นักท่องเที่ยวไม่มีใครติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

 

               สำนักข่าวเฟรชนิวส์ ที่ใกล้ชิดรัฐบาลฮุน เซน รายงานว่า สมเด็จฮุน เซน ได้แสดงออกถึงความมีมนุษยธรรม จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่กัมพูชาอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในเรือสำราญทุกขั้นตอน นับแต่บริการตรวจทางการแพทย์เพื่อหาเชื้อไวรัสโคโรนา บริการฟรีวีซ่า และบริการอื่นๆ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน นักท่องเที่ยวจึงจะขึ้นฝั่งได้

 

               ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน ให้เจ้าหน้าที่กัมพูชาแจก “ผ้าพันคอทอมือ” แก่นักท่องเที่ยวในเรือสำราญดังกล่าวทุกคน เพื่อเป็นของที่ระลึกจากน้ำใจชาวกัมพูชา

 

               อย่างไรก็ตามในสายวันเดียวกัน ขแมร์ไทม์สรายงานว่า ทางการกัมพูชาแจ้งว่า มีผู้โดยสารบนเรือสำราญ เอ็มเอส เวสเตอร์ดาม อย่างน้อย 20 คน มีอาการป่วย และจะต้องเข้ารับการตรวจเลือดที่สถาบันปาสเตอร์ เพื่อดูว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 หรือไม่

 

               พล.ต.ชุน นริน ประจำเมืองสีหนุวิลล์ ของกัมพูชา เปิดเผยว่า คณะทำงานของรัฐบาลได้ลงเรือสำราญเพื่อตรวจร่างกายของผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 2,200 คน ก่อนจะปล่อยทุกคนขึ้นจากเรือ และจะออกวีซ่าให้โดยไม่คิดเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตรวจสอบเอกสารและตรวจร่างกายทุกคน เบื้องต้นพบผู้โดยสาร 20 คนที่ต้องสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่า และจะนำตัวอย่างเลือดขึ้นเครื่องบินไปตรวจที่กรุงพนมเปญต่อไป

 

               ส่วนสถานการณ์ที่ประเทศไทย วันเดียวกัน เรือสำราญซีบอร์น ที่มาจากฮ่องกง มาเลเซีย สามารถเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตได้ จนชาวเน็ตจำนวนมากถามหามาตรฐานและความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ทำให้แฮชแท็ก #seabournovation ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งทวิตเตอร์

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพเรือชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า เนื่องจากเรือทั้ง 2 ลำ มีความแตกต่างกัน โดยเรือสำราญเวสเตอร์ดามไม่มีแผนที่จะมาจอดในประเทศไทย แต่จะมาขอจอดฉุกเฉิน และมีแผนจะใช้ไทยเป็นจุดหมายให้คนที่อยู่บนเรือกลับประเทศ โดยการกระจายไปตามสนามบินต่างๆ

 

               กองทัพเรือประเมินสถานการณ์ว่า จะมีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 อีกทั้งในหลายประเทศ ทั้ง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ปฏิเสธให้เทียบท่าเช่นเดียวกัน ในขณะที่เรือซีบอร์นมีแผนจะมาจอดประเทศไทย 10 ชม.อยู่แล้ว อีกทั้งผู้โดยสารทั้งหมดเป็นชาวยุโรปไม่มีคนเอเชีย และไม่มีผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 

 

               ด้าน พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 พร้อมด้วย พล.ร.ต.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้อำนวยการสำนักงาน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 ได้นำกำลังพลเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มากับเรือซีบอร์น  ที่เข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต 

 

               โดยการคัดกรองเป็นไปตามมาตรฐานระดับนานาชาติ โดยมี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตร่วมดำเนินการอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

 

               ทั้งนี้ เรือซีบอร์นออกเดินทางมาจากเมืองท่าลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ กำหนดเข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตในวันนี้ และจะออกจากท่าภูเก็ตในเวลา 17.00 น.วันเดียวกัน เพื่อเดินทางไปยังสิงคโปร์ มีผู้โดยสาร 495 คน ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป มีชาวเอเชีย 1 คนสัญชาติอินเดีย จำนวนลูกเรือ 433 คน รวมทั้งหมด 928 คน

 

               นายภัคพงศ์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนปฏิบัติคือทุกเที่ยวเรือที่เข้ามาเทียบท่าในภูเก็ตจะตรวจควบคุมโรคติดต่อตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนา มีการใช้เครื่องเทอร์โมอินฟราเรดในการคัดกรองผู้ที่มีไข้ ซึ่งผลการตรวจนักท่องเที่ยวทั้ง 495 รายไม่มีผู้ใดเป็นไข้ แต่เพื่อความมั่นใจของประชาชนจึงมีการตรวจอย่างเข้มข้น  

 

               ด้านนายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ระบุว่า ภูเก็ตมีเรือสำราญขนาดใหญ่เข้ามาจอดเทียบท่าอย่างน้อยเดือนละ 17 ลำ ส่วนใหญ่มีเส้นทางสิงคโปร์-ปีนัง-ภูเก็ต-สิงคโปร์ กำหนดมาเทียบท่าหาดป่าตอง  ซึ่งเราได้คัดกรองตามมาตรฐานอนามัยโลก

 

               วันเดียวกัน ที่ท่าเทียบเรือชั่วคราว ชายหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือสำราญ ควอนตัม ออฟ เดอะ ซี เบื้องต้นไม่พบผู้ที่มีไข้สูงหรือเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง โดยส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี และลูกเรือ รวม 3,100 คน ก่อนเดินทางออกจากภูเก็ตในเวลาประมาณ 22.00 น.

 

               ขณะที่นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ยืนยันว่า กรมเจ้าท่าได้ร่วมกับภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจผู้โดยสารที่มากับเรือสำราญตามมาตรฐานขั้นตอนทุกประการ และจากประวัติการเดินเรือของเรือซีบอร์นที่ผ่านมาได้รับการอนุญาตให้จอดเทียบท่าเรือทั้งในฮ่องกง เวียดนาม แหลมฉบัง เกาะกูด กัวลาลัมเปอร์ ลังกาวี มาโดยตลอด รวมทั้งเส้นทางการเดินเรือเป็นเส้นทางปกติที่ได้กำหนดเส้นทางผ่านภูเก็ต โดยมีกำหนดแวะพัก 10 ชม.

 

               นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในวันนี้ยังไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยสะสมคงที่ 33 คน แต่ในจำนวนนี้ได้เพิ่มในส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วอีก 1 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนเพศชายอายุ 21ปี รักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 25 มกราคม ขณะนี้สามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้ว ทำให้ยอดผู้ป่วยรักษาหายมีรวม 12 คน เหลือนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 21 คน ยอดผู้อยู่ในข่ายเฝ้าระวังอยู่ที่ 823 คน กลับบ้านแล้ว 673 คน

 

               สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์บนเรือสำราญ “ไดมอนด์ ปริ๊นเซส” ที่ถูกกักกันไว้บริเวณเทียบท่าประเทศญี่ปุ่นว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 44 คน เป็นคนญี่ปุ่น 29 คน และต่างชาติ 15 คน โดย 43 คนเป็นผู้โดยสาร ส่วนอีก 1 คน เป็นลูกเรือ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรวม 218 คน

 

               สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีน จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ รวม 1,350 ราย ติดเชื้อ 59,807 คน ขณะที่ยอดเสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 1,369 ราย และมีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 60,322 คน

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ