คมชัดลึกออนไลน์ 29 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

เรือสำราญยังเคว้ง "ลุงตู่" ห้ามเทียบท่า ไทยพบป่วยเพิ่ม

12 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
หนังสือพิมพ์โควิด19,ไวรัสโคโรน่า,ไวรัสอู่ฮั่น
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 1,266 ครั้ง

เรือสำราญยังเคว้ง "ลุงตู่" ห้ามเทียบท่า ช่วยด้านมนุษยธรรม ส่งน้ำมัน ยา อาหาร ไทยพบป่วยเพิ่มอีก 1


 

               ผวาไวรัสโคโรน่า ห้ามเรือสำราญ “เวสเตอร์ดัม” จากฮ่องกงเทียบท่าแหลมฉบัง เผยหลายประเทศปฏิเสธการขอเข้าเช่นกัน “บิ๊กตู่” ยันดูแลเรื่องมนุษยธรรมให้ รมช.คมนาคมยอมรับลำบากใจ แต่สุดท้ายต้องตัดสินใจเพื่อความมั่นคงประเทศ สธ.เผยมีผู้ป่วยติดเชื้ออีก 1 รวมเป็น 33 คนในไทย ด้านยอดตายในจีนทะลุ 1,000 ติดเชื้อกว่า 4.2 หมื่นคน

 

อ่านข่าว เรือสำราญเวสเตอร์ดัมยังไม่รู้ขึ้นฝั่งที่ไหน-เผยมีคนไทย 21คน

 

               เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ มีรายงานจากเว็บไซต์ ฮอลแลนด์อเมริกาดอทคอม เผยแพร่รายงานข่าวสถานการณ์ของเรือสำราญ เวสเตอร์ดัม (Westerdam) ได้รับอนุญาตจากทางการไทยให้เข้าเทียบท่า ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ หลังจากญี่ปุ่นปฏิเสธไม่ให้เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือโยโกฮามา จากสาเหตุการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยเรือสำราญลำดังกล่าวมีผู้โดยสารประมาณ 2,000 คน เมื่อเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบังแล้ว จะเดินทางตรงไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพฯ เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับประเทศตัวเองต่อไป 

 

               ก่อนหน้านี้เรือสำราญลำนี้ถูกปฏิเสธการเข้าเทียบท่าที่ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน เนื่องจากประเทศต่างๆ ปิดท่าเรือ ตามมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สำหรับเรือสำราญลำดังกล่าวเป็นของบริษัทฮอลแลนด์ อเมริกา ไลน์ เป็นเรือสัญชาติอเมริกัน-อังกฤษ มีสำนักงานใหญ่ในเมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา

 

               โดยเรือเวสเตอร์ดัมเดินทางออกจากฮ่องกง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีผู้โดยสาร 1,455 คน ลูกเรือ 802 คน ในจำนวนนี้มี 687 คน ที่เดินทางต่อจากการล่องเรือเที่ยวก่อน โดยมีกำหนดการเดินทางไปไต้หวันและกลับไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้

 

               อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 00.30 น. วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “สั่งการแล้ว ไม่อนุญาตให้เทียบท่า”

 

               ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม.ว่า เรื่องของเรือสำราญที่จะขอจอดเทียบท่าเรือของไทยนั้น เราไม่อนุญาตให้จอดอยู่แล้ว แต่เราจะดูแลในเรื่องของมนุษยธรรม อย่างเช่นการเติมน้ำมัน หรือถ้าต้องการน้ำ อาหาร เราจะส่งไปให้

 

               ทั้งนี้เราจำเป็นต้องมีมาตรการที่เหมาะสมก่อน เช่นเดียวกับต่างประเทศ ที่ดำเนินการเช่นเดียวกัน ก็ขอให้เข้าใจด้วย เพราะบนเรือมีคนจำนวนมากถึง 2,000 กว่าคน เราจึงต้องระมัดระวังการแพร่กระจายไประยะที่ 3 วันนี้เราอยู่ในระยะที่ 2 ถือว่ายังควบคุมได้ หรือดูแลผู้ที่มาจากต่างประเทศได้

 

               นอกจากนี้ได้กำชับให้ รมว.พาณิชย์ ไปประชุมหารือกับผู้ประกอบการที่ผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อให้ผลิตเพิ่มมากขึ้นและต้องมีมาตรการสำรองด้วย เพราะหลายประเทศขอมาเหมือนกัน ขณะนี้หน้ากากอนามัยขาดแคลนหลายประเทศ เราจึงต้องเตรียมการให้พร้อมและวันนี้ได้พูดคุยครม.หลายประเด็นด้วยกัน ทั้งมาตราการระยะสั้น มาตรการระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลน และในส่วนที่ต้องร่วมมือกับต่างประเทศด้วย

 

               ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า อธิบดีกรมเจ้าท่าได้ชี้แจงยืนยันแล้วว่าเรือลำดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตเข้ามาเทียบท่าในไทยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่มีกระแสข่าวออกมา เนื่องจากเรือเวสเตอร์ดัมเพียงแค่ติดต่อมายังเอเย่นต์คนไทยที่อาศัยในไทยเท่านั้น แต่เอเย่นต์คนดังกล่าวก็ยังไม่ได้มีการติดต่อมายังกรมเจ้าท่า และทางเรือก็นำข้อมูลที่ติดต่อกับเอเย่นต์ไทยไปลงในเว็บไซต์ของตัวเอง ทำให้โลกโซเชียลเห็น จึงหยิบไปเป็นกระแส

 

               “ใน ครม.ได้หารือถึงเรื่องนี้ ถึงต่อให้เกิดขึ้นจริงๆ ทางนายกฯ ก็ได้แสดงความชัดเจนแล้วว่า ไม่อนุญาตให้เรือเข้ามาจอด และจะดำเนินการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมด้านอื่นๆ หากมีการร้องขอมา” น.ส.ไตรศุลีกล่าว

 

               ขณะที่ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ไทยยังไม่ตอบรับอนุญาต ปรากฏว่าบริษัทดังกล่าวได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดียจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยกระทรวงคมนาคมได้หารือกับกระทรวงสาธารณสุขแล้วเห็นตรงกันว่าเพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของประชาชน จะไม่อนุญาตให้เรือจากฮ่องกงมาจอดเทียบท่าในไทย เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาด อีกทั้งเรือลำนี้ถูกปฏิเสธการขอเข้าจอดเทียบท่าจากหลายประเทศ

 

               “ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ตัดสินใจลำบาก เพราะใจเขาใจเรา ต้องคิดถึงหลักมนุษยธรรม หากเป็นเรือของไทย ตกอยู่ในเหตุการณ์ลักษณะนี้จะต้องทำอย่างไร แต่สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ” นายอธิรัฐ กล่าว

 

               วันเดียวกัน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงว่า ไทยมีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มเติม 1 ราย เป็นรายที่ 33 โดยเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 54 ปี มาจากเมืองอู่ฮั่น เดินทางมาก่อนปิดเมือง โดยรายนี้เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่เป็นนักท่องเที่ยวชายจีนรายที่ 22

 

               ซึ่งรายนี้เป็นผู้สัมผัสจึงได้ติดตามเฝ้าระวังไข้ทุกวันใน 14 วัน เมื่อพบว่ามีไข้จึงนำตัวเข้ามาที่ห้องแยกโรค และพบเชื้อไวรัสโคโรนา มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ อาการดีขึ้นโดยลำดับ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก 2 ราย อาการยังทรงตัว

 

               ส่วนกรณีเรือสำราญที่ขอเทียบท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่นำโรคติดต่อจากกลุ่มคนหรือคณะเข้าสู่ประเทศแน่นอน การดำเนินงานของ สธ.อาศัยอำนาจ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 23 กรณีมีเหตุสงสัยว่าเรือมาจากท้องที่หรือเมืองท่าที่มีโรคระบาด มีอำนาจพิจารณาเรื่องการให้เทียบท่าหรือการเข้าเมือง

 

               สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีนรายงานว่า นับจนถึงวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสที่ได้รับการยืนยันบนจีนแผ่นดินใหญ่รวมอยู่ที่ 42,714 ราย และผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 1,017 ราย กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคระดับมณฑล 31 แห่งของจีน อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนประกาศจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสที่ได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลได้ รวมอยู่ที่ 3,999 ราย

 

               ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ไปเยี่ยมผู้ติดเชื้อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ที่รองรับผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรนาโดยเฉพาะ โดยสวมหน้ากากสีน้ำเงินขณะพูดทักทายกับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ จากนั้นผู้นำจีนได้เดินทางไปยังชุมชนแห่งหนึ่งในปักกิ่ง เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่เกิดการระบาดนี้ ขณะที่ประชาชนในมณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองอู่ฮั่นต้นตอการระบาดได้เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยจัดการปัญหาอาหารขาดแคลนเพราะมีหลายเมืองถูกปิดตาย

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ