royal coronation
8 ธันวาคม 2562
ข่าวทั่วไป

ดีเอสไอมั่นใจผลกระดูก 4 ประเด็น ไม่กระทบคดีบิลลี่

2 ธันวาคม 2562 - 15:07 น.
ดีเอสไอ,บิลลี่,ชัยวัฒน์,ผลกระดูก,ไม่กระทบคดี,ไม่มีหลักฐาน
Shares :
เปิดอ่าน 126 ครั้ง

ดีเอสไอมั่นใจคดีฆาตกรรม "บิลลี่" ไม่กระทบ ยันใช้ชิ้นส่วนกะโหลกเป็นหลัก พร้อมเปิด 4 ประเด็นต่าง งมสำรวจครั้งที่ 2 ห่างจากจุดเดิม 10 เมตร

 

 

ดีเอสไอมั่นใจคดีฆาตกรรม "บิลลี่" ไม่กระทบ ยันใช้ชิ้นส่วนกะโหลกเป็นหลัก พร้อมเปิด 4 ประเด็นต่าง งมสำรวจครั้งที่ 2 ห่างจากจุดเดิม 10 เมตร ระยะเวลาห่าง 2 เดือน ถูกเผาด้วยความร้อนต่างกัน อายุกระดูกชี้ถูกเผามานานกว่า 10 ปี ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ควานหาคนสูญหายในห้วง 10 ปี ขณะที่ "ชัยวัฒน์" กับพวกไม่มีหลักฐานแสดงการปล่อยตัว  

 

          กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) - 2 ธ.ค. 2562  พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีผลตรวจกระดูกจำนวน 9 ชิ้น ที่ผลตรวจพิสูจน์ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ ของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกระเหรี่ยง บ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน อ.เพชรบุรี ว่าพนักงานสอบสวนกำลังเก็บรายละเอียดในสำนวนทั้งในส่วนของข้อมูลจากทางนินิติวิทยาศาสตร์ และพยานอื่น แม้ว่าผลดีเอ็นเอจะไม่ตรงกันก็ไม่เป็นปัญหากับรูปคดี เพราะเป็นคนละส่วนกัน ดีเอสไอทำคดีฆาตกรรมบิลลี่ จากชิ้นส่วนกระดูกที่ยืนยันได้ว่าเป็นกะโหลกของบิลลี่

 

 

          แหล่งข่าวจากทีมสอบสวนคดีฆาตกรรมบิลลี่ เปิดเผยถึงผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนกระดูก จากการสำรวจร่องน้ำลึกภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ครั้งที่ 2 จำนวน 9 ชิ้น ที่มีดีเอ็นเอไม่ตรงกับบิลลี่ ว่า แม้ว่าชิ้นส่วนกระดูกจำนวน 8 ชิ้นจะไม่ตรงกับดีเอ็นเอของบิลลี่ก็ไม่มีผลกระทบต่อสำนวนคดีฆาตกรรม โดยผลการตรวจพิสูจน์กระดูกชิ้นแรก ที่พบจากการนำหุ่นยนต์ใต้น้ำลงดำน้ำสำรวจและส่งนักประดาน้ำของตำรวจตะเวนชายแดนลงงม สามารถนำไปตรวจพิสูจน์ได้ผลชัดเจนว่าเป็นชิ้นส่วนกะโหลกศรีษะและเมื่อชิ้นส่วนดังกล่าวหลุดออกจากร่างกายเจ้าของกะโหลกศรีษะต้องเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ดีเอ็นเอที่ตรวจพิสูจน์ได้ยังมีดีเอ็นเอไมโตรคอนเดียตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ แม่ของบิลลี่ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานยืนยันชัดเจนด้วยว่า พี่น้องร่วมมารดาเดียวกันกับบิลลี่ซึ่งมีดีเอ็นเอไมโตรคอนเดียเหมือนกัน ยังมีชีวิตอยู่ครบทุกคน จึงไม่สามารถถอดชิ้นส่วนกะโหลกไปทิ้งในลำน้ำเพื่อสร้างพยานหลักฐานได้

 

 

          แหล่งข่าวระบุด้วยว่า สำหรับชิ้นส่วนกระดูกอีก 20 ชิ้นที่งมได้เพิ่มเติมในครั้งที่ 2 สามารถนำไปตรวจพิสูจน์ได้เพียง 9 ชิ้น ตรวจพบเพิ่มเติมนั้นมีความแตกต่างจากการเก็บวัตถุพยานครั้งแรก 4 ประเด็น ดังนี้ 1.จุดที่ส่งนักประดาน้ำลงงมครั้งที่ 2 เป็นคนละจุดกับจุดที่พบชิ้นส่วนกะโหลก โดยถูกพบในระยะห่างกันประมาณ 10 เมตร ประเด็นที่ 2.เป็นการสำรวจในครั้งที่ 2 ซึ่งห่างจากการงมครั้งแรกถึง 2 เดือน หลังมีการปล่อยข่าวเรื่องจุดลอยอังคาร ในลำน้ำแก่งกระจาน ประเด็นที่ 3.กระดูกจำนวน 9 ชิ้น เป็นกระดูกที่ถูกเผาด้วยความร้อนที่แตกต่างจากชิ้นส่วนกะโหลกศรีษะ และประเด็นที่ 4.เมื่อตรวจสภาพกระดูก ยังพบด้วยว่าเป็นกระดูกที่ถูกเผาแล้วนำมาทิ้งแช่น้ำเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งดีเอสไอจะต้องสอบปากคำนักนิติวิทยาศาสตร์ให้ชี้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างวัตถุพยานทั้ง 2 ชุดเพื่อไม่ให้สำนวนคดีมีจุดอ่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะหยิบยกขึ้นมาทำลายความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน ส่วนประเด็นอายุกระดูกที่แตกต่างกัน ทำให้ดีเอสไอต้องสืบสวนขยายผลต่อไปด้วยว่า ในห้วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีบุคคลสูญหายที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของกระดูกหรือไม่

 

 

          แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์นี้ดีเอสไอได้ส่งพนักงานสอบสวนลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามพยานและสอบปากคำพยานบุคคลชุดสุดท้าย ซึ่งเป็นพยานบุคคลตามการกล่าวอ้างของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานายชัยวัฒน์กับพวกไม่สามารถนำพยานหลักฐานมายืนยันได้ว่า ปล่อยตัวนายบิลลี่ในช่วงเวลาใดและบริเวณใด ซึ่งโดยปกติการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เมื่อจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้วปล่อย จะต้องปล่อยในสถานที่รโหฐานเพื่อมีพยานบุคคลยืนยัน เช่นปล่อยตัวต่อหน้ากำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือญาติผู้ต้องสงสัย หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้สมาร์ทโฟนซึ่งเป็นอุปกรณ์สื่อสารประจำตัวทั่วไป ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานบ้าง แต่กรณีการปล่อยตัวบิลลี่นั้นไม่ปรากฏหลักฐานใดๆเลย บุคคลที่ถูกอ้างเป็นพยานก็ปฏิเสธว่าในวันเกิดเหตุพวกเขาไม่เคยพบกับบิลลี่ตามที่ถูกนำไปกล่าวอ้าง

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ