royal coronation
10 ธันวาคม 2562
ข่าวทั่วไป

โปรดเกล้าฯจัดขบวนราบใหญ่หลังเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค

21 พฤศจิกายน 2562 - 00:00 น.
ขบวนราบใหญ่,เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค,เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
Shares :
เปิดอ่าน 4,539 ครั้ง

ร.10 โปรดเกล้าฯจัด ขบวนราบใหญ่หลังเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค12ธ.ค.นี้

 

20 พฤศจิกายน 2562 นายกฯ ประชุมจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วิษณุ เผย 12 ธ.ค. ร.10 เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค โปรดเกล้าฯ จัดขบวนราบใหญ่ เพิ่มก่อน ประทับพระที่นั่งพุดตานทอง จากท่าราราชวรดิฐ-พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ 

 

 

 

 

ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยภายหลังการประชุม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีการหารือว่าเมื่อได้มีการเลื่อนการจัดงานออกไปเป็นวันที่ 12 ธ.ค. ส่วนใหญ่เป็นการยืนยันกำหนดการและพิธีการเตรียมการเดิมคือ 1.ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ยังคงใช้เรือจำนวน 52 ลำตามเดิม

 

โดยเรือพระที่นั่งคงใช้ 4 ลำใหญ่ เช่นเดิม โดยเรือนำคือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นพระมงคลที่นำขบวนทุกครั้งในประเทศไทย ลำที่ 2 คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลำที่ 3 คือ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นของสมเด็จพระบรมวงศ์ และลำที่ 4 คือ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง นอกจากนั้น เป็นเรือดั้ง เรือแซง เรือรูปสัตว์และเรือมีชื่อต่างๆ ทั้งหมด 52 ลำ ซึ่งเรียกว่าขบวนพยุหยาตราใหญ่

 

นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนการซ้อมจะมีขึ้นในวันที่ 4 ธ.ค. , 7 ธ.ค. และ 9 ธ.ค. เป็นการซ้อมใหญ่แต่งกายเสมือนจริง โดยการซ้อมใหญ่ 9 ธ.ค.นั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงจากเวลาจริงซึ่งเป็นเวลาเสด็จในเวลา 15.30 น. เปลี่ยนเป็นเวลา 13.30 น. เพราะมีการคำนวณกระแสน้ำจะตรงกับกระแสน้ำในวันพระราชพิธีฯ จริง ส่วนบนบกจะมีการซ้อมเฉพาะนายกรัฐมนตรี ประธานสภาฯ โดยจะมีการซ้อมรับและส่งเสด็จในวันที่ 7 ธ.ค. ที่บริเวณท่าน้ำทั้งสองท่า

 

 

 

 

 

นายวิษณุ กล่าวว่า ในส่วนการจัดผู้รับเสด็จที่ไม่เกี่ยวกับประชาชน ในเฉพาะผู้มีตำแหน่งหน้าที่ ได้มีการเตรียมบริเวณสวนหลวงรัชกาลที่ 8 ที่เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี สามารถรอบรับได้ 2,500 คน ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส. , ส.ว. ฝ่ายตุลาการ คณะทูตานุทูตฝ่ายต่างประเทศ ผู้แทนต่างประเทศ ส่วนที่สวนสันติชัยปราการ ถนนท่าพระอาทิตย์ บริเวณป้อมพระสุเมรุ จะเป็นที่ประทับของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งประธานองค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. และ ก.ก.ต.

 

"สำหรับจุดที่สำคัญที่สุดมีสองจุด จุดเริ่มต้นคือที่ท่าวาสุกรี และสุดปลายทางคือท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเรือประมาณ 1.15 ชั่วโมง ตรงนี้นายกรัฐมนตรี ประธานสภาฯ ประธานศาลฎีกา ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผบ.ตร. จะรอเฝ้าส่งเสด็จที่ท่าวาสุกรี จากนั้นจะรีบขึ้นรถเพื่อมารอรับเสด็จที่ท่าราชวรดิฐ" นายวิษณุ กล่าว

 

นายวิษณุ กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยมีตึกใหญ่ 2 หลัง คือตัวอาคารที่เคยเป็นพระตำหนักเก่า จะเป็นที่รับรองบรรดานักธุรกิจและบุคคลสำคัญของภาคเอกชน ส่วนตึกศูนย์การเรียนรู้ จะเป็นที่ของพระอนุวงศ์ พระราชวงศ์ในระดับเจ้านาย โดยทั้งหมดจะไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ชนิดต่างคนต่างไป เพราะจะเกิดปัญหาการจราจร ดังนั้น ทั้งหมดจะไปขึ้นรถที่จุดรวมพลตามที่นัดหมาย โดยมีรถตำรวจนำขบวนเช่นเดียวกันกับเวลากลับ เช่น ครม.จะต้องมาเริ่มต้นที่ทำเนียบรัฐบาล คณะทูตานุทูตทั้งหมดรวมพลที่กระทรวงต่างประเทศ สมาชิกรัฐสภารวมพลที่อาคารรัฐสภาเกียกกาย พระราชวงศ์จะไปรวมกันที่โรงเรียนวชิราวุธ ซึ่งในวันดังกล่าวจะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง ส่วนการเข้าเฝ้าฯ รับและส่งเสด็จก็สามารถทำได้แม้กระทั่งเส้นทางถนนราชดำเนิน 

 

 

 

นายวิษณุ กล่าวว่า ในการจัดพิธีวันที่ 12 ธ.ค. มีเรื่องใหม่เอี่ยมที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งไม่ได้อยู่ในกำหนดเดิมของงานพระราชพิธีฯ บัดนี้ได้ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขบวนราบใหญ่เพิ่ม โดยของเดิมเมื่อขบวนเรือมาถึงท่าราชวรดิฐ ซึ่งมีพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยอยู่ตรงริมน้ำ เดิมเมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวก็จะเสด็จเข้าประทับที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย แล้วขึ้นรถยนต์พระที่นั่งเสด็จกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน แต่บัดนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม

 

โดยเมื่อเรือมาถึงท่าราชวรดิฐก็จะเสด็จขึ้นที่พลับพลาก่อนเสด็จไปยังพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เจ้านายบางพระองค์ จะเสด็จเข้าพลับพลาเพื่อทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ ต่อจากนั้นก็จะมีขบวนที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ที่เรียกกันว่าขบวนราบใหญ่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคในช่วงที่ผ่านมา คือจะเสด็จออกจากพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย โดยประทับบนพระที่นั่งพุดตานทอง และเข้าขบวนแห่ โดยทหารกองทัพภาคที่ 1 จะนำขบวน มีคู่เคียงเหมือนริ้วขบวนพยุหยาตราเมื่อคราวที่แล้ว แต่มีขนาดย่อมเยาว์ลงมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีและบุคคลอื่นจะไม่เข้าร่วมขบวน แต่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาเข้าร่วมในขบวน

 

สำหรับสมเด็จพระราชินีนั้น ตนยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะร่วมขบวนนี้ด้วยหรือไม่ โดยขบวนจะยาตราออกจากท่าราชวรดิฐมาตามถนนมหาราชก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวัง ที่ประตูวิเศษไชยศรี แล้วเสด็จไปสู่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ เพื่อจะเปลี่ยนฉลองพระองค์แล้วเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน โดยจะไม่มีการไปรับและส่งเสด็จในที่ดังกล่าว ทั้งหมดจะส่งแค่ที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยเท่านั้น

 

 

 

 

 

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า เพื่อให้ขบวนพยุหยาตราในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่เริ่มขึ้นแล้วเมื่อหลายเดือนก่อนจบลงโดยสมบูรณ์ คือ มีทั้งขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและสถลมารค ซึ่งประชาชนสามารถเข้าชมพระบารมีและรับเสด็จได้ทั้งสองฝั่งถนน ทั้งถนนหน้าพระลานและถนนราชดำเนิน ขณะที่กรุงเทพมหานครก็จะมีหน้าที่ตกแต่งประดับธงทิวและดอกไม้ต่างๆ ตลอดเส้นทางเสด็จ ส่วนการประชาสัมพันธ์คิดว่าเรียบร้อยกว่าที่เตรียมมา เพราะเดิมในวันที่ 8 ธ.ค.จะมีงานอุ่นไอรักฯ เมื่อไม่มีงานดังกล่าวแล้วการติดตั้งการถ่ายทอดสดต่าง ๆ

 

รวมทั้งการใช้โดรนก็จะทำได้สะดวกมากขึ้น โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ทั้งวิทยุโทรทัศน์ในภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมทั้งอาจมีภาษาต่างประเทศอื่นๆ ด้วยตามความสมควร ซึ่งจุดที่การถ่ายทอดภาพและผู้สื่อข่าวจะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสวยงาม ที่ประชุมมีมติว่าจุดที่สวยงามที่สุดคือบริเวณป้อมพระสุเมรุ บริเวณโค้งน้ำ สามารถมองเห็นเรือ 52 ลำได้อย่างชัดเจน และในการถ่ายทอดประชาสัมพันธ์พระราชพิธีฯ ในครั้งนี้ จะอนุญาตให้ใช้โดรนกว่า 10 ตัว ซึ่งเดิมจะไม่ได้นำมาใช้สำหรับการถ่ายทอดสด

 

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ในส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่าทุกอย่างเรียบร้อย การปิดถนนต่าง ๆ จะใช้วิธีปิดให้ช้าและเปิดให้เร็ว แต่คงไม่มีปัญหาเพราะใช้วิธีรวมพลเป็นจุดๆ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับในที่ประชุมถึงการเตรียมยาและการรักษาพยาบาล รวมทั้งอาหารและน้ำดื่ม ตลอดจนสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่การประชาสัมพันธ์และการทำความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบถึงการเฝ้ารับเสด็จ

 

 

 

 

 

ยืนยันว่าสำหรับภาคเอกชนและประชาชนจุดสำคัญอันดับหนึ่งคือ โรงเรียน โรงพยาบาล วัด คอนโดมิเนียม อาคารชุด โรงแรม และร้านอาหารที่อยู่ริมน้ำ การเข้าออกอาจลำบากบ้าง แต่ได้ขอความร่วมมือให้มีการอำนวยความสะดวกประชาชนในการใช้ห้องน้ำด้วย สำหรับจุดที่ประชาชนสามารถรับเสด็จและมีความสวยงามอีกจุดคือ บริเวณด้านขวาของสวนหลวงรัชกาลที่ 8 หรือเชิงสะพานพระราม8 ซึ่งยาวไปถึงวัดคฤหบดี สามารถจุคนได้หลายพันถึงหลักหมื่นคน ส่วนที่เหลือสามารถกระจายไปตาม 6 วัดริมน้ำตามเส้นทางเสด็จ ได้แก่ วัดราชาธิวาส วัดเทวราชกุญชร วัดบวรมงคลหรือวัดลิงขบ วัดคฤหบดี วัดสามพระยา และวัดระฆังโฆสิตาราม โดยเมื่อเรือผ่านวัดใดพระสงฆ์จะออกมาที่พลับพลาหน้าวัดพร้อมเจริญพระพุทธมนต์สวดชยันโต จามธรรมเนียมเมื่อเรือเสด็จผ่าน

 

"เมื่อเสร็จพระราชพิธีทางชลมารคเรียบร้อย เรือทั้ง 52 ลำจะกลับสู่ที่เดิมไม่มีการจอดเรือให้ประชาชนถ่ายรูป ทั้งนี้ในพระราชพิธีวันที่ 12 ธ.ค. จะไม่มีการประกาศเป็นวันหยุดราชการ เพราะช่วงงานพระราชพิธีฯ จะเลยเวลาราชการไปแล้ว โดยขบวนเรือเริ่มในเวลา 15.30 น. มาถึงจุดท่าราชวรดิฐเวลาประมาณ 16.30 น. จากนั้นจึงเป็นขบวนราบใหญ่ ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ 25 นาที ก็จะเลยเวลา 17.00 น. ไปแล้ว" นายวิษณุ กล่าว


 

 

 

 

 


 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ