นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่าน ดร.อุตตม สาวนายน ว่า ชิมช้อปใช้ เฟส 3 ปรับปรุงสิทธิ์ให้มาตรการมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการประชุม ครม.สัญจร จ.กาญจนบุรี ที่เพิ่งผ่านไป ได้มีมติให้ขยาย มาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องจนถึงช่วงต้นปีหน้า

 

 

 

              จากเดิมสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็น 31 มกราคม 2563 (การขยายระยะเวลานี้ให้ใช้กับชิมช้อปใช้ เฟส 1 - ชิมช้อปใช้ เฟส 2 ด้วย) โดยในเนื้อหามาตรการครั้งนี้ มีการปรับปรุงจากชิมช้อปใช้ เฟส 1 และชิมช้อปใช้ เฟส 2 ตามข้อเสนอแนะและความต้องการจากประชาชน กล่าวคือ ชิมช้อปใช้ เฟส 3 จะเปิดโอกาสสำหรับคนที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ในชิมช้อปใช้ เฟส 1 และชิมช้อปใช้ เฟส 2 อีกจำนวน 2 ล้านคน แต่จะไม่มีการสนับสนุนเงิน 1,000 บาท ในกระเป๋าที่ 1 เหมือนเฟสก่อนหน้า โดยยังคงสิทธิ์แคชแบ็กในกระเป๋าที่ 2 เหมือนเดิมคือ จะได้รับเงินชดเชย 15% สำหรับเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท และอีก 20% สำหรับเงินใช้จ่ายมากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท 

 

 

 

 

ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ เฟส 3 รับสิทธิ์เพิ่มขึ้น

 

 

 

              “ผู้ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ เฟส 3 จะมีสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น ตามข้อเสนอแนะของประชาชน เช่น สามารถใช้สิทธิ์ได้ทั่วประเทศ ไม่จำกัดพื้นที่ และจากเดิมที่ค่าใช้จ่ายในแพ็กเกจท่องเที่ยว ค่าเดินทาง ตั๋วเครื่องบินในประเทศ ไม่สามารถใช้สิทธิ์จากกระเป๋าที่ 2 ได้ ก็เปลี่ยนให้สามารถรวมทุกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว มาอยู่ในสิทธิ์ครั้งนี้เพิ่มขึ้น และสามารถนำสิทธิ์ชิมช้อปใช้ ไปใช้ควบคู่กับมาตรการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย และเที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก ได้อีกด้วย”  

 

 

 

ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ เฟส 3 รับสิทธิ์เพิ่มขึ้น

 

 

 

              นอกจากนี้ ได้กำหนดให้ผู้รับสิทธิ์ในจำนวน 2 ล้านคนในชิมช้อปใช้ เฟส 3 นี้ เป็นสิทธิ์ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุจำนวน 5 แสนคน เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้สูงอายุลงทะเบียนไม่ค่อยทัน จึงเข้าถึงมาตรการนี้น้อย อีกทั้งคนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง

              สำหรับกำหนดเปิดให้ลงทะเบียน คือในวันที่ 14 - 15 พ.ย. นี้ วันละ 1 ล้านราย แบ่งเป็น 2 รอบ คือ 06.00 น. และ 18.00 น. ผ่านทาง www.ชิมช้อปใช้.com เหมือนเดิม

              “ทั้งนี้ จะเห็นว่ารัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่รับผิดชอบมาตรการชิมช้อปใช้ ได้ให้ความสำคัญกับประสิทธิผลของมาตรการ ซึ่งผมยังยืนยันว่า เป็นมาตรการที่คุ้มค่า เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง”