เมื่อวันที่ 23 ก.ย. พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการเก็บภาษีสินค้าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในปริมาณสูง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ก.ย. 2560 และจะมีการปรับเพิ่มภาษีความหวานอีกรอบในวันที่ 1 ต.ค. นี้
 

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า หากผู้ผลิตยังไม่สามารถลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มได้ จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ส่งผลให้ราคาเครื่องดื่มสูงขึ้น วัตถุประสงค์หลักของการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มตามปริมาณน้ำตาล คือ

1. เพื่อให้ผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องดื่ม มีแรงจูงใจในการปรับสูตรการผลิต หรือผลิตสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพที่มีปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมที่ 6 กรัมต่อปริมาณเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร

2. เพิ่มรายได้ภาครัฐจากการจัดเก็บภาษี

3. เพื่อลดพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่ม รสหวานของคนไทย

4. ลดความชุกของโรค ไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคฟันผุ

“ที่ผ่านมา กรมอนามัยได้เร่งสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพและโภชนาการที่สมดุล ให้ประชาชนบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน พร้อมส่งเสริมการบริโภคเมนูชูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม เติมเต็มผักผลไม้ หวังว่าหลังจากภาครัฐปรับขึ้นภาษีสินค้าเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ จะช่วยให้คนไทยสุขภาพดีขึ้น” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว