royal coronation
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562
ข่าวทั่วไป

พนักงาน'ไอเฟค'ร้องก.ล.ต.นายจ้างไม่จ่ายเงินเดือน

วันที่ 29 สิงหาคม 2562 - 14:02 น.
ไอเฟค,กลต,IFEC,ตลาดหลักทรัพย์์
Shares :
เปิดอ่าน 1,798 ครั้ง

พนักงาน"ไอเฟค"กว่า 100 ชีวิต ร้อง ก.ล.ต. ตรวจสอบบริษัทฯ หลังไม่ได้รับเงินเดือนและสวัสดิการ หวั่นถูกกลั่นแกล้ง ด้านผู้ถือหุ้นสงสัยปกปิดข้อมูลสำคัญก่อนยืนปลดSP

          เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่สำนักงานตลาดหลักทรัพย์ ( ก.ล.ต. ) พนักงานบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเฟค (IFEC) และพนักงานบริษัทย่อยรวมกว่า 100 คน เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) หลังจากไม่ได้รับเงินเดือน โดยเหตุเกิดขึ้นเนื่องมาจากเดือนนี้พนักงานไอเฟค 49 คน และอีกกว่า 100 คนในบริษัทย่อย ไม่ได้รับเงินเดือนและค่าสวัสดิการ ซึ่งล่วงเลยกำหนดมานานกว่าสัปดาห์แล้ว ทั้งที่บริษัทฯเพิ่งได้รับเงินจำนวนหนึ่งมาจากการขายไฟฟ้า

          จากสอบถามฝ่ายการจัดการได้แจ้งว่า  ได้ส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจของบริษัทแม่ทราบเรื่องเงินค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไปแล้ว แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ หรือทำการจ่ายมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ไม่เพียงค่าจ้าง เงินเดือน ยังมีเงินค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ของบริษัทย่อยที่ค้างชำระอยู่ ตอนนี้ก็กำลังจะถูกการไฟฟ้าตัดการจ่ายกระแสไฟให้ในไม่ช้า ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า(Inverter) เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับขายได้ ทำให้เกิดความกังวลของเหล่าพนักงานอย่างมาก

          ขณะเดียวกันพนักงานที่ไม่ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ยังได้รับหนังสือเรียกให้ไปรายงานตัว โดยใจความส่วนหนึ่งของหนังสือมีข้อความว่า “ให้พนักงานเอาเอกสาร และทรัพย์สินไปคืน" ทั้ง ๆ ที่ พนักงานก็ปฏิบัติหน้าที่เป็นปกติ ณ ที่ทำการของบริษัทตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวสามารถอ่าน รับรู้ได้ว่า เป็นการกล่าวหาว่าเป็นคนไม่ดี เหมือนพนักงานเอาเอกสารไป หรือยักยอกทรัพย์สินไป ทั้งที่เอกสารหรือทรัพย์สินของบริษัทยังอยู่ในบริษัท จึงเกรงว่าจะถูกกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษอย่างไม่เป็นธรรม

          “อยากร้องขอให้ ก.ล.ต.เร่งตรวจสอบเรื่องที่พวกเราร้องเรียน และโปรดช่วยเหลือพนักงานและครอบครัวที่ต้องเดือดร้อน จากการที่บริษัทไม่จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ฯลฯ และเพื่อปกป้องสิทธิ์ของพนักงานไม่ให้ถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งถือว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา89/2 ที่มีโทษอาญาทั้งจำและปรับ” ตัวแทนพนักงานไอเฟค กล่าว

          ตัวแทนพนักงานไอเฟค กล่าวอีกว่า ตนเป็นพนักงานได้รับทราบปัญหาที่ผู้ถือหุ้นอ้างถึงเรื่องคุณสมบัติกรรมการ และมีการใช้เอกสารที่มีปัญหาในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการในบริษัทย่อย จนเป็นคดีขอเพิกถอน  ในศาล พวกตนไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยว แต่ปัญหาก็กลับมามีผลกระทบกับพวกตน ไม่รู้เมื่อไหร่ปัญหาจะถูกแก้ไข ตอนนี้ขวัญและกำลังใจพนักงาน ถึงขั้นวิตกกังวลมานานนับปีแล้ว ทำไมไม่ได้รับการแก้ไขสักที
 

          อย่างไรก็ตามการเข้าขอความเป็นธรรมจาก ก.ล.ต. ของพนักงานไอเฟคในวันนี้ ได้มีผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ไอเฟคเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย โดยส่วนหนึ่งแสดงความเห็นว่า ขณะนี้ไอเฟคถูกเจ้าหนี้รายใหญ่ฟ้องล้มละลาย แต่บริษัทฯไม่เคยชี้แจงนักลงทุนผ่านทางระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์เลย ทำให้นักลงทุนจำนวนมากไม่ทราบว่ามีการยึดหุ้นของไอเฟคที่ถือในบริษัทย่อยไปหมดแล้ว โดยเกิดขึ้นก่อนและระหว่างปลดเครื่องหมายห้ามซื้อขายหุ้น (SP) จากตลาดหลักทรัพย์ เป็นการกระทำที่เข้าข่ายปกปิดข้อมูลอันสำคัญ รวมทั้งกรณีที่เจ้าหนี้ยึดหุ้นไปแล้ว แต่กลับมีผู้ถือหุ้นสามารถนำหุ้นจำนวนดังกล่าวมาใช้สิทธิออกเสียงเปลี่ยนแปลงกรรมการ และหากการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย ย่อมจะกระทบต่อหุ้นที่เจ้าหนี้ยึดไปด้วย ดังนั้นกรมพัฒนาธุรกิจการค้าควรตรวจสอบเรื่องการเปลี่ยนแปลงกรรมการฯ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบด้วย 

          ด้าน น.ส.สุนิสา ใจทอง พนักงานฝ่ายธุรการไอเฟค กล่าวว่า ปกติเงินเดือนของพนักงานทุกคนจะออกทุกวันที่ 24 ของทุกเดือน แต่จนถึงวันนี้เงินเดือนนี้ยังไม่ได้รับเลย ซึ่งทางผู้ใหญ่ในบริษัทได้ทวงถามไปยังผู้เกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงพากันมาร้องเรียนเพื่อให้หน่วยงาน ก.ล.ต.ช่วยดำเนินให้กับพนักงานเหล่านี้ด้วย  

          ขณะที่ น.ส.สกาวเดือน ศิริคาม แม่บ้าน เปิดเผยว่า ทุกคนตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน เรื่องเงินเดือนที่ทางบริษัทไม่จ่ายตรงตามที่เคยจ่าย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พอมาเดือนนี้ผิดปกติมาก สำหรับตนเป็นแค่แม่บ้านที่รอเงินเดือนจากบริษัท เพื่อนำไปเลี้ยงครอบครัว ซึ่งตอนนี้ก็ตั้งครรภ์อีกด้วย จึงเป็นกังวลเป็นอย่างมาก 

          ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานไอเฟคที่ได้รับผลกระทบจากการที่บริษัทไม่จ่ายเงินเดือน ได้เข้าร้องทุกข์ต่อกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน และจะยื่นเรื่องต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อรับทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ