26 ส.ค.52 -  ที่ห้องพิจารณา 711 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.1692/2562 ที่ "น.ส.เซปิง ไชยศาส์น" หรือ ดร.เซปิง ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล" อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) และ "พ.ต.ท.นพดล  ปิ่นพงศ์พันธ์" รอง ผกก.ลุมพินี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา

 

           

            โดยโจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 4 เม.ย.62 จำเลยทั้งสอง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงข่าวทำนองว่า โจทก์หลอกลวงประชาชน พร้อมแผนผังเชื่อมโยง โจทก์ กับ "นาย บ." เพื่อฉ้อโกงประชาชน และข้อความต่างๆ ระหว่างแถลงข่าวได้เชิญ นายอาคม ประดิษฐ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มาแถลงสนับสนุน และแถลงว่าการที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแสดงว่ามีหลักฐานเพียงพอ เป็นการย้ำว่าโจทก์กระทำความผิด และเพื่อให้เห็นว่าโจทก์เป็นคนผิดไปแล้ว ซึ่งทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง นอกจากนี้การกระทำของจำเลย ยังเป็นการละเมิดทำให้ถูกมองอย่างเหยียดหยามด้วย

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นการนัดอ่านคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ว่าจะประทับรับคำฟ้องคดีหรือไม่ ซึ่งชั้นนี้ ผู้ถูกฟ้องเป็นจำเลย ยังไม่ต้องเดินทางมาศาล จึงมีเพียงทนายความมาศาล ส่วนฝ่ายโจทก์ ดร.เซปิงไม่ได้เดินทางมาศาล โดยส่งผู้รับมอบอำนาจมาร่วมฟังคำสั่งแทน

           ขณะที่ "ศาล" พิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองได้พูดตามที่โจทก์ฟ้อง นั้นเป็นเนื้อหาให้ข่าวเกี่ยวกับการทำงาน สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และศาลอนุมัติหมายจับ ซึ่งมีการดำเนินคดีจริง ถือเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตในฐานะเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ ฟ้องของโจทก์จึงไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการวินิจฉัยดังกล่าว เป็นคำสั่ง/คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ซึ่งคู่ความยังสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ได้อีกภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง/คำพิพากษา