คมชัดลึกออนไลน์ 29 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

เริ่ม 20 ก.ย. กฎหมายใหม่ ห้าม ตร.ยึดใบขับขี่ 

21 สิงหาคม 2562 - 15:46 น.
กฎหมายใหม่,พรบจราจร,ห้ามยึดใบขับขี่
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 7,018 ครั้ง

ตำรวจย้ำ พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ 20 ก.ย.62 ขอดูใบขับขี่ได้ แต่ห้ามยึด ยัน ปชช.แสดงใบขับขี่ดิจิตอลแทนฉบับจริงได้


               ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่อนหนังสือกำชับตำรวจ ปฎิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ 20 ก.ย.62 ย้ำขอดูใบอนุญาตขับขี่ได้แต่ห้ามยึด ชี้พกใบขับขี่ดิจิตอลแทนฉบับจริงได้ แต่ห้ามใช้ภาพถ่ายจากมือถือ

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) มีบันทึกข้อความ เลขที่ 007.34/2684 ลงวันที่ 19 ส.ค. เรื่องกำชับการปฎิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ใจความว่า ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย.62 มีบางมาตราที่บัญญัติให้ยกเลิกความในมาตราเดิมและบัญญัติใหม่ โดยมีสาระสำคัญในการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานจราจร ดังนี้

 

               1.เดิม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 140 วรรคสองในการออกใบสั่ง ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวโดยบัญญัติว่า “ในการออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้” แต่เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวถูกยกเลิกโดยมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.62 เป็นต้นไป ในการออกใบสั่งเจ้าพนักงานจราจรจึงไม่มีอำนาจเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่ต่อไป


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

               2.ในกรณีเจ้าพนักงานจราจรที่ออกใบสั่งไม่พบตัวผู้ขับขี่ และไม่สามารถติด ผูกหรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด มาตรา 140 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 บัญญัติให้ส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐานโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเพื่อให้ชำระค่าปรับ ดังนั้นในกรณีดังกล่าวการส่งใบสั่งเจ้าพนักงานจราจรต้องส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐาน และต้องส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จึงจะถือว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถได้รับใบสั่งนั้นแล้วเมื่อผลกำหนด 15 วันนับแต่วันส่ง

 

 

               3.ในการแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ มาตรา 31/1 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 บัญญัติว่า “ ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว”

 

               ดังนั้นการแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ ผู้ขับขี่สามารถแสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ได้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงให้กำชับเจ้าพนักงานจราจรและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้บังคับบัญชาผู้มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล ศึกษาทำความเข้าใจ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ เพื่อจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไป

 

               ทั้งนี้ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา (รอง ผบช.ศ.) เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า กรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย.62

 

               โดย พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับดังกล่าว มีสาระสำคัญคือ เจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเรียกตรวจใบอนุญาตขับขี่แต่ไม่มีอำนาจในการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ของประชาชน แต่ผู้ขับขี่จะต้องพกใบอนุญาตขณะขับรถและเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจจะต้องแสดงใบอนุญาตขับขี่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

 

                ซึ่งกฎหมายใหม่ฉบับนี้ ตำรวจจราจรจะไม่ยึดใบขับขี่ เพราะสามารถตรวจสอบจากระบบใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ของกรมการขนส่งทางบก ทำให้สามารถเปรียบเทียบปรับได้ โดยตำรวจจะบันทึกข้อมูลผู้ขับขี่และการกระทำความผิดลงในใบสั่ง ก่อนมอบให้ผู้ขับขี่พร้อมใบขับขี่ 

 

               โดยตำรวจจะมีต้นขั้วใบสั่ง ซึ่งนำไปลงบันทึกตัดแต้ม เมื่อผู้ขับขี่มาเสียค่าปรับจะทราบว่าตนเองถูกตัดแต้มไปเท่าใด และหากกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร หลายครั้งจนถูกตัดแต้มตามเกณฑ์ที่กำหนด จะถูกพักใช้ใบอนุญาตจนถึงถูกเพิกถอนใบอนุญาต
            



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ