royal coronation
วันที่ 16 ตุลาคม 2562
ข่าวทั่วไป

"ชัยภูมิ-อะเบ" ฟ้อง ทบ.ชดใช้กว่า 11ล้าน

วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 - 14:52 น.
ชัยภูมิ-อะเบ,ฟ้องกองทัพบก,ทหารยิงลูก,เสียชีวิต,ขณะตรวจค้น,ศาลแพ่ง,รับฟ้อง
Shares :
เปิดอ่าน 923 ครั้ง

2 แม่ชาวเขา "ชัยภูมิ-อะเบ" ฟ้องกองทัพบก ชดใช้กว่า 11 ล้าน ทหารยิงลูกขณะตรวจค้น 

 

2 แม่ชาวเขา "ชัยภูมิ-อะเบ" ฟ้องกองทัพบก ชดใช้กว่า 11 ล้าน ทหารยิงลูกเสียชีวิตขณะตรวจค้น ศาลแพ่ง รับฟ้อง 2 สำนวน รอนัด 22 ก.ค.นี้ "แม่หนุ่มอะเบ" เผยครอบครัวลำบากเสียลูกเสาหลักครอบครัว ทนาย ระบุคดีอาญารออัยการทำสำนวนหากฟ้องส่งศาลทหาร ยอมรับลำบากเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้ 

 

          วันที่ 22 พ.ค.62 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น. นางนาปอย ป่าแส อายุ 47 ปี มารดาของนายชัยภูมิ อายุ 21 ปี ผู้ตาย ชาติพันธุ์ลาหู่ซึ่งเป็นนักกิจกรรมเยาวชน มอบอำนาจให้นายไมตรี จำเริญสุขสกุล เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง กองทัพบก เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำละเมิด ให้ชำระค่าเสียหาย ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จำนวน 4,363,772.26 บาท

 

 

          โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค.60 เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ทหาร ได้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจ บริเวณบ้านรินหลวง ถนนหมายเลข 1178 สายรินหลวง-แม่นะ หมู่ 3 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมี จ.ส.ท.ณัฐพล นพไธสง เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ต่อมาเวลา 10.00 น. มีรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขก 3774 เชียงใหม่ มาถึงจุดตรวจ ทหารได้สั่งให้หยุดรถจากนั้น จ.ส.ท.ณัฐพล สั่งให้นายพงศนัย แสงตะหล้า คนขับ กับ นายชัยภูมิ ป่าแส ซึ่งนั่งโดยสารมาด้วยลงจากรถ โดยทหารร่วมกันตรวจค้นแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ยังไม่ยินยอมให้ทั้งคู่ออกจากด่านตรวจจึงเกิดการโต้เถียง และทหารได้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายชัยภูมิซึ่งได้ดิ้นรนสะบัดตัวหลุดแล้ววิ่งไปที่ป้อมตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่พบใครอยู่บริเวณดังกล่าวจึงวิ่งหนีต่อไป โดยมีทหารวิ่งไล่ตาม ก่อนที่พลฯ สุรศักดิ์ รัตนวรรณ จะใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ นายชัยภูมิ ถูกบริเวณต้นแขนซ้ายด้านนอก และกระสุนปืนแตกทะลุเข้าไปในลำตัว บริเวณสีข้างด้านซ้ายเหนือราวนม กระสุนปืนทำลายเส้นเลือดใหญ่หัวใจและปอด จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

 

 

          ภายหลังเหตุการณ์ทหารอ้างว่าสาเหตุที่ต้องยิงเพื่อป้องกันตัวเอง เนื่องจากผู้ตายมีอาวุธคือระเบิดที่จะขว้างใส่ทหารและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ซึ่งความจริงแล้ว นายชัยภูมิไม่มีระเบิดและยาเสพติด การตายของนายชัยภูมิเกิดจากการกระทำโดยเจตนาฆ่าของพลฯสุรศักดิ์ กรณีจึงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดของจำเลย ได้จงใจกระทำการละเมิดต่อผู้ตาย ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ จำเลยในฐานะผู้บังคับบัญชาและควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารผู้ใต้บังคับบัญชาจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายดังนี้ ค่าปลงศพผู้ตาย , ค่าขาดไร้อุปการะ , ค่าขาดรายได้ในครัวเรือน , ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง , และค่าเสียหายต่อจิตใจ ขอให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันกระทำละเมิดวันที่ 17 มี.ค.60 - วันฟ้องที่ 22 พ.ค.62 รวมค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 4,363,772.26 บาท และให้จำเลยจัดการให้ชื่อเสียงโจทก์กลับคืนดีด้วยการลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันด้วยข้อความว่า "นายชัยภูมิ ป่าแส ไม่ได้ใช้อาวุธจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร และไม่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด" ใน นสพ.ไทยรัฐ , มติชน , ข่าวสด และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ฉบับละ 3 วันติดต่อกัน โดยให้ "กองทัพบก" จำเลยเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น รวมทั้งให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความแทนโจทก์ด้วย

 

 

          ซึ่ง ศาลแพ่ง ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ พ.2591/2562 และนัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นสืบพยาน ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. 

 

          ขณะที่วันเดียวกันนี้ นางอะหมี่มะ แซ่หมู่ อายุ 47 ปี มารดาของนายอะเบ อายุ 32 ปี ผู้ถูกยิงเสียชีวิต ชาติพันธุ์ลีซู มอบอำนาจให้นางณัฐนันน แซ่หมู่ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง กองทัพบก ฐานละเมิด พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จำนวนทุนทรัพย์ 7,845,153.37 บาท ศาลแพ่งรับไว้พิจารณาเป็นคดี พ.2592/2562 นัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นสืบพยาน วันที่ 22 ก.ค. เวลา 13.00 น. 

 

 

          คำฟ้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 60 เวลาประมาณ 14.00 น. พลฯ ชนวีย์ ขำอเนก ขี่รถ จยย.มี จ.ส.อ.สงวน อินทร์ฤทธิ์ ผู้บังคับบัญชานั่งซ้อนท้าย ออกปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวนตามเส้นทางถนนลูกรังบริเวณไร่ข้าวโพด ระหว่างหมู่บ้านรินหลวง และหมู่บ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งระหว่างขี่รถ จยย. สวนทาง กับรถ จยย. ที่นายธนิสร แซ่เฉิน ขี่และมี นายอะเบ แซ่หมู่ ซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ทหารได้สั่งให้ทั้งสองหยุดรถ โดย จ.ส.อ.สงวน จะดึงตะกร้าใส่ของที่ นายอะเบ สะพายอยู่ด้านหลัง เพื่อหวังจะฉุดรั้งให้รถ จยย. หยุด แต่ด้วยความตกใจนายธนิสรจึงได้เร่งความเร็วรถเพื่อหนีเจ้าหน้าที่ทหาร พลฯ ชนวีย์ จึงใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ด้านหลังผู้ตาย กระสุนปืนถูกบริเวณทรวงอกขวา และแตกเป็น 3 ส่วน ออกบริเวณทรวงอกซ้ายด้านหน้า กระสุนปืนทะลุหัวใจห้องล่างซ้ายและห้องขวา ทำให้หัวใจห้องล่างซ้ายและขวาฉีกขาด มีเลือดออกจากภายในช่องอกจำนวนมาก เป็นเหตุให้ นายอะเบ ถึงแก่ความตาย

 

          ภายหลังเกิดเหตุ โจทก์ซึ่งเป็นมารดาผู้ตาย และเพื่อนบ้านจะเข้าไปดูศพบริเวณที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่ยินยอมและปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุไว้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทหารยังให้ข้อมูลแก่พนักงานสอบสวนว่า นายธนิสรชักอาวุธปืนสั้นยิงใส่ทหารและมีระเบิดที่ผู้ตายจะขว้างใส่ด้วย รวมถึงตรวจพบยาเสพติดเฮโรอีนในกระเป๋าย่ามของผู้ตาย ซึ่งไม่เป็นความจริง ต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งไต่สวนการตายว่า นายอะเบ เสียชีวิตที่บริเวณเส้นทางดินลูกรัง ระหว่างหมู่บ้านรินหลวงและหมู่บ้านป่าบงงาม เพราะถูกพลฯ ชนวีย์ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ นายอะเบ จนถึงแก่ความตาย ซึ่งโจทก์เห็นว่าการตายของบุตรชาย เกิดจากการกระทำโดยเจตนาของเจ้าหน้าที่ทหาร ยิงใส่ผู้ตายซึ่งไม่มีอาวุธใดๆ และไม่ได้ใช้อาวุธระเบิดจะขว้างใส่ทหารทั้งสองตามที่ถูกกล่าวอ้าง แต่เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ฆาตกรรมผู้ตาย จำเลยจึงต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ ในผลแห่งละเมิดของเจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดจำเลย เป็นค่าปลงศพ , ค่าใช้จ่ายการจัดการศพ , ค่าขาดไร้อุปการะโจทก์ , ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง , ค่าเสียหายต่อจิตใจ ที่ให้ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันกระทำละเมิด วันที่ 15 ก.พ.60 - วันฟ้องที่ 22 พ.ค.62 รวมค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 7,845,153.37 บาท พร้อมทั้งให้จำเลยลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน ด้วยข้อความว่า "นายอะเบ แซ่หมู่ ไมได้มีและไม่ได้ใช้ระเบิดจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร และไม่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด " ใน นสพ.ไทยรัฐ , มติชน , ข่าวสด และ นสพ.ท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งออนไลน์บนเว็บหนังสือพิมพ์ดังกล่าวด้วยเป็นเวลา 3 วันต่อเนื่องกัน       

 

 

          โดยให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายนั้น พร้อมชำระค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความแทนโจทก์ด้วย ซึ่งศาลแพ่งก็ประทับฟ้องสำนวนนี้ ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ พ.2592/2562 โดยนัดชี้สองสถานวันเดียว 22 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น.

 

          ทั้งนี้ นางอะหมี่มะ มารดาของนายอะเบ เปิดเผยว่า วันนี้ต้องการความยุติธรรมหลังสูญเสียลูกชายไป 2 ปี แล้ว โดย นายอะเบ ไม่มียาเสพติดหรือระเบิด แต่ถูกจัดฉากในการเสียชีวิต ส่วนความเป็นอยู่ครอบครัวเวลานี้ต้องลำบากเพราะสูญเสียลูกชายที่ถือเป็นเสาหลักของครอบครัวไป

 

          ด้าน นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ เปิดเผยว่า ทั้งคดีของ นายชัยภูมิ และนายอะเบ ศาลแพ่งรับฟ้องไว้ทั้งสองสำนวน ซึ่งการฟ้องเราได้ยื่นคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลด้วยเนื่องจากครอบครัวของผู้ตายทั้งสองมีฐานะยากจน โดยคดีนี้มารดาผู้ตายก็ไม่ได้มีเงินว่าจ้างทนายความด้วย

 

 

          สำหรับการดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสองสำนวนนั้น เบื้องต้นอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ให้ไต่สวนเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งศาลนั้นได้มีคำสั่งว่า นายอะเบ และ นายชัยภูมิ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่าทำไปเพื่อป้องกันตัวในการยิง นายชัยภูมิ ก็ต้องเอาเหตุผลมาแสดงให้ศาลเห็น แต่ที่น่าสงสัยคือจุดเกิดเหตุที่ นายชัยภูมิ ถูกยิงบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่นั้น มีกล้องวงจรปิดจำนวน 9 ตัวซึ่งแม่ทัพภาคเคยให้สัมภาษณ์ว่าได้ดูกล้องวงจรปิดแล้ว ดังนั้นหากกองทัพบกมีวงจรปิดก็ขอให้เอามาแสดงต่อศาล ความจริงจะได้ปรากฏว่าทหารทำไปเพื่อป้องกันตัวหรือไม่ และนายชัยภูมิพยายามทำร้ายทหารจริงหรือไม่

 

          โดยเมื่อศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตนั้นแล้ว ตามขั้นตอนพนักงานสอบสวนต้องสรุปสำนวนให้อัยการพิจารณา หากยื่นฟ้องคดีต้องดำเนินการต่อศาลทหารตามขั้นตอน ซึ่งยอมรับว่ากฎหมายเกี่ยวกับศาลทหาร ปิดช่องให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้าไปมีส่วนร่วมฟ้องคดี โดยอนาคตก็หวังว่าจะมีการแก้ไขข้อกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน

 

          นายรัษฎา ทนายความ ยังกล่าวตั้งข้องสังเกตอีกว่า มีอีกหลายคดีที่กองทัพบก มอบอาวุธปืนที่มีความร้ายแรงให้กับพลฯ ที่ถือว่าเป็นทหารชั้นผู้น้อย มีวุฒิภาวะที่อาจจะใช้วิจารณาญาณไม่ดีพอในการใช้อาวุธ แล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย ไม่ว่ากรณีของชาวบ้านตามแนวชายขอบ หรือกรณีที่ตำรวจตั้งด่านตรวจค้นแล้วทหารเข้าไปร่วมด้วย บางครั้งมีการใช้อำนาจเกินขอบเขต กองทัพบกจึงควรจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ 

 

          เมื่อถามย้ำว่า การไต่สวนสาเหตุการตายที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการเปิดกล้องวงจรปิดทั้ง 9 ตัวหรือไม่ นายรัษฎา ทนายความ กล่าวว่า ฝ่ายทหารไม่ได้ส่งภาพจากกล้องวงจรปิดมาเสนอต่อศาล ส่วนพนักงานสอบสวนที่ได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดก็บอกว่าเปิดแล้วไม่พบภาพ แต่ถ้อยคำให้การของทหารเองได้ให้การไว้ในสำนวนการสอบสวนว่าได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว เช่นเดียวกับแม่ทัพภาคที่บอกว่าได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด จึงอยากให้มีการนำภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวมาเปิดเผย เมื่อเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดีถ้าถูกทำให้เสียหายหรือสูญหาย คนที่รับผิดชอบในการครอบครองพยานหลักฐานนั้นก็ต้องรับผิดชอบด้วย เป็นเรื่องสำคัญเพราะกล้องวงจรปิดจะบอกได้ว่าเหตุการณ์เกิดอย่างไร ใครทำอะไรเกี่ยวข้องในเหตุการณ์บ้าง.

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ