คมชัดลึกออนไลน์ 21 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

"ทัวร์ออร์แกนิกฟาร์ม"ดึงโรมแรมดังสร้างระบบอาหารสมดุล

6 มีนาคม 2562 - 15:41 น.
ออร์แกนิกฟาร์ม,โรงแรมสุโกศล
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 332 ครั้ง

"ฟู๊ดแล็บ-สสส."เผยผลสำเร็จ 1 ปี Organic  Tourism โรงแรม ร้านอาหารดัง ตื่นตัวจับมือเกษตรกร สร้างระบบอาหารสมดุล ดึงลูกค้าปรับพฤติกรรมการบริโภค


 

                       6 มีนาคม 2562 ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ  :  วิสาหกิจเพื่อสังคม แล็บอาหารยั่งยืน(ประเทศไทย) ร่วมกับ สามพรานโมเดล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “สรุปผล 1 ปี  การขับเคลื่อน Organic Tourism

 

 

                       ร่วมกำหนด ทิศทางการขยายผล” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนรับทราบความก้าวหน้าของการขับเคลื่อน Organic Tourism หรือ การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ร่วมสร้างระบบอาหารภายในประเทศให้สมดุลยั่งยืน

 

                       นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการสวนสามพราน และผู้ร่วมก่อตั้งแล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Organic Tourism  หรือการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุล ใช้สามพรานโมเดลเป็นต้นแบบพัฒนาการขับเคลื่อน และใช้กระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคม ดึงคนที่เกี่ยวข้องกับระบบอาหาร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเริ่มในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล รวมทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหารชั้นนำ และตลาด จำนวนมากสนใจเข้ามาร่วม 

 

 

                       “การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการและผู้ผลิต ความท้าทายในการขับเคลื่อนคือจะทำอย่างไรให้ทุกคนออกนอกกรอบเดิม ๆ เพราะทั้งผู้ผลิต และผู้ประกอบการต่างก็เคยชินกับวิธีการซื้อขาย ที่ทำมา  ซึ่งการที่จะให้ทั้งสองส่วนมาทำงานร่วมกัน ต้องให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักสร้างความยืดหยุ่นในวิธีการทำงาน เช่น เกษตรกรต้องวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ ส่วนผู้ประกอบการเอง แต่เดิมสามารถสั่งผลผลิตอะไรก็ได้จากพ่อค้าคนกลาง แต่สำหรับผลผลิตอินทรีย์จะเป็นไปตามฤดูกาล บางอย่างอาจไม่มีให้ตลอดเวลา ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเทคนิคการสื่อสารกับลูกค้า”นายอรุษ กล่าว

 

 

                       ทั้งนี้เราได้ทุนจากสสส.และได้ดำเนินการในพื้นที่กทม. เชียงใหม่  สำหรับปีที่สองที่จะกำลังจะเริ่มขึ้นนี้ และจะขยายในจังหวัดใกล้เคียงอาทิ เชียงราย  พิษณุโลก ลำปาง เลย เป็นการต่อยอดสามพรานโมเดล เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มาร่วมขับเคลื่อน Organic  Tourism เพราะจะเป็นมากกว่าการซื้อขายเกษตรอินทรีย์  ที่มาร่วมกับผู้บริโภคได้หันมาบริโภคอาการเกษตรอินทรีย์ เพื่อช่วยเหลือสังคม  ตลอดจนการยกระดับเกษตรกรที่พึ่งพาการทำเกษตรแบบเคมีมาเป็นการทำธุรกิจเพื่อผู้บริโภคให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น

 

 

                       ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)   กล่าวว่า  สสส. มีพันธกิจสร้างเสริมสุขภาพคนไทย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่การจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีได้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ อันดับแรก ประชาชนต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์นั้น

 

 

                       นอกจากจะเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการสร้างสังคมสุขภาวะ ดังเช่นแผนในอนาคตที่จะมีการพาลูกค้าลงพื้นที่ไปยังฟาร์มเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว  สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ เกิดความเชื่อมั่นต่อเกษตรกร ซึ่งความรอบรู้เหล่านี้จะทำให้เกิดความต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารดีต่อสุขภาพตามมา  การเป็นกลไกการขับเคลื่อน เชื่อมโยง ผู้ผลิตและเกษตรกร ที่ส่งผลต่อผลผลิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภค ตลอดจนนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการและมุ่งไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี

 

           

                       ดร.อุดม หงส์ชาติกุล  ผู้ร่วมก่อตั้ง แล็บอาหาร ยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ที่เราใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนระบบอาหาร พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกคนจากห่วงโซ่อาหารได้ประโยชน์ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ได้บริโภคอาหารที่ดี สุขภาพดี หากแต่สุขภาวะโดยรวมของทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมดีขึ้น จากการมีความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ มีจิตใจที่ดีเอื้ออาทร มีมิตรไมตรีต่อกัน มีสังคมที่ดี  อย่างไรก็ตามการสร้างระบบอาหารให้ยั่งยืนขึ้นนั้น เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ  ที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งในปีต่อไป เรามุ่งหวังจะขยายผลจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ไปพื้นที่ใกล้เคียงด้วย  โดยเราอยากให้มีความหลากหลายมากขึ้น                    

 

 

                     ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)   กล่าวว่า  สสส. มีพันธกิจสร้างเสริมสุขภาพคนไทย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่การจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีได้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ อันดับแรก ประชาชนต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์นั้น

 

 

                       นอกจากจะเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการสร้างสังคมสุขภาวะ ดังเช่นแผนในอนาคตที่จะมีการพาลูกค้าลงพื้นที่ไปยังฟาร์มเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว  สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ เกิดความเชื่อมั่นต่อเกษตรกร ซึ่งความรอบรู้เหล่านี้จะทำให้เกิดความต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารดีต่อสุขภาพตามมา  การเป็นกลไกการขับเคลื่อน เชื่อมโยง ผู้ผลิตและเกษตรกร ที่ส่งผลต่อผลผลิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภค ตลอดจนนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการและมุ่งไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี

 


                       ดร.อุดม หงส์ชาติกุล  ผู้ร่วมก่อตั้ง แล็บอาหาร ยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ที่เราใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนระบบอาหาร พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกคนจากห่วงโซ่อาหารได้ประโยชน์ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ได้บริโภคอาหารที่ดี สุขภาพดี หากแต่สุขภาวะโดยรวมของทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมดีขึ้น จากการมีความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ มีจิตใจที่ดีเอื้ออาทร มีมิตรไมตรีต่อกัน มีสังคมที่ดี  อย่างไรก็ตามการสร้างระบบอาหารให้ยั่งยืนขึ้นนั้น เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ  ที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งในปีต่อไป เรามุ่งหวังจะขยายผลจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ไปพื้นที่ใกล้เคียงด้วย  โดยเราอยากให้มีความหลากหลายมากขึ้น

 

 

                       นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล  กล่าวว่า การศึกษาดูงานโครงการ Organic Tourism เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับโรงแรมเครือสุโกศล จนเกิดเป็นนโยบาย กรีน มีตติ้ง คอนเซ็ป มีการเสนอทางเลือกให้ลูกค้าด้วย Organic คอฟฟี่เบรก มีการปรับเปลี่ยนเมนูในบุฟเฟ่ต์ของห้องอาหาร และขยายผลไปยังแผนกจัดเลี้ยง และที่สำคัญพบว่าการใช้วัตถุดิบออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ต้นทุนในการผลิตอาหารสูงขึ้น หากเชฟมีความเข้าใจ มีเทคนิคในการประกอบอาหาร ดังนั้น ทางโรงแรมจึงอยากเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนและเผยแพร่ประโยชน์เหล่านี้ออกไปในวงกว้าง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยเหลือสังคม

 

 

 

                       ขณะที่ป้าประหยัด ปานเจริญ ประธานกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ บ้านหัวอ่าว  เล่าว่า  จากการปรับตัว ร่วมทำงานกับผู้ประกอบการ ทำให้รู้ความต้องการ เห็นปัญหาว่าผลผลิตเรายังไม่ได้คุณภาพ จึงมีการปรับปรุงผลผลิต และคุณภาพก่อนส่งมอบ ทำให้สามารถวางแผน และปรับตามความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น

 

                       คุณอรุณี พุทธรักษา ประธานกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่  เล่าว่า  การทำงานร่วมกัน ทำให้รู้และเข้าใจปัญหาของทุกฝ่าย เมื่อมาคุยกัน เข้าใจกัน ยอดการผลิตก็เริ่มลงตัว  รายได้ของเกษตรกรก็เพิ่มมากขึ้น  จากส่วนที่ส่งไปโรงแรมในกรุงเทพฯ


 

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ